2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 15 {END}

Chapter 15




คีย์ยืนห่อไหล่อยู่กับมินโฮ จินกิและอีจุนอยู่ด้านหน้าเวที เขาจัดการให้มินโฮยืนอยู่ด้านขวาของตัวเอง ส่วนด้านซ้ายก็เป็นอีจุนและถัดไปก็เป็นพี่ชายข้างบ้าน ถึงแม้ตอนแรกจินกิจะอยากโวยวายออกมาว่าไม่อยากยืนตรงนี้แต่พอเห็นจำนวนคนที่เริ่มทยอยมาจนเดินแทบลำบากเลยจำต้องปิดปากเงียบไปเพราะขี้เกียจเถียง คีย์กระชับผ้าพันคอแล้วมองขึ้นไปบนเวที จงฮุน จองชิน ยงฮวาและมินฮวานกำลังเช็ตเครื่องดนตรีกันอย่างตั้งอกตั้งใจ คีย์ใจเต้นตึกตักเมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายก่อนที่จงฮยอนจะเดินไปแสตนบายด์กับเหล่าผู้จัดงาน

‘ฉันอาจจะความรู้สึกช้าไปบ้าง .. แต่คีย์ช่วยตั้งใจฟังเพลงบนเวทีด้วยนะ’

เพราะแบบนั้นคีย์ก็เลยตื่นเต้น ..

เสียงลองกีต้าร์ เบสและกลองค่อย ๆ ดังขึ้นพร้อมดึงความสนใจจากหลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมา แม้ว่าวงของจงฮยอนจะไม่ใช่วงแรกก็ตาม ด้วยใบหน้าอันดึงดูดใจของเหล่านักดนตรีมือสมัครเล่นก็ช่วยให้สาว ๆ วิ่งกรูเข้ามาแล้วชี้ไม้ชี้มือกันยกใหญ่

“พวกผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด” จินกิยกมือขึ้นปิดหูเมื่อสาว ๆ ด้านหลังพร้อมใจกันกรี๊ดเมื่อเห็นจงฮุนเดินไปกระซิบกระซาบกับยงฮวาแล้วชี้ไม้ชี้มือไปที่ด้านหลังเวที

“จินกิไม่ชอบที่คนเยอะ ๆ นิ่เนอะ”

“อื้อ” บอกตอบอีจุนสั้น ๆ แล้วกอดอกมองขึ้นไปบนเวที

“จินกิน่ะ .. ไม่คิดจะยกโทษให้ฉันบ้างเหรอ?”

ถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาควรจะพูดสักเท่าไหร่ แต่อีจุนก็ไม่รู้ว่าตอนไหนเขาจะได้ยืนอยู่ข้างจินกิและมีโอกาสพูดแบบนี้อีก ตอนนี้คีย์กับมินโฮก็มัวแต่ชะเง้อมองบนเวที จินกิหันมามองอีจุนแล้วตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงโซโล่ที่ดังขึ้นมา การแสดงบนเวทีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

“อะไรนะ!”

“ฉันถามว่า .. ไม่-คิด-จะ-ยก-โทษ-ให้-ฉัน-เหรอ!”

“เอาไว้ค่อยถามนะ .. จงฮยอนออกมาแล้ว”

จินกิชี้ที่หูของตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยักไหล่แล้วชี้ไปบนเวที เหมือนอีกฝ่ายจะลืมไปซะสนิทว่าควรจะทำท่าปั้นปึ่งใส่เขา จินกิหันมาร้องตามจังหวะดนตรีที่หนักหน่วง จงฮยอนเดินออกมาจากหลังเวทีพร้อมไมโครโฟนในมือ สาว ๆ ที่ยืนด้านหลังพร้อมอกพร้อมใจกันส่งเสียงสะเทือนแก้วหูออกมาอีกครั้ง

คีย์รู้สึกเหมือนเขาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเงียบ ๆ ..

ทั้งที่รอบกายมีทั้งเสียงกรี๊ดน่าหนวกหูและเสียงตะโกนเรียกชื่อใครต่อใครจนแทบฟังไม่ออก เขากลับได้ยินแค่เพียงเสียงของจงฮยอนผ่านไมโครโฟนส่งออกมาทางลำโพงเข้าหูทั้งสองข้างของเขา น้ำเสียงสูงที่ฟังแล้วอยากจะขาดใจตาม จงฮยอนมองมาทางคีย์แล้วส่งวิ๊งให้หนึ่งทีก่อนจะหันไปทางหน้าเวที

“เฮ้ย! ตายไปรึยังเพื่อนกู”

มินโฮที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดสะกิดแรง ๆ คีย์เกือบจะล้มลงกับพื้นลงไปถ้ามินโฮไม่คว้าตัวเอาไว้ทันพอดี คนตัวสูงมองหน้าคีย์อย่างงุนงงแล้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นริ้วสีแดงตรงแก้มของเพื่อน

“กูว่าจบงานนี้มึงได้แฟนแน่ ๆ”

“เงียบไปเหอะน่าไอ้เสาไฟ!”

คีย์ตะโกนแข่งเสียงดนตรีออกไปแล้วหันไปสนใจทางหน้าเวทีต่อ ตอนนี้จงฮยอนไปฝั่งซ้ายของเวที พวกเขาที่ยืนอยู่ฝั่งขวาเลยได้แต่ชะเง้อคอตาม คีย์หันไปมองเหล่านักดนตรีที่ดูจะสนุกสนานไม่แพ้นักร้องที่เดินพล่านไปทั่วเวทีอย่างจงฮยอน ทั้งยงฮวาและจงฮุนเหมือนยักคิ้วท้าทายกันตลอดเวลาที่รัวปิ๊กกีต้าร์และขยับนิ้วไปตามจังหวะ ในขณะที่จองชินก็หันไปเหยียบลำโพงด้านหลังแล้วยิ้มให้มินฮวานที่แม้อากาศจะหนาวแต่ก็ยังมีเหงื่อซึมตามใบหน้า

“เดินกลับมาแล้วมึง!”

คีย์ว่ามินโฮเหมือนนักพากษ์ฟุตบอลตงิด ๆ เพราะตั้งแต่เริ่มการแสดงของพวกจงฮยอน ไอ้คนตัวสูงที่ยืนอยู่ด้วยกันนี่ก็จับตามองจงฮยอนแล้วบอกคีย์ตลอดว่าจงฮยอนเดินไปทางไหน ยิ้มให้แฟนคลับทางด้านไหน จับมือผู้หญิงเสื้อสีไหนไปบ้าง ทั้งที่คีย์เองก็เห็นเพราะมองอยู่เหมือนกัน

“ต่อไปเป็นเพลงช้านะครับ ..”

จงฮยอนเอ่ยประโยคนั้นจบก็หันหน้ากลับมามองทางคีย์ เล่นเอาคนโดนมองสะดุ้งโหยง เอื้อมมือไปจับมืออีจุนกับมินโฮเอาไว้แน่น อีจุนหันมามองด้วยความงุนงง พอเห็นใบหน้าซีดเผือดของคีย์ ทั้งสามคนที่ยืนด้วยกันก็ต้องกลั้นขำอย่างรวดเร็ว

“มันเป็นเพลงพิเศษเพราะคนพิเศษของผมชอบมากเลยล่ะครับ”

จงฮยอนเอาไมโครโฟนไปใส่ขาตั้ง สายตาที่ควรจะกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อแจกจ่ายรอยยิ้มให้คนดูกลับหยุดนิ่งอยู่ที่คีย์จนใบหน้ารู้สึกเห่อร้อนขึ้นมาอีกหน

"เค้าขี้หงุดหงิด .. ปากไม่ตรงกับใจ .. แถมยังพูดตรงแบบขวาผ่าซากด้วย" จงฮยอนยังไม่ยอมละสายตาไปไหนจนกลายเป็นคีย์เองที่ต้องเบือนหน้าหนีไปแทน

"พวกเราทะเลาะกันบ่อยมาก .. จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้บอกความรู้สึกกับเขาไปเลย"

คีย์ได้ยินเสียงผู้หญิงด้านหลังกระซิบกระซาบว่าทำไมจงฮยอนมองมาทางนี้ ดูท่าเหล่าสาว ๆ คงตามล่าหาผู้โชคดีที่จงฮยอนกล่าวถึงคนนั้นกันใหญ่ คงไม่คาดคิดว่าจะเป็นผู้ชายหน้าตาหวาน ๆ แบบเขา จงฮยอนใช้มือซ้ายจับไมค์แล้วก้มหน้าลงมองปลายเท้า

"เค้าชอบเพลงนี้ .. ผมเลือกเพลงนี้เพราะเค้า .. แล้วตอนนี้ผมจะร้องมันเพื่อเค้า"

จงฮยอนหันไปส่งสายตาให้ยงฮวา เสียงกีต้าร์ดังขึ้นเหมือนตอนที่เคยฟังในห้องซ้อม คราวนี้คีย์จะได้ฟังเพลงนี้จนจบแล้ว แถมยังเป็นการฟังจบครั้งแรกโดยที่จงฮยอนเล่นอยู่บนเวทีแถมยังไปประกาศปาว ๆ อีกว่าร้องเพื่อเขา ถึงแม้จะไมได้เอ่ยชื่ออกมาก็เถอะ แต่ตอนนี้คีย์ก็เขินจนไม่รู้จะต้องเอามือไปไว้ตรงไหนแล้ว

"แม่งกูหมั่นไส้!" มินโฮกระแทกเสียงข้างหูคีย์แล้วหัวเราะเสียงต่ำออกมา คีย์หันหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะเจออีจุนและจินกิยิ้มกริ่มมองอยู่

"อ่ะแน๊ .. หน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศแล้วคีย์" อีจุนเอ่ยแซว

"ผมหนาวหรอก" คีย์ขยี้จมูกไปมาแล้วทำท่าหนาว

"โกหกไม่เนียนเลยคีย์"

จินกิยื่นหน้าข้ามมาบอกแล้วหัวเราะเสียงน่าปวดหัวออกมา คีย์เงยหน้าขึ้นมองจงฮยอน เจ้าของเวทีผุดยิ้มบางเบาทั้งที่ริมฝีปากยังร้องเพลงเสียงใส ก่อนที่มือจะชี้มาทางคีย์ให้ใจสั่นและตกใจเล่น ๆ พร้อมกันนั้นจงฮยอนก็ร้องท่อนนั้นออกมา

Just in time, I'm so glad you have a one-track mind like me
You gave my life direction,
a game show love connection we can't deny

และตอนนี้ฉันดีใจที่เธอก็คิดตรงกัน
เธอชี้ทางให้ชีวิตของฉัน
เกมนี้แสดงให้เห็นว่าเราไม่อาจปฏิเสธรักนี้ได้

คีย์เกือบจะระเบิดตัวเองออกมาจริง ๆ ถ้าจงฮยอนไม่ยอมหันหน้ากลับไปแล้วโบกมือกับเหล่าผู้คนที่มาดูการประกวดวงดนตรีรอบคัดเลือกกลางลานโล่งแบบนี้ ผู้คนโบกมือไปตามจังหวะเพลงและดนตรีแบบคันทรี่ฝั่งตะวันตกอย่างสนุกสนาน

"เลือกวรรคหวาน ๆ แล้วหันมาโปรยยิ้มให้มึงด้วยนะ"

"ยุ่งน่ามินโฮ .. เค้าแค่ขอบคุณเรื่องหมวกมั้ง"

คีย์ปฏิเสธแล้วมองไปยังจงฮยอนที่ยังยืนอยู่บนเวที หมวกไหมพรมสีดำที่เขาเป็นคนเลือกให้อีกฝ่ายยังสวมมันไว้บนหัวตั้งแต่คีย์ยื่นให้ในร้านกาแฟ แล้วจงฮยอนก็ยังไม่ถอดมันออกมาอีกเลย อากาศหนาวทำให้แก้มและจมูกของจงฮยอนแดงเรื่อหน่อย ๆ คีย์มองอย่างเพลิดเพลินก่อนที่ลมหายใจแทบจะหยุดลงไปอีกครั้งเมื่อจงฮยอนเดินมาหยุดอยู่บนเวทีตรงหน้า มีเพียงผู้คนไม่กี่แถวที่ยืนกั้นกลางระหว่างพวกเขา นิ้วมือชี้มาที่คีย์แล้วร้องท่อนสุดท้ายออกมา

Tonight

คีย์รู้สึกเหมือนปลายเท้าไม่ได้แตะพื้นเลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นกลุ่มสาว ๆ ด้านหลังก็พร้อมใจกันกรีดร้องออกมาอีกเพราะคิดว่าคงเป็นตัวเอง แต่ก็คงไม่มีใครรู้นอกจากนักร้องบนเวทีนั่นแหละว่าจงใจจะใช้คืนนี้กับใคร .. เสียงปรบมือดังขึ้นก่อนที่จงฮยอนจะโค้งอยู่บนเวที พร้อมกับจงฮุน ยงฮวา จองชินและมินฮวานที่ลุกขึ้นโค้งแล้วเก็บอุปกรณ์เดินลงมาจากเวที เสียงจอแจดังขึ้นในขณะที่คีย์ไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่ามินโฮลากเขาออกมาจากหน้าเวทีแล้ว สายตาของคีย์ยังจับจ้องไปบนเวที จงฮยอนหันหลังกลับมามองแล้วผุดยิ้มให้เขาอีกหน แล้วแผ่นหลังกว้างก็เดินหายลับลงไป คีย์หันกลับมามองข้อมือของตัวเองที่ถูกมินโฮจับเอาไว้แน่น ส่วนข้อมืออีกด้านจินกิก็คว้าเอาไว้ แก้มค่อย ๆ แดงเรื่อเมื่อนึกถึงรอยยิ้มของจงฮยอน ..



"เจ๋งที่สุด!"

ทันทีที่คีย์เปิดประตูเข้าไปในร้านกาแฟ เสียงเจสสิก้าก็ดังลั่นร้านขึ้นมาทันที คีย์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูจนจินกิต้องเอื้อมมือไปผลักให้เดินต่อ จงฮยอนยังสวมหมวกไหมพรมไว้บนหัว มือซุกเข้าไปในเสื้อโค้ทแล้วห่อไหล่เพราะยังไม่หายหนาว

"พี่ว่าต้องผ่านรอบแรกแน่ ๆ เลย เอาล่ะ .. กินของว่างรอประกาศผลตอนเย็นกันไปก่อนนะ"

เจสสิก้าหันไปเขยิบตาให้พนักงาน ก่อนที่เค้กสารพัดชนิดจะถูกจัดเรียงมาไว้บนโต๊ะ จินกิดันให้คีย์เดินไปใกล้จงฮยอน คนเป็นน้องหันไปถลึงตาใส่พี่ชายแล้วก็ต้องปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อจงฮยอนหันมามองแล้วก้มหน้าลงปลายเท้า ถ้าคีย์ไม่ได้ตาฝาดและคิดไปเองล่ะก็ เขาว่าเขาเห็นแก้มจงฮยอนแดง แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะเขินหรือเพราะอากาศหนาวกันแน่

"นั่งกันก่อนสิ" เจสสิก้าเดินไปลากจงฮยอนให้นั่งลงและโดยที่หญิงสาวไม่ต้องส่งสัญญาณ จินกิก็จับไหล่คีย์ให้เดินไปยังที่นั่งข้าง ๆ จงฮยอนทันที

"เอ่อ .. ผมไม่ .." คีย์เอ่ยเสียงตะกุกตะกักออกมา ทั้งที่อากาศก็หนาวแต่ร่างกายกลับร้อนวูบวาบ

"ผมไม่อยากกินของหวานน่ะ เดี๋ยวจะเดินออกไปซื้อต็อกโบกี้ข้างนอก" ชี้ไปที่ซุ้มอาหารด้านนอกที่มีควันสีขาวลอยขึ้นมาอย่างลนลาน ถึงจะอยากนั่งข้างจงฮยอนก็เถอะนะ แต่ตอนนี้ขอคีย์ทำใจก่อนได้ไหม?!

"อ้าว? จงฮยอนก็บอกอยากกินนิ่" ยงฮวาที่นั่งกอดกีต้าร์อยู่เอ่ยขึ้น ก่อนจะอ้าปากงับเอาเค้กที่มินฮวานป้อนให้เข้าปากไป จงฮยอนยกมือขึ้นเกาหัวอย่างงง ๆ ว่าเขาไปบอกพี่ชายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าอยากกิน

"งั้นก็ไปด้วยกันเลยสิ"

อีจุนเอ่ยรวบรัด จงฮยอนหันหน้าเลิกลักมองดูรอบโต๊ะที่ดูจะพร้อมอกพร้อมใจกันยัดเยียดให้เขากับคีย์ไปด้วยกันซะเหลือเกิน หันไปมองหน้าคีย์ก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยืนเม้มปากแน่น อาการแบบนี้จงฮยอนก็เริ่มเดาไม่ออกว่าอยากให้เขาไปด้วยรึเปล่า แต่ถ้าเขาบอกปฏิเสธไปอีกคนที่อาจจะตายก็คือเขา จงฮยอนลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าให้คีย์

"ไปซื้อกันเถอะ"

"อะ .. อื้อ"

คีย์ก้มหน้าก้มตาพยักหน้าแล้วเดินตามหลังจงฮยอนที่เดินนำหน้าออกไป มีสายตาทุกคู่บนโต๊ะมองตามอย่างเป็นห่วงเป็นใย แต่ใบหน้าของทุกคนก็เปื้อนรอยยิ้มออกมาและหวังว่าจงฮยอนจะไม่ใช้เวลาให้เปล่าประโยชน์โดยไม่ทำอะไรลงไปเลย ..

อากาศหนาว ๆ นอกร้านทำให้คีย์ต้องห่อตัวเองเข้ากับเสื้อโค้ทของตัวเองอีกครั้ง ผ้าพันคอปลิวไปตามแรงลมจนหลุดลุ่ย จงฮยอนหันมามองคนที่ยืนสาละวนกับการพันผ้าพันคอใหม่แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ มือหนาซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแล้วมองคีย์ด้วยดวงตายิบหยีที่ทำเอาคีย์ต้องรีบก้มหน้าลง

"นายจะหลบหน้าฉันทำไมคีย์ .."

"เปล่า .." บอกเสียงแผ่วแล้วเดินนำหน้าจงฮยอนออกไปยังร้านขายต็อกโบกีที่มองเห็นอยู่ไม่ไกลนัก

"ก็ที่ทำอยู่นี่ก็หลบไม่ใช่เหรอ?" จงฮยอนเอ่ยขึ้นไล่หลัง คีย์ชะลอฝีเท้าจนอีกคนเดินตามมาทันแล้วก้มหน้าลงแทบชิดอก ส่ายหน้าออกมายืนยันว่าตัวเองไม่ได้หลบ

"ขอบคุณนะเรื่องหมวก"

"อืม .." เอ่ยออกมาได้แค่นั้นเพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปอีก

"ฉัน .. ขอโทษด้วยที่วันนั้นทำให้นายร้องไห้"

จงฮยอนเอ่ยเสียงแผ่วออกมา คราวนี้เป็นจงฮยอนที่ก้มหน้าลงแทบชิดอกเหมือนกัน ท่าทางของคนทั้งคู่ตอนนี้ก็คือทั้งสองคนเดินเอามือซุกในกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วเดินก้มหน้าก้มตาไปตามทางเดิน เดินไปได้อีกไม่ถึงอึดใจคีย์ก็เอ่ยเสียงเบาพร้อมควันสีขาวออกจากปากว่า

"จริง ๆ จงฮยอนไม่ต้องขอโทษก็ได้นี่นา"

"ฉันทำให้นายรู้สึกเจ็บปวด .."

"ก็ .. เหมือนตอนที่นายร้องไห้เพราะโดนบอกเลิกนั่นแหละ ของฉันก็แค่ .. โดนปฏิเสธ"

"ฉันไม่ได้ปฏิเสธคีย์นะ" จงฮยอนเอ่ยสวนทันควันแล้วชะงักฝีเท้าทั้งที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงร้านต็อกโบกี้ คีย์เองก็หยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าอีกฝ่ายทันที

"ก็นายพูดเองนี่ว่าอยากให้เราเป็นเพื่อนกัน!" คีย์บอกเสียงดังกลับไป

"นั่นเพราะว่าพี่อี .. พี่อีจุนต่างหาก" จงฮยอนเถียงเสียงอ่อยออกมาเหมือนหลุดปากพูดอะไรสำคัญ ๆ ออกไป คีย์ที่กำลังหน้ามืดจ้องหน้าจงฮยอนเขม็ง

"พี่อีจุนเกี่ยวอะไร?"

"ฉันคิดว่าเค้ามาจีบนายแล้วนายก็เล่นกับเค้าน่ะสิ!"

"หา!" คราวนี้หลุดปากเสียงดังลั่นออกมา ใบหน้าขาว ๆ เม้มริมฝีปากแน่น ขมวดคิ้วเป็นปมแน่นก่อนจะหัวเราะพรืดออกมาเมื่อเห็นท่าทางของจงฮยอนที่ก้มหน้าเหมือนอาย ๆ

"นี่หยุดหัวเราะเลยนะคีย์! ไม่รู้รึไงว่าฉันเครียดขนาดไหน อยู่ ๆ พี่อีจุนก็โผล่เข้ามาแล้วก็สนิทสนมกับนายขนาดนั้น"

"ก็พวกเราเคยรู้จักกันมาก่อน"

"ฉันรู้เรื่องด้วยรึไงเล่า!" จงฮยอนยังไม่หยุดเถียง แก้มแดงขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาว่า

"ฉันกำลังมึนกับความรู้สึกของตัวเองอยู่เลยแท้ ๆ .. แต่พี่อีจุนเข้ามาทีเดียวทำฉันเข้าใจเลยว่า .. ฉันหึงนายกับเขา" คราวนี้คนที่หัวเราะอยู่หุบปากเงียบกะทันหัน

"นายน่ะรู้ตัวบ้างไหมว่าทำฉันสับสนกับความรู้สึกตัวเองมากขนาดไหน?" จงฮยอนเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง คีย์ส่ายหัวแล้วก้มหน้าลงไปไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวัน

"ตอนที่ได้ยินนายบอกว่าชอบ .. ฉันก็งงไปหมดว่าต้องรู้สึกยังไง ฉันไม่เคยถามตัวเองหรอกว่ารักใครชอบใคร แต่ฉันก็มีความสุขตอนที่เห็นคีย์ยิ้มนะเพราะงั้นฉันถึงได้บอกให้คีย์รอ แล้วอยู่ ๆ พี่อีจุนก็เข้ามา คีย์ที่ตอนแรกหงอย ๆ ไปเรื่องของฉันกลับยิ้มได้เพราะพี่อีจุน เห็นแบบนั้นแล้วฉันรู้สึกยังไงรู้ไหม?" จงฮยอนถอนหายใจออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

"ฉันรู้สึกเหมือนคนบ้าน่ะสิ กระวนกระวายใจพาลหงุดหงิดคีย์ที่ไปยิ้มกับพี่อีจุน จะบอกใครก็ไม่ได้ด้วย ฉันถึงได้คิดว่าเราควรจะเป็นเพื่อนกัน เพราะถ้าคีย์เป็นเพื่อนฉัน อย่างน้อยก็คงจะยิ้มให้ฉันในฐานะเพื่อน .. ใครจะไปคิดว่ามันแย่กว่าเดิมเพราะคีย์ไม่ได้คิดอะไรกับพี่อีจุน"

"ก็ใช่น่ะสิ .." คีย์พึมพำออกมายืนยันว่าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ จงฮยอนเบนสายตากลับมามองหน้าคีย์อีกครั้ง

"แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมคีย์"

"เข้าใจอะไร?" คีย์ถามกลับ ใบหน้าไม่มีร่องรอยว่าโกหกเลยสักนิด

"ก็เพลงนั้นน่ะ .." จงฮยอนเอ่ยออกมาแล้วจ้องหน้าคีย์นิ่ง

"อ๋อ .. ขอบคุณที่ร้องให้นะ ฉันชอบเพลงนั้นมากเลย"

"คีย์ .." จงฮยอนเรียกชื่ออีกคนเสียงพอได้ยิน คีย์เหลือบตาขึ้นมองคนที่อยู่ ๆ ก็เดินเข้ามาใกล้แล้วถามเสียงเบาออกมา

"มีอะไร?"

"จะแกล้งกันใช่ไหม?"

"ใครแกล้งนายล่ะ? ก็ถามเรื่องเพลงก็ตอบไปแล้วไง" คีย์หน้าแดงอีกหนเมื่อนึกถึงเรื่องบนเวทีและท่าทางของอีกคนที่เล่นหูเล่นตากับเขาจนอยากจะบ้าอีกรอบ

"คีย์ .. จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ใช่คนกล้าแสดงออกหรอกนะ ออกจะขี้ขลาดด้วยซ้ำไป" จงฮยอนเอ่ยเสียงอ่อนออกมาจนคีย์นึกแปลกใจ

"ฉันเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหนเลยสักอย่าง หน้าตาก็ไม่ได้ดีเลิศ ตัวก็ยังเตี้ยอีกต่างหาก แต่ว่านะ .." จงฮยอนลากเสียงแล้วถอนหายใจออกมาหนัก ๆ หนึ่งที

"เรื่องที่ฉันคิดว่าฉันน่าจะทำได้ดี .. ก็คือฉันจะทำให้นายยิ้มเยอะ ๆ เพราะงั้นเรามาลองคบกันดูสักครั้งเถอะนะ"

"จงฮยอน" คีย์พึมพำชื่ออีกคนโดยไม่พูดอะไรไม่ออก รู้สึกเหมือนลำคอมันตีบตัน หัวใจก็เต้นถี่จนเจ้าตัวเองยังนึกแปลกใจกับร่างกายตัวเอง

"มาลองคบกับฉันสักครั้งเถอะนะ"

จงฮยอนยิ้มแล้วมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย แม้ว่าการสารภาพรักตรงข้างร้านต็อกโบกี้มันอาจจะไม่โรแมนติคเท่าไหร่ก็ตาม จงฮยอนก้มหน้าแล้วยกมือขึ้นเลื่อนหมวกไหมพรมบนหัว คีย์ฉีกยิ้มกว้างออกมาแล้วตอบรับออกไปด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน

"อื้อ"

"ขอบคุณนะคีย์ที่ยังไม่ตัดใจจากฉัน"

"ขอบคุณนายด้วยนะที่ไม่ปล่อยให้ฉันรอนานและรู้ใจตัวเองซะที .."

ทั้งคู่ยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของทั้งคู่และสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหลายคู่จากร้านกาแฟจ้องมองอยู่ พอเห็นว่าจงฮยอนเอื้อมมือไปจับมือคีย์แล้วเดินไปซื้อต็อกโบกีที่ร้านด้วยกัน เสียงยิ่งดังกว่าตอนลุ้นผลฟุตบอลโลกซะอีก

"ในที่สุดก็ได้เห็นกับตาว่ามันคบกันแล้วจริง ๆ" จินกิพึมพำเหมือนคุณพ่อส่งลูกชายใส่มือลูกเขยได้แล้ว

"บอกแล้วไงว่าสายตาแบบฉันไม่มีพลาด" เจสสิก้าซึ่งคอยยุยงส่งเสริมมาตลอดเวลาเอ่ยขึ้นแล้วยิ้มกริ่มเหมือนเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของตัวเอง

"งี้เมื่อไหร่พี่จินกิจะได้แฮปปี้เอนดิ้งบ้างล่ะครับ?" แทมินถามเสียงซื่อออกมา คราวนี้ทุกสายตาหันขวับไปที่จินกิซึ่งนั่งจิบโกโก้อยู่ พอได้ยินประโยคนั้นแก้วก็เกือบหลุดมือดีที่คว้าเอาไว้ทัน

"อะไรแทมิน?" หันไปถามด้วยน้ำเสียงกึ่งตะคอก ก่อนจะเห็นสายตาหม่น ๆ ของอีจุนที่นั่งฝั่งตรงข้ามหลุบตาลงเหมือนรู้สึกผิด

"เอ้า! น้องมันถามแกไงจินกิว่าเมื่อไหร่จะลงเอยกับอีจุนซะที!"

"ยัยสิก้า!" จินกิตะโกนชื่อเพื่อนร่วมห้องเสียงดังลั่นร้านออกมา แต่เจสสิก้าก็ไม่ได้แยแส ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะด้วยเสียงกวนประสาทออกมาแล้วหันไปมองอีจุน

"ก็ .. เห็นพยายามมาตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่แล้วนิ่ แกก็นะจินกิ .. ปล่อยไปแบบนี้จะดีหรอว้า~ น้องนุ่งมีแฟนกันหมดแล้วนะไม่อิจฉาเหรอ?"

"เงียบไปเหอะน่า! อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน" กระชากเสียงแล้วยกโกโก้ขึ้นจิบอีกหน เบนสายตาหนีออกไปด้านนอกเพราะเขาเองก็ไม่กล้าหันไปมองอีจุนไม่รู้ว่าอีกคนกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

"นี่จินกิ .. คนรอมันก็ท้อเป็นนะ" เจสสิก้ายังไม่หยุดพูด จินกิหันหน้ากลับมา เหลือบไปมองอีจุนแค่แวบเดียวแล้วก็ตอบเสียงดังอย่างรวดเร็วว่า

"ก็รอไปก่อนเหอะ เดี๋ยวก็ใจอ่อนนั่นแหละ"

เสียงกรีดร้องเบา ๆ จากเจสสิก้าดังขึ้น พร้อมเสียงแซวของน้อง ๆ ที่ดังจนร้านกาแฟคึกคักขึ้นมา อีจุนเงยหน้าขึ้นมองจินกิที่ยังหันใบหน้าด้านข้าง ดวงตามองออกไปด้านนอกเหมือนไม่ได้สนใจ เป็นครั้งแรกที่คำพูดของจินกิเหมือนน้ำชโลมหัวใจที่แฟ้งผากของเขาให้ชุ่มชื่นอีกครั้ง

ความรักอันยุ่งเหยิง .. อาจจะต้องใช้เวลานานในการคลายปม แต่เมื่อถึงวันนั้นที่คลายได้สำเร็จ ก็จะมีแต่ความสุขและความรักเต็มหัวใจ ..

ความคิดเห็น:1  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 14

Chapter 14




คีย์มองหมวกไหมพรมในมือแล้วถอนหายใจออกมา วันนี้เขาแอบหนีมินโฮและแทมินออกมาก่อนจะถูกลากไปที่ห้องซ้อมดนตรี นานแล้วที่คีย์ไม่ได้มาเดินซื้อของด้วยอากาศที่เริ่มเย็นลงแบบนี้ ฤดูหนาวกำลังย่างกรายเข้าสู่ประเทศของพวกเขา คีย์มองหมวกไหมพรมในมือแล้วถอนหายใจออกมา

แทมินบอกว่าเวทีจัดประกวดรอบคัดเลือกตั้งอยู่กลางแจ้ง อากาศหนาวก็เริ่มพัดมาเยือนดังนั้นถ้ามีหมวกเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้จงฮยอนอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่คีย์ก็เลือกที่จะวางมันคืนลงไปบนชั้นเพราะกลัวว่าถ้าซื้อแล้วอีกคนไม่ชอบก็คงไม่เป็นผล คีย์ผละเดินไปทางผ้าพันคอหลากสีที่คนขายทยอยขนแบบใหม่ ๆ มาให้เลือก ฉับพลันนั้นคีย์ก็นึกถึงวันที่เขามาเดินช้อปปิ้งกับจงฮยอน จุดเริ่มต้นเล็กน้อยที่ทำให้พวกเขาพูดภาษาคนใส่กันไม่ใช่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาทะเลาะกัน

นิ้วเรียวหยิบจับผ้าพันคอหลากสีเหล่านั้นขึ้นมา สายตาก็จับจ้องมองหมวกไหมพรมที่ตัวเองเดินละออกมา หากแต่สมองกลับคิดไปถึงใครอีกคนที่ตอนนี้คงอยู่ห้องซ้อมดนตรี คีย์ถอนหายใจแล้วหันไปยิ้มให้พนักงานสาวที่เดินมาถามไถ่

“แบบนี้เพิ่งออกมาใหม่เลยนะคะ สนใจสอบถามได้เลยค่ะ” คีย์ทำท่าอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามออกมาว่า

“คือผมจะซื้อไปให้เพื่อนผู้ชายน่ะครับ”

“อ๋อ .. เค้าแต่งตัวสไตล์ไหนคะ?”

คีย์หันไปสนทนากับพนักงานสาวมากกว่าการยืนฟุ้งซ่านกับตัวเองคนเดียว เกือบครึ่งชั่วโมงที่เขาอยู่ในร้านนั้นจนกระทั่งเดินออกมาพร้อมถุงกระดาษสีน้ำตาลที่มีหมวกไหมพรมสีดำอยู่ด้านใน คีย์ถอนหายใจออกมาแล้วลูบไล้ต้นแขนของตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีดำตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ตัว ใบหน้าหวานพรูลมหายใจออกมาแล้วกระชับถุงในมือแน่น

ไหน ๆ ก็ซื้อมาแล้ว .. ยังไงก็ต้องให้ล่ะนะ



พักนี้จินกิทำหน้าบึ้งจนคีย์เริ่มชินสายตา วันนี้อีจุนไปทำรายงานกับเพื่อน ๆ กลุ่มใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน ดูเหมือนจินกิจะแอบโล่งใจที่ใครอีกคนไม่มาด้วย ดังนั้นตอนนี้เลยยิ้มน้อย ๆ ส่งให้คีย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า พี่ชายข้างบ้านถอนหายใจพลางกอดอกกระชับเสื้อกันหนาวที่สวมใส่อยู่บนตัว

“เจ้ากี้เจ้าการไม่เข้าเรื่อง”

จินกิพูดออกมาตรง ๆ คีย์ลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก่อนจะโดนมือซ้ายของจินกิผลักเข้าที่หัวไหล่จนเซไปอีกทาง คีย์จิ๊ปากแล้วหันไปหรี่ตามองพี่ชาย

“ก็ผมรำคาญนิ่นา .. เป็นเพื่อนกันมาก่อนทำยังกับเพิ่งรู้จักกัน”

“คีย์ไม่รู้แล้วก็ไม่เข้าใจ”

“เออผมไม่เข้าใจ! สงสารพี่จุนด้วย” พอเห็นคีย์เถียงแทนอีกคนจินกิก็อยากจะฟาดมือลงบนหัวอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ทำอะไรลงไป

“เรื่องมันนานมาแล้วพี่ไม่อยากพูดถึง เรื่องคีย์กับจงฮยอนน่าคุยกว่าเยอะ แทมินเล่าให้พี่ฟัง .. แกจะตัดใจจริง ๆ น่ะเหรอ?” คีย์นิ่งไปกะทันหันแล้วเบือนหน้าหนีออกไปอีกทาง

“งั้นมั้ง .. แต่มาคิด ๆ ดูแล้วก็คงลำบากเหมือนกัน” คีย์ตอบคำถาม แอบได้ยินเสียงจินกิถอนหายใจออกมา

“หรือพี่กับแทมินแล้วก็มินโฮผิดที่ไปยุยงแกนะคีย์ ..”

“ไม่หรอก มันไม่ใช่ความผิดของพี่สักหน่อย ถ้าเกิดว่าผมไม่คิดจะรักจงฮยอนให้ตายยังไงผมก็คงไม่ใจอ่อน จริง ๆ ผมเองก็อาจจะชอบเค้ามานานแล้วก็ได้ ..”

“คีย์ ..”

“เสาร์นี้เค้าประกวดที่เวทีกลางแจ้ง ผมมีของขวัญจะให้เค้าด้วยล่ะ” คีย์เอ่ยพึมพำแล้วก้มหน้าลงมองปลายสนีกเกอร์ของตัวเอง แก้มแดงเรื่อจนจินกิไม่แน่ใจว่าเพราะอากาศหนาวหรือเพราะเขิน

“สักวันนึง .. ผมคงจะตัดใจได้ แต่ตอนนี้อะไรที่ทำแล้วมีความสุข พี่จุนบอกผมว่าให้ทำไปเถอะ เพราะงั้นเค้าก็คงมีความสุขเหมือนกันแหละที่ได้พยายามเพื่อคืนดีกับพี่” คีย์วกมาเข้าเรื่องจินกิอีกจนได้

“นายจะไม่ปล่อยให้มีช่องว่างเลยใช่ไหม?” คีย์พยักหน้าหงึก

“พี่จะโกรธอะไรนักหนาเล่า ..” คีย์เอ่ยถามออกมาอย่างอ้อน ๆ จินกิเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วไม่ยอมตอบคำถามออกมา

“พี่จินกิ .. พี่ก็เป็นเพื่อนสนิทเค้ามาก่อนนี่นา”

“ถ้าคีย์โดนใครสักคนที่คีย์รักมากผิดสัญญา คีย์อาจจะทำแบบพี่ก็ได้ มันยากที่จะกลับไปเป็นแบบเดิม” จินกิเอ่ยเสียงเบาออกมา

“พี่รักพี่จุนเหรอ?”

แก้มอิ่มแดงเรื่อทันทีที่คีย์ถาม น้องข้างบ้านหัวเราะลั่นออกมาทันที ก่อนจะกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าจินกิราวกับได้ล่วงรู้ความลับสำคัญซึ่งก็อาจจะใช่ ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างให้จินกิแล้วเอ่ยเสียงล้อเลียนออกมา

“ใช่ไหม? รักพี่จุนใช่ไหมฮะ?”

“ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! หุบปากเลยนะ!”

จินกิตะโกนดังก้องออกมาแล้ววิ่งไล่เตะคีย์ที่กำลังทำหน้าทำตาล้อเลียนเขาอยู่ เสียงหัวเราะดังขึ้นหลังจากที่ไม่ได้หัวเราะด้วยกันแบบนี้มานาน จินกิได้แต่ภาวนาให้คีย์สมหวังเร็ว ๆ .. จงฮยอนไม่ใช่เด็กใจร้ายเพียงแต่ความรู้สึกช้าและขี้กลัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง ในขณะที่คีย์มองพี่ชายข้างบ้านแล้วก็ภาวนาให้จินกิยอมเปิดใจให้อีจุนซะที ..

บางทีความรักอันยุ่งเหยิงของพวกเขา .. คงเริ่มจะคลี่คลายแล้ว ..



Hey soul sister,
Ain't that Mr. Mister on the radio, stereo, the way you move ain't fair, you know!
Hey soul sister, I don't want to miss a single thing you do...tonight
Hey, hey,hey ………….. Tonight

เสียงปรบมือดังขึ้นทันทีที่จงฮยอนร้องท่อนสุดท้ายจบลง ใบหน้าคมคายโค้งให้ทุกคนรอบห้องไม่ว่าจะเป็นมินโฮ แทมินหรือเจสสิก้าที่เช้ามาดูการซ้อมใหญ่ด้วย นักดนตรีต่างส่งเสียงโหวกเหวกกันออกมาแล้วเริ่มเก็บอุปกรณ์ดนตรี วันนี้พวกเขาซ้อมกันแค่รอบเดียวแต่ต้องเป๊ะกันทุกอย่างหลังจากที่โหมซ้อมแบบหลายชั่วโมงกันมาหลายวัน ยงฮวาซึ่งเป็นหัวหน้าวงเลยให้กลับไปพักผ่อนกันแต่หัวค่ำ จะได้ไม้ต้องตื่นเต้นกับการแข่งรอบคัดเลือกพรุ่งนี้มากนัก

“สรุปว่าพรุ่งนี้นัดเจอกันกี่โมง?” เจสสิก้าเดินเข้าไปถามจงฮยอนที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับขาตั้งไมค์

“แปดโมงเช้าที่บ้านจงฮุนน่ะ พี่อย่าสายล่ะ” จงฮยอนเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยย้ำเพราะเจสสิก้าต้องเป็นคนจัดการเรื่องแต่งหน้าแต่งตาของพวกเขา

“เออ ไม่ลืมหรอกน่า งั้นไปแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นเต้นกันนะ ยังไงก็ต้องผ่านอยู่แล้ว!” เจสสิก้าตะโกนดังลั่นห้อง

“คร้าบ”

มีเสียงตอบรับจากมินฮวานที่หันมาส่งยิ้มให้ พร้อมทั้งจงฮุน จองชินที่พยักหน้าหงึกหงักพร้อมกำหมัดขึ้นมาว่าจะสู้ตาย เจสสิก้ายิ้มอย่างถูกอกถูกใจแล้วโบกมือลาเหล่าสมาชิกในวงก่อนจะเดินหายออกไปทางประตูหน้า ลมหนาวพัดกรูเข้ามาจนทุกคนที่อยู่ในห้องเริ่มห่อไหล่ให้เสื้อที่สวมใส่แน่นขึ้นอีก

“หนาวแล้วเนอะ ..” จงฮยอนบ่นพึมพำออกมา

“พรุ่งนี้ต้องเล่นเวทีกลางแจ้งด้วยสิ หาเสื้ออุ่น ๆ ใส่กันไปด้วยนะ” ยงฮวาเอ่ยเตือนก่อนจะรูดซิปกระเป๋าใส่กีต้าร์ของตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองทุกคน

“พรุ่งนี้ต้องเป็นวันที่ดี เพราะงั้นวันนี้พักผ่อนกันให้เยอะ ๆ แล้วก็ไปเต็มที่กันบนเวทีกันเถอะนะ!”

เสียงตอบรับจากทุกคนดังขึ้นรวมไปถึงแทมินด้วย หลังจากกุลีกุจอช่วยจงฮุนเก็บสายไฟเสร็จเรียบร้อยก็วิ่งเหยาะ ๆ ไปหามินโฮที่ยืนมองจงฮยอนอยู่แต่มาพูดอะไรออกมา

“พรุ่งนี้แปดโมงที่บ้านจงฮุนนะแทมิน”

“ครับ” แทมินยืนยันให้จงฮยอนมั่นใจว่าเขาไม่มีทางลืม ก่อนจะหันไปมองหน้ามินโฮอย่างลังเล พอได้รับอนุญาตเป็นการพยักหน้า ร่างเล็กก็เอ่ยพึมพำออกมาว่า

“พรุ่งนี้ .. ผมจะพาพี่คีย์ไปดูด้วยนะ”

“งั้นเหรอ?”

แค่แวบเดียวเท่านั้นที่เห็นความหวั่นไหวในดวงตาของจงฮยอน มือก็ชะงักก่อนจะรีบปรับสมดุลในร่างกายให้ปกติแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มินโฮเอื้อมมือไปบีบไหล่นักร้องนำของวงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มออกมาว่า

“Hey Soul Sister น่ะ .. ตั้งใจจะร้องให้คีย์ใช่ไหม?”

ไม่ใช่ว่ามินโฮไม่รู้ .. เขารู้ว่าคีย์ชอบเพลงนี้มากขนาดไหน ทั้งฮัมหงุงหงิงตอนที่นั่งเหม่อในห้องเรียนหรือแม้แต่ตอนที่ก้มหน้าก้มตาทำการบ้าน ตอนที่ได้ยินแทมินมาบอกลิสต์เพลงที่วงของจงฮยอนจะร้องคัดเลือกเขาก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มินโฮว่าเพลงนั้นคงมีที่มาที่ไปเหมือนอย่างที่เขาคิดแน่นอน

“ใช่ไหมจงฮยอน ..?”

แต่มินโฮก็ยังไม่ได้คำตอบจากคนตัวเตี้ยกว่าเลย จงฮยอนเอาแต่เม้มปากเป็นเส้นตรงแล้วคว้ากระเป๋าขึ้นมาพาดหลัง หันไปบอกลาสมาชิกในวงแล้วเดินนำหน้ามินโฮกับแทมินออกไปจากห้องซ้อม คู่รักสองมินรีบสาวเท้าตามไปติด ๆ มินโฮไม่กล้าถามต่อ ถ้าจงฮยอนไม่อยากพูดเขาก็จะไม่เค้นถามเพราะนั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของจงฮยอน เดินออกมาจากโรงเรียนได้สักพักจงฮยอนก็ชะลอฝีเท้าแล้วก็หยุดเดิน

“ฉันจะร้องให้เค้า ..” จู่ ๆ จงฮยอนก็เอ่ยประโยคนั้นออกมา แววตาเต็มไปด้วยความกังวลฉายชัด

“ให้คีย์น่ะเหรอ?” มินโฮถามย้ำ ในขณะที่แทมินกำมือคนรักแน่น รู้สึกเหมือนจะหยุดหายใจเพราะไม่เคยรู้เลยว่าจงฮยอนคิดยังไงมาก่อน

“ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ .. ตอนที่ไปนั่งลิสต์ชื่อเพลงกับพี่ยงฮวา เพลงนี้มันก็ติดหูฉันอยู่ตลอดเวลา ฉันรู้ว่าคีย์ชอบเพลงนี้ ตอนแรกก็เสนอไปหลายเพลง แต่ท้ายที่สุดแล้ว .. ฉันก็ขอให้พี่ยงฮวาเล่นเพลงนี้เพราะมันเป็นเพลงโปรดของคีย์ ตอนที่ต้องร้องท่อน You're so gangsta, I'm so thug, you're the only one I'm dreaming of .. ฉันก็แค่คิดว่ามันเหมือนฉันกับคีย์เท่านั้นเอง”

จงฮยอนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ในไม่อีกกี่นาทีนี้ก็จะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดทั้งเมือง ใบหน้าคมคายหันกลับไปมองมินโฮพร้อมแสงสีส้มที่อาบใบหน้า จงฮยอนผุดยิ้มอ่อนโยนออกมาแล้วก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองแล้วพึมพำเสียงเบา

“ฉันคงตกหลุมรักคีย์โดยไม่รู้ตัวเข้าแล้วล่ะ ..”

“พี่จงฮยอน ..” แทมินครางเสียงแผ่วแล้วเดินไปหยุดอยู่หน้ารุ่นพี่

“มันไม่สายหรอกถ้าพี่จะบอกพี่คีย์ก่อนที่เค้าจะตัดใจจากพี่น่ะ พรุ่งนี้ร้องเพลงนี้ให้พี่คีย์นะฮะ .. พี่คีย์ต้องมาแน่นอน เค้าเข้มแข็งกว่าที่พี่คิดเอาไว้มากเลยนะครับ”

จงฮยอนพยักหน้าแต่แววตากลับดูหม่นเศร้า แทมินกับมินโฮไม่กล้าทักหรือเอ่ยอะไรออกมาอีก พวกเขาแค่มองแผ่นหลังของจงฮยอนที่เดินนำหน้าตัวเองออกไป จงฮยอนมองดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้าไป .. เขาอยากให้ความรักที่คีย์มีต่อเขาเป็นแบบนั้นบ้าง แม้จะลาลับขอบฟ้าไปในตอนเย็นย่ำ แต่พอถึงรุ่งเช้าดวงตะวันก็จะกลับมาส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง ..

จงฮยอนอาจเป็นแค่ผู้ชายหัวช้าและเห็นแก่ตัว .. แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าไม่ควรให้คนแบบคีย์หลุดมือไป



“พี่จินกิบอกว่าให้ไปเจอกันที่งาน ยังไงเค้าก็ไม่เบี้ยวหรอกครับจงฮยอนขึ้นเวทีทั้งที พี่จุนไม่ต้องห่วงหรอกน่า!”

ประโยคนั้นหลุดออกมาจากเจ้าของร่างบางที่กำลังเอ่ยดุพี่ชายซึ่งคิดมากไม่เข้าท่าว่าจินกิจะเบี้ยวนัดอีก คีย์เองก็ไม่อยากดุอีจุนแต่พี่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้ก็น่าจะคิดมากเพราะถูกจินกิเบี้ยวมาหลายรอบ

วันนี้จริง ๆ พวกเขาสามคนต้องไปที่งานประกวดของจงฮยอนพร้อมกันตอนเที่ยงตรง แต่เมื่อเช้าจินกิกลับมาหาคีย์ที่บ้านแล้วบอกว่ามีธุระต้องออกไปทำแล้วจะตามไปทีหลัง ดังนั้นตอนนี้อีจุนเลยมายืนทำท่าหงุดหงิดเพราะไม่เห็นคนที่ตัวเองอยากจะเจอแล้วลงกับคีย์แทน

“เราไปกันเหอะ เดี๋ยวสาย .. พี่จินกิจะไปเจอที่งานไง”

คีย์ฉุดข้อมือพี่ชายออกมาจากหน้าบ้านตรงไปที่ป้ายรถเมล์อย่างรวดเร็ว มือขวาเกาะแขนอีจุนเอาไว้แน่นในขณะที่มือซ้ายก็มาถุงกระดาษสีนน้ำตาลเอาไว้ในมือแน่น หลังจากคีย์ปล่อยอีจุนให้เป็นอิสระ พี่ชายจอมป่วยก็ยิงคำถามใส่เขาทันที

“นั่นถุงอะไรอ่ะ?”

“เรื่องของผมเหอะน่า ..”

“คีย์ .. เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับพี่เหรอ?”

“โธ่ .. พี่จะอยากรู้ทำไม?” คีย์หันหน้าหนีไปอีกทางแล้วทำทีชะเง้อคอมองหารถเมล์สายที่ต้องการ อีจุนเดินเขยิบเข้ามาใกล้แล้วเบิกตาขึ้นมองคีย์พลางถามอีกหน

“ของจงฮยอนใช่ไหม?”

แก้มใสเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย อีจุนหัวเราะเสียงดังลั่นขึ้นมาทันทีกับปฏิกิริยาน่ารักของน้องชายตรงหน้า คีย์เม้มปากแน่นแล้วลากข้อมืออีจุนขึ้นรถเมล์ หย่อนกายลงบนเบาะนั่งแล้วเม้มปากเงียบพลางกอดถุงสีน้ำตาลเอาไว้แน่น

“ซื้อไรให้อ่ะ? ไมโครโฟน? เฮดโฟน ซีดีเพลง หรือว่า ..”

“พอ ๆ ๆ เลิกเดาได้แล้ว จะอยากรู้อะไรนักหนา”

“บอกพี่มั่ง .. เผื่อมีไอเดียซื้อของไปให้จินกิ” อีจุนกะพริบตาวิ๊ง ๆ ให้ คีย์เบ้ปากแล้วผลักหน้าผากพี่ชายออกไปเบา ๆ

“ไปคิดเอาเองเหอะ พี่จินกิเค้าจะรับของจากพี่รึเปล่าดีกว่า” คีย์แอบเหน็บไปแล้วปิดปากเงียบพอเห็นว่าอีจุนถลึงตาใส่แล้วเขกหัวเขาแถมมาให้อีกต่างหาก แต่ก็คุ้มกับความเจ็บเพราะอีจุนไม่ยุ่งกับเขาอีกเลยตลอดการเดินทาง

คีย์กับอีจุนเดินเข้ามาในงานซึ่งจัดเป็นเวทีกลางแจ้งท้าลมหนาวที่พัดปลิวจนต้นไม้เอนไปตามแรงลมและพวกเขาที่ยืนอยู่ด้านหน้างานสั่นหงึกหงักไปตามกัน อีจุนกระชับผ้าพันคอให้คีย์แล้วบ่นด้วยฟันที่กระทบกันกึกกักออกมาว่า

“คิดยังไงจัดเวทีกลางแจ้งตอนหน้าหนาวเนี่ย ..”

“เดี๋ยวพอวงดนตรีเริ่มเล่นก็ได้โยกไง เหงื่อออกแล้วก็คงหายหนาว”

อีจุนเขกหัวคีย์กับประโยคที่แถซะสีข้างถลอก คีย์หรี่ตามองไปยังเวทีซึ่งเริ่มมีคนไปซาวนด์เช็คแล้ว อีจุนดึงผ้าพันคอของตัวเองมาปิดปากบ้างก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า

“ไม่โทรหาน้องแทมินกับน้องมินโฮล่ะ?”

“ทีกับผมไม่มีเรียกน้องหรอกนะ” คีย์บ่นพึมพำแล้วคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์ลงไปแล้วแนบมันเข้ากับหูของตัวเอง

“อื้อ มาถึงแล้ว .. อยู่ไหนกันเหรอ? .. ฉันรออยู่หน้างานแล้วกัน เดี๋ยวใกล้ ๆ เริ่มจะเดินเข้าไป .. ไม่เอาหรอก! จะให้พี่เดินเข้าไปทำไมวะแทมิน .. จงฮยอนอยู่ด้วยรึเปล่า? ..”

ตอนที่ถามประโยคสุดท้ายออกมาคีย์เสียงแผ่วจนน่าใจหายเหมือนจะหลบหน้าอีกฝ่ายทั้งที่ถุงสีน้ำตาลในมือยังถูกกำเอาไว้แน่น อีจุนไวเท่าความคิด แย่งมือถือมาจากมืออีกคนแล้วกรอกเสียงสดใสลงไปทันที

“อยู่ไหนกันแทมิน”

“ร้านกาแฟหลังเวทีฮะ .. พี่อีจุนพาพี่คีย์เข้ามาที”

“โอเคเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง แล้วเจอกันนะครับ” อีจุนวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปมองคีย์ซึ่งกำลังเม้มปากแน่น อ้าปากเหมือนจะด่าเขาออกมาแต่ก็เปลี่ยนเป็นถอนหายใจเสียงดังแทน

“ไปกินกาแฟกัน”

“ผมไม่ไป” คีย์ตอบแบบมั่นอกมั่นใจ

“พี่เลี้ยง” อีจุนยื่นข้อเสนอให้

“เหอะน่าคีย์ .. ยืนอยู่ตรงนี้หนาวจะตาย งานเริ่มตั้งบ่ายโมงนี่เพิ่งเที่ยงเองนะ ไปหาอะไรกินกันด้วย”

“ผมไม่หิว ผมกินมาจากบ้านแล้ว .. พี่จุนอยากกินก็ไปกินเหอะ ผมจะรออยู่ตรงนี้” พอเห็นท่าทางดื้อดึงของคีย์แล้วอีจุนถึงกับพรูลมหายใจออกมาแล้วเอื้อมมือไปบีบไหล่อีกคนเอาไว้หลวม ๆ

“ของในถุงนั่นจะให้จงฮยอนไม่ใช่รึไง? .. ก็เอาไปให้สิ ..” อีจุนพยักเพยิดไปทางถุงสีน้ำตาล คีย์กำมันแน่นขึ้นอีกแล้วเงยหน้ามองอีจุน

“ผมยังไม่พร้อมจะเจอ ..”

“พร้อมไม่พร้อมยังไงก็ต้องเจอล่ะน่า มาเถอะ .. เขาคงไม่ปาของนายทิ้งหรอกน่า แย่ที่สุด .. ก็แค่ไม่รับของเท่านั้นเอง”

“พี่อีจุน!” คีย์ตวาดเสียงดังใส่ ก่อนที่พี่ชายจะหัวเราะพรืดออกมาแล้วมองเลยไปทางด้านหลัง คีย์หันกลับไปมองตามก่อนจะเห็นว่าจินกิยืนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ยังไม่ไปร้านกาแฟกันอีก”

“คีย์ไม่ยอมไปน่ะจินกิ บอกว่ายังไม่พร้อมเจอจงฮยอน”

คราวนี้พี่ชายข้างบ้านชักสีหน้าขึ้นมาทันที ก้าวเท้าเร็ว ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าคีย์แล้วดีดหน้าผากคีย์เบา ๆ แต่มันกลับเจ็บปวดจนรู้สึกเหมือนกระตูกจะร้าวไปด้วย ยกมือขึ้นลูบหัวป้อย ๆ แล้วก็จำต้องยืนฟังจินกิบ่นอีก

“พอเหอะจินกิ ..” อีจุนเอ่ยขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าจินกิเริ่มพูดไม่หยุด คนถูกทักปิดปากเงียบทันทีแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปร้านกาแฟเดี๋ยวนี้”

จินกิออกคำสั่ง อีจุนพยักหน้าแล้วเดินไปคล้องแขนคีย์ก่อนจะออกแรงให้เดินออกมาด้วยกัน จินกิมองสองแขนที่คล้องกันอยู่แล้วรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะแทรกตัวไปอยู่ตรงกลางจนอีจุนต้องปล่อยแขนจากคีย์ ใบหน้าของคีย์และอีจุนหันมามองจินกิด้วยท่าทางงุนงง มือที่สวมถุงมือปัดแขนอีจุนออกไปแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยออกมา

“เดี๋ยวจงฮยอนหึง”

“นึกว่าพี่จินกิหึง” คีย์เอ่ยออกมาเรียบ ๆ แก้มใสแดงเรื่อก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อมองเห็นอีจุนหันมามองอย่างสงสัยและจับผิด

“หึงบ้าอะไร เดินไปเลย อย่ามาพูดมาก”

จินกิดันหลังน้องชายให้เดินนำหน้า โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าอีจุนกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินตามหลังตัวเอง ร้านกาแฟอยู่ไม่ห่างจากสถานที่จัดงานนัก ทันทีที่มองเห็นคีย์ก็ชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองจินกิกับอีจุนที่พร้อมใจกันส่งสายตาอาฆาตไปให้ คีย์เลยจำต้องเดินผลักบานประตูกระจกใสเข้าไปพร้อมกับจินกิ กวาดตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าโต๊ะที่วงของจงฮยอนนั่งอยู่ด้านในสุด

“อ้าว? มากันนู้นแล้ว”

เจสสิก้าทักเสียงสดใสแล้วเดินยิ้มร่ามาหาจินกิ ตบไหล่อีกคนแรง ๆ แล้วลากไปนั่งด้วยกันด้านใน จงฮยอนซึ่งนั่งอยู่ด้านในสุดเหลือบตาขึ้นมองคีย์และอีจุนที่ยืนมองตามจินกิอยู่ด้านหลัง นักร้องนำพรูลมหายใจออกมาแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น คีย์ถูกแทมินลากให้นั่งตรงเก้าอี้เสริมซึ่งไปขอยืมจากโต๊ะข้าง ๆ อีจุนก็เดินตามหลังจินกิและถูกเจสสิก้าบังคับให้นั่งอีกโต๊ะด้วยกัน

“นั่นจะให้ใครเหรอ?” แทมินกระซิบถาม คีย์เหล่ไปมองทางจงฮยอนแทนคำตอบ แทมินหัวเราะคิกออกมาแล้วแย่งถุงจากมือคีย์ออกมา ใบหน้าหวานเหวอกินทันที

“อะไรอ่ะพี่คีย์! ซื้ออะไรมาเหรอ?”

ไม่ใช่แค่จินกิและอีจุนที่หันมามองอย่างสนใจจากอีกโต๊ะ แต่ตอนนี้ทั้งจงฮุน จองชิน มินฮวานและยงฮวาซึ่งตอนแรกวุ่นวายกับตัวเองอยู่ก็พร้อมใจกันหันมามองด้วยท่าทางสนใจ แทมินคืนถุงใส่มือคีย์แล้วถามเสียงสดใสออกมา

“ของใครเหรอครับ?”

“เอ่อ ..” คีย์ทำท่าอึกอักแล้วเม้มปากแน่น เหลือบไปมองจงฮยอนที่กำลังจ้องเขาตาแทบไม่กะพริบเหมือนรอคอยคำตอบ ใบหน้าคมคายก้มลงมองแก้วกาแฟตัวเองเมื่อไม่เห็นวี่แววว่าคีย์จะตอบคำถาม

“ฉันซื้อมาให้นาย .. วันนี้ทำให้เต็มที่นะ”

ถุงกกระดาษสีน้ำตาลถูกยื่นไปตรงหน้าจงฮยอนท่ามกลางความตื่นตะลึงเพราะไม่คิดว่าคีย์จะกล้าจริง ๆ ดวงตาสีนิลเหลือบมองคีย์ด้วยความรวดเร็ว คนหน้าหวานยอมสบตาแบบไม่หลบไปไหน จงฮยอนเอื้อมมือไปรับถุงกระดาษสีน้ำตาลจากมือคีย์ก่อนที่มือเรียวจะชักกลับแล้วเดินถอยหลังไปสองสามก้าวแบบอัตโนมัติ

“ขอบคุณนะ”

จงฮยอนพึมพำออกมาท่ามกลางความเงียบและการลุ้นของใครอีกหลายคน มือล้วงเข้าไปหยิบของด้านในออกมา มองหมวกไหมพรมสีดำในมือและโดยที่ไม่ต้องให้มีใครพูดอะไร จงฮยอนก็สวมมันลงบนหัว ปล่อยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนโผล่พ้นหมวกสีดำออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้คีย์

“ฉันจะถือว่านี่เป็นเครื่องรางที่จะทำให้ฉันโชคดีนะ”

รวมทั้งตัวนายด้วยคีย์ .. ฉันโชคดีมากแค่ไหนที่ได้เจอคนแบบนาย ..

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 13

Chapter 13




คีย์ขังตัวเองในห้องน้ำหลังจากที่เดินสะโหลสะเหลออกมาเหมือนคนหมดแรง น้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ตลอดระยะทางตอนนี้เขาก็ปล่อยให้มันไหลออกมาได้อย่างไม่ต้องอายใคร ได้ยินเสียงดังกุกกักและเสียงบทสนทนาของคนอื่นที่แวะเวียนเข้ามาในห้องน้ำแต่คีย์ก็ยังรู้สึกเหมือนเขาเป็นเพียงแค่ตัวคนเดียว น้ำอุ่น ๆ ไหลออกมาจากเบ้าตาอีกหน

จงฮยอนพูดให้ปวดใจเป็นบ้า!

ถึงแม้ตัวเขาเองตั้งใจว่าจะไปบอกจงฮยอนแบบนั้นเหมือนกันก็เถอะ แต่ความรู้สึกตอนที่จงฮยอนพูดมันออกมาซะเองก็ทำให้คีย์ถึงกับผงะ หัวใจเจ็บแปลบจนเหมือนมันแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จงฮยอนเป็นคนพูดตรงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร .. คีย์รู้ความจริงข้อนี้แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาร้องห่มร้องไห้เพราะคำพูดของผู้ชายคนนั้น

แต่ก็ดีแล้วล่ะ ..

คีย์บอกตัวเองแบบนั้นแล้วท่องซ้ำไปซ้ำมาว่าดีแล้ว .. เขากับจงฮยอนเหมาะกับการเป็นเพื่อนกัน เป็นคู่กัดกันมากกว่าจะให้ไปคบกันอยู่แล้ว ร่างบางปาดน้ำตาออกจากดวงตาเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น คีย์เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมจับโทรศัพท์แนบหู

“อะไร?”

“อยู่ไหนวะ เห็นจงฮยอนบอกว่าไปห้องน้ำ กูนึกว่าตกส้วมตายแล้ว”

“ไม่ต้องแช่ง! เดี๋ยวกลับห้องแล้ว” ได้ยินเสียงต่อว่าต่อขานของมินโฮก็พลอยทำให้คีย์รู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยมินโฮก็ยังเป็นเพื่อนเขาเหมือนเดิม

“เออ! ไอ้เตี้ยนี่ก็ไม่ยอมโทรหามึงเอง ให้กูโทรอยู่ได้ รีบมาแล้วกัน โอ๊ย! กูเจ็บนะจงฮยอน” มินโฮเอ่ยยาวเหยียดก่อนจะตัดสายไป ประโยคหลังที่คนตัวสูงบอกพาลให้คีย์ใจเต้นแรง แต่แล้วก็ค่อย ๆ ระบายยิ้มออกมาให้ตัวเองในกระจกตรงหน้า

เพื่อนเป็นห่วงเพื่อนสินะ ..

อยู่ ๆ เขาก็ถลาวิ่งออกมานอกห้องแบบนั้นถ้าเขาเป็นจงฮยอนเองก็คงอดคิดมากตามไม่ได้ แถมคีย์ยังหายออกมาเกือบ 20 นาทีแล้ว ถึงจะทุกข์หนักขนาดไหนก็คงไม่หมกตัวในห้องน้ำถึงเกือบครึ่งชั่วโมงแบบนี้ คีย์มองร่องรอยในดวงตาก่อนจะกะพริบตาสองสามทีให้มันหายไป ลองฉีกยิ้มกับตัวเองในกระจกแล้วก็เดินกลับห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ปลดทุกข์นานนะมึง” มินโฮเอ่ยทักขึ้นเสียงดัง คีย์กำหมัดเหวี่ยงขึ้นบนอากาศแล้วถลึงตาใส่

“หัดเงียบบ้างก็ได้นะ”

ร่างบางหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง จงฮยอนเหลือบสายตามามองพอดีกับคีย์ที่เงยหน้าขึ้นจะแอบมองอีกคนเหมือนกัน ทั้งคู่หลบตากันไปคนละทาง ก่อนจะจำต้องเงียบเสียงลงเพราะอาจารย์เดินเข้ามาในห้อง คีย์ลอบมองแผ่นหลังของจงฮยอนเพราะตัวเองนั่งอยู่ด้านหลัง แม้ว่าเสียงอาจารย์จะดังลั่นหน้าห้องพร้อมแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียน ดูเหมือนสิ่งที่คีย์จดจ่อมีเพียงแผ่นหลังของจงฮยอนเท่านั้นเอง



“ไม่เป็นไรแน่นะครับ ..”

แทมินเอ่ยถามเสียงเบา พร้อมกันนั้นสายลมเย็นก็พัดใบหน้าจนเส้นผมปลิวไม่เป็นทรง คีย์ยังนั่งอยู่บนดาดฟ้าของอาคารแล้วเอาแต่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีสดใสในยามเที่ยง ปุยเมฆสีขาวลอยล่องอยู่เหนือหัว คีย์พยักหน้ากับคำถามของอีกคนแล้วเอ่ยเสียงเบาหวิวออกมา

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ร้องไห้นะ ..”

“ให้ตายสิแทมิน .. พี่ร้องไปแล้วล่ะ” คีย์เอี้ยวตัวหันกลับมาบอกแทมินเสียงเบาแล้วหัวเราะออกมา ทั้งที่แววตาคู่นั้นหม่นหมองจนมองออก

“พี่คีย์ ..”

“ช่างมันเถอะ .. สักพักพี่คงดีขึ้น”

คีย์พรูลมหายใจออกมาแล้วหันไปสนใจภาพตรงหน้าต่อ ท้องฟ้าเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จคีย์ก็ขอตัวแทมินมาจากมินโฮแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังบนดาดฟ้าของโรงเรียน เขาทิ้งให้อีจุนอยู่กับจินกิและจากมาเพราะอยากให้อีจุนได้คุยกับจินกิมากกว่าต้องมาคุยกับเขา หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแทมินก็ทำได้แค่ถอนหายใจ มือเรียวแตะลงบนไหล่ของคีย์แล้วเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง

“ในเมื่อเป็นแฟนพี่จงฮยอนไม่ได้ .. ก็กลับมาเป็นเพื่อนกันงั้นสินะครับ” คีย์พยักหน้า

“เข้มแข็งไว้นะครับพี่คีย์ ..”

คีย์หันกลับมามองแทมินแล้วฉีกยิ้มให้ บางทีแทมินก็โตกว่าเขามากในเรื่องของความรัก แม้จะดูจากภายนอกแล้วแทมินดูเป็นเด็กที่สนุกไปวัน ๆ และพึ่งพาไม่ได้แต่จริง ๆ แล้วในเวลาที่คีย์อ่อนแอแบบนี้ แค่คำพูดบางคำจากแทมินก็ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาได้ เขาพยักหน้ารับคำจากแทมิน มือเรียวยังคงเกาะกุมที่ไหล่ของคีย์และบีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ

“ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังตัดใจไม่ได้ .. แต่พี่ก็จะพยายามนะแทมิน”

“ผมเชื่อว่าพี่ทำได้ฮะ”

แทมินนั่งลงข้างกายคีย์ เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่ชายที่ดูจะเปราะบางไปซะทุกอย่าง แม้ใบหน้าจะแต้มแต่งไปด้วยรอยยิ้มเพื่อให้คนอื่นสบายใจแต่แทมินคิดว่าข้างในคงเจ็บปวดเกินจะแบกรับ การตัดใจจากใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าการตกหลุมรักใครสักคนอาจจะเป็นเรื่องง่ายกว่าก็ตาม แทมินคิดว่าคีย์คงทำใจได้ในสักวัน .. แต่กว่าจะถึงวันนั้น เขาก็แอบภาวนาให้จงฮยอนรู้ใจตัวเองและกลับมาหาคีย์ก่อนที่คีย์จะตัดใจได้สำเร็จ

แทมินเกลียดความรักของคนทั้งสองที่กำลังเดินสวนทางแต่ตอนนี้คนแบบเขาก็ทำได้แค่นั่งมองอยู่ห่าง ๆ ก็เท่านั้นเอง ..



“พี่อีจุน”

คีย์เรียกชื่ออีกคนเสียงแผ่วเบา ในขณะที่กำลังจะเดินกลับเข้าห้องเรียน อีจุนกลับเดินโซเซไปตามทางเดินเหมือนจะกลับเข้าห้องเหมือนกัน ท่าทางเหนื่อยอ่อนเป็นสัญญาณว่าคงไม่มีอะไรคืบหน้าระหว่างอีจุนกับจินกิ ใบหน้าที่เบ้เหมือนจะร้องไห้ออกมาทำให้คีย์ตกใจจนต้องรีบร้อนเอ่ยถาม

“พี่เป็นอะไร?”

“จินกิใจร้าย ..” อีจุนบ่นพึมพำแล้วจูงข้อมือคีย์ไปหยุดอยู่หน้าห้องเรียนของคีย์ คนเป็นพี่นั่งยอง ๆ ลงกับพื้นเหมือนคนหมดแรงแล้วเอ่ยเสียงเบาออกมา

“ทำยังไงดีล่ะคีย์?”

“พี่อีจุน ..” คีย์นั่งยอง ๆ ลงในระดับเดียวกับอีกคนแล้วมองด้วยแววตาเป็นห่วง

“ไม่คุยเลย ทำเหมือนพี่เป็นอากาศ ถามคำตอบคำอีกต่างหาก พี่ปวดใจชะมัด ..”

“พี่อีจุน ..” คีย์ครางเสียงเบาแล้วเอื้อมมือไปจับไหล่อีกคนเอาไว้ก่อนจะบีบเพื่อให้กำลังใจ อีจุนเงยหน้าขึ้นมองคีย์แล้วส่งยิ้มซีดเซียวส่งให้

“พี่นี่แย่ชะมัดจริง ๆ ควรจะเข้มแข็งมากกว่านี้สินะ”

“พี่ .. ถ้าจะร้องไห้ ถ้าอยากระบายน่ะ .. พี่ยังมีผมนะ”

“ขอบคุณนะคีย์ .. เดี๋ยวก่อน ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

อีจุนจ้องเข้าไปในดวงตาของคีย์ ร่องรอยบวมเล็กน้อยคงเพราะร้องไห้ตั้งแต่เมื่อเช้าแถมจมูกก็ยังเป็นสีแดงเพราะตอนคุยกับแทมินน้ำตาจะร่วงเผลาะออกมาอีกรอบ อีจุนใช้สองมือประคองใบหน้าของคีย์แล้วหันหน้าน้องชายไปทางซ้ายทีขวาที

“ร้องไห้ใช่ไหม?”

“ใช่ที่ไหนกันเล่า!” คีย์ตอบเสียงดังออกมาแล้วพยายามแกะข้อมืออีจุนออก พอไม่ได้ผลเลยจำต้องหลบตาวอกแวกเพราะกลัวว่าจะสารภาพความจริงออกมา

“ไอ้เด็กขี้โกหก! ไปบอกรักคนนั้นมาเหรอ? ชื่ออะไรนะ .. จงฮยอนใช่ไหม?”

“บอกไปตั้งนานแล้วต่างหาก” คีย์ปัดมืออีจุนทิ้งเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยืนอึ้งกับคำตอบ

“เจ๋งชะมัด! แล้วเป็นไงบ้าง?” คราวนี้ทำหน้าระริกระรี้อยากรู้ไม่ต่างกับจินกิตอนที่อยากรู้เรื่องของเขาเลยสักนิด คีย์หลุบตาลงต่ำแล้วส่ายหน้าออกมาแทนการตอบ

“งั้นเหรอ? .. ไม่ร้องไห้นะน้องพี่” อีจุนเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมสีดำของอีกคนด้วยท่าทางหยอกล้อ คีย์จิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“คีย์!”

อีกเสียงหนึ่งเรียกขึ้นจากประตูห้องอีกฝั่ง คีย์หันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะเห็นว่ามินโฮกำลังโบกไม้โบกมือให้พร้อมกับโค้งให้อีจุนอีกต่างหาก อีจุนยิ้มเผล่กลับไปแต่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังมินโฮอีกคนนั่นต่างหากที่ทำท่าบอกบุญไม่รับแล้วจ้องหน้าคีย์ก่อนจะเบนสายตาออกไปอีกทาง

“นี่ .. จงฮยอนไม่ได้ชอบคีย์จริง ๆ เหรอ?” อีจุนเขยิบเข้ามาใกล้แล้วก้มลงกระซิบถามเบา ๆ คีย์หันไปถลึงตามอง

“ก็เค้าทำท่าเหมือนหึงคีย์กับพี่นี่หว่า” อีจุนยกยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะด้วยท่าทางกวนประสาทออกมา ก่อนจะเจ้ากี้เจ้าการดันหลังคีย์ไปหามินโฮและจงฮยอนที่ยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้อง

“พี่ไปแล้วนะคีย์ เย็นนี้เจอกัน” อีจุนเอ่ยขึ้นแล้วหันไปยิ้มให้เพื่อนของน้องชายอีกสองคน มินโฮผงกหัวให้แล้วมองอีจุนที่หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“พี่อีจุนนี่มาเร็วไปเร็วดีนะ”

“ก็เค้ามีเรียนเหมือนพวกเรานั่นแหละ” คีย์ตอบแทนแล้วไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองจงฮยอน พอเหลือบตาขึ้นมองเห็นอีกคนมองตัวเองอยู่ก็หลบตาวูบลงไปอีก

“คีย์ดูสนิทกับเค้าดีนะ ..”

“แหงสิวะมึง รู้จักกันมาตั้งแต่ประถมไม่ใช่รึไง? กูไปถามพี่จินกิมา”

มินโฮบอกข้อมูลพร้อมแหล่งข่าวเสร็จสรรพ คีย์เดาเอาว่าคงเป็นแทมินอีกคนด้วยนั่นแหละที่ไปถาม นึกไม่ออกเลยว่าตอนจินกิต้องบอกข้อมูลเดี่ยวกับอีจุนจะทำหน้ายังไง จงฮยอนพยักหน้าเรียบง่ายแล้วครางอ๋อออกมาก่อนจะเงียบไปอีก

“เข้าห้องก่อนนะ”

จงฮยอนตัดบทเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองยังไม่มีท่าทีจะเดินเข้าไปข้างใน มินโฮมองท่าทางหงุดหงิดหัวเสียของเพื่อนตัวเตี้ยอย่างงุนงงก่อนจะหันกลับมามองคีย์ที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ตรงหน้า

“มึงเป็นอะไรรึเปล่าวะ? แล้วพี่อีจุนเค้าไม่ได้มาจีบมึงใช่ไหม?”

“หา? จีบกู?” คีย์เงยหน้ามองมินโฮแล้วถามเสียงพอได้ยินกันสองคนออกมา

“ก็แหม .. กูยืนดูอยู่ตรงนี้กับจงฮยอนพี่เขาดูอ่อนโยนกับมึงจะตาย .. กูเห็นนะว่าเค้ากระซิบมึงอ่ะ” มินโฮทำเสียงกรุ่มกริ่มแล้วยักคิ้วหลิ่วตา

“เค้าไม่ได้จีบ ถ้าจะจีบกูคงติดไปนานแล้วล่ะ” คีย์กระแทกเสียงใส่

“เหรอ .. แต่จะบอกให้นะ จงฮยอนทำท่าหัวฟัดหัวเหวี่ยงเหมือนหึงมึงเลย”

“หึงกู?” คีย์ทวนคำแบบไม่แน่ใจนัก มินโฮตบไหล่คีย์เบา ๆ แล้วเอ่ยพึมพำออกมา

“อืม .. มันอาจจะหัวช้านิดนึงแต่มึงก็ให้เวลามันหน่อยแล้วกัน” มินโฮผลักบานประตูแล้วผลักบานประตูเข้าไป คีย์เอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของมินโฮเอาไว้แล้วเอ่ยพึมพำออกมา

“ให้เวลาจงฮยอน .. แล้วกูก็เจ็บเองแบบนั้นใช่ไหม?”

“คีย์ ..” มินโฮครางเรียกชื่อเพื่อนเสียงเบา

“ไม่เป็นไรหรอก .. กูบอกแทมินแล้วว่ากูจะตัดใจ กูกับจงฮยอนจะได้เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”

คีย์บอกเสียงจริงจังแต่แววตากลับวูบไหวตรงข้ามกับคำพูด มินโฮรู้ว่ามันเป็นไปได้ยากมากที่จะให้ความรู้สึกซึ่งมีต่อคนบางคนหายไปเหลือไว้แค่ความสัมพันธ์แบบอื่น เขาได้แต่ก้าวเท้าตามหลังคีย์เข้าไปในห้องและทำให้บรรยากาศระหว่างจงฮยอนกับคีย์ไม่แย่และดูน่าอึดอัดจนเกินไปก็แค่นั้น



เป็นปกติ ..

คีย์อยากรู้จักความหมายของคำว่า ‘ปกติ’ ให้ลึกซึ้งมากกว่านี้อีกหน่อย โดยทั่วไปแล้วไม่ใช่ว่าคีย์จะโผล่ไปที่ห้องซ้อมดนตรีของจงฮยอนบ่อยจนเป็นกิจวัตรที่เรียกได้ว่าปกติ ใบหน้าหวานเลยขมวดคิ้วอย่างงุนงงเมื่ออยู่ ๆ ก็ถูกมินโฮและแทมินลากมาที่ห้องซ้อมดนตรีแล้วบอกว่า

‘พี่ต้องทำตัวให้เป็นปกติ’

คีย์อยากจะเถียงออกมาว่าปกติกูก็ไม่เคยไปที่ห้องนั้นด้วยซ้ำถ้าพวกมึงสองคนไม่ลากกูไปเนี่ย! แต่ก็จำต้องปิดปากเงียบลงไปเพราะถูกลากมาที่หน้าห้องแบบไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำไป จงฮยอนที่เพิ่งเดินกลับมาจากซื้อน้ำเดินหายเข้าไปในห้องหลังจากเหลือบตาขึ้นมามองพวกเขาแวบนึงพร้อมกับบอกให้แทมินรีบไปเตรียมตัวด้านใน มินโฮเลยลากข้อมือคีย์ไปนั่งอยู่ตรงที่นั่งหน้าห้องซ้อม

“อาทิตย์หน้าก็จะแข่งแล้ว”

มินโฮบอกรายละเอียดออกมาแล้วร่ายยาวว่าวันเสาร์หน้าการประกวดรอบคัดเลือกวงดนตรีที่วงของจงฮยอนไปสมัครเข้าร่วมเอาไว้ ตอนนี้เหล่าเมมเบอร์เลยยุ่งกันยกใหญ่แถมทั้งสัปดาห์นี้ก็จะซ้อมหนักเพราะใกล้วันแข่งแล้ว มินโฮฉีกยิ้มออกมาเพราะเห็นแทมินกำลังวิ่งวุ่นกับการเตรียมของแต่ก็ยังดูสนุกสนาน ร่างสูงหันมามองคีย์แล้วเอ่ยขึ้น

“ไม่มีอะไรจะให้เค้าเหรอ?”

“อะไร?” คีย์หันมาถามเสียงห้วน เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ ก็เลยยังเหม่ออยู่

“ก็จงฮยอนจะประกวดแล้ว ไม่มีของให้ก่อนแข่งเหรอ? แบบที่พวกนักเรียนผู้หญิงเค้าทำกันไง .. อย่างผ้าเช็ดหน้าปักคำว่าไฟท์ติ้งอะไรแบบนั้นน่ะ”

“แทมินเคยทำให้แกเหรอ?” คีย์ถามขึ้น มินโฮส่ายหน้า

“กูไม่เคยได้ประกวดอะไรนี่หว่า ..” เอ่ยพลางบิดขี้เกียจไปมา

“ไอ้จงฮยอนอาจจะ .. รอของขวัญให้กำลังใจจากมึงอยู่ก็ได้”

“ฝันไปเหอะ แฟนคลับเค้าก็เยอะ คงได้จากสาว ๆ พวกนั้นมาค่อนโรงเรียนแล้วล่ะ” คีย์กระแทกเสียงใส่แม้ในใจจะเริ่มคิดตามที่มินโฮพูดไปแล้ว

“เฮ้อ .. จะตัดใจจริง ๆ เหรอวะ?” มินโฮถอนหายใจแล้วทำสีหน้าจริงจังออกมา คีย์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงหลบสายตาแล้วพยักหน้าเบา ๆ

“ทำได้เหรอวะ?”

“ไม่รู้สิ แต่ถ้าพยายามก็คงไม่ยากเท่าไหร่หรอกมั้ง ..” คีย์ตอบแบบไม่มั่นใจ แม้เจ้าตัวเองยังหวั่นไหวกับหัวใจที่เปราะบางของตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม

“เข้าไปกันเถอะ” มินโฮสะกิดที่แขนเมื่อเห็นจงฮุนและจองชินโผล่หน้าออกมาเรียกพวกเขาให้เดินเข้าไปข้างใน แม้จะทำได้แค่นั่งมองแต่ก็เป็นผู้ฟังที่ดีที่สามารถติติงเรื่องเครื่องดนตรีและการเล่นได้

จงฮยอนยืนอยู่หลังไมค์ตัวเดิม เป็นภาพที่คีย์เห็นจนเริ่มจะชินตา เขาจำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าจงฮยอนกับท่าทางการยืนและไมโครโฟนสีดำตรงหน้าช่างเข้ากันเหลือเกิน นิ้วทั้งห้าเกาะกุมไมค์เอาไว้ และหลังจากที่จงฮุนกับจองชินเดินเข้าที่เรียบร้อย มินฮวานก็ยกไม้กลองมาตีให้จังหวะแล้วบทเพลงแรกก็เริ่มต้นขึ้น ท่วงทำนองรวดเร็วเร่งเร้าและเสียงของจงฮยอนก็ถ่ายทอดออกมาไม่มีตกหล่น มือดึงไมโครโฟนออกจากขาตั้งแล้วออกท่าทางให้เข้ากับจังหวะเพลง เส้นเลือดที่เห็นได้ชัดตรงลำคอเพราะการเปล่งเสียงร้องเพลงทำให้คีย์นั่งนิ่งจับจ้องสายตาไปที่ภาพนั้น

หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว ..

ดนตรีจบลงพร้อมเสียงจงฮุนที่ดีดปิ๊กลงบนสายกีต้าร์รัว ๆ แล้วหยุดจังหวะด้วยการใช้มือแตะให้เพลงเงียบลงกะทันหัน เพียงไม่กี่อึดใจเพลงใหม่ก็เริ่มดำเนินขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเพลงจังหวะสดใสที่มินโฮถึงกับเผลอโยกตัวตามแล้วยกไม้ยกมือขึ้นโบกไปมาตามทำนอง จวบจนเพลงสุดท้ายที่ยงฮวาเริ่มอินโทรเพลงขึ้นมา จงฮยอนกลับยกมือขึ้น

“เพลงนี้เอาไว้ซ้อมวันหลังนะ”

ดนตรีเงียบลงกะทันหัน มินฮวานที่ควงกลองพร้อมจะตีก็ชะงักค้าง ทุกสายตาหันไปมองจงฮยอนจนห้องสี่เหลี่ยมเกิดความเงียบที่น่าอึดอัดออกมา จงฮยอนเดินไปหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม แทมินขมวดคิ้วมองแล้วเอ่ยถามเสียงดังออกมา

“อะไรของพี่เนี่ย!”

“ก็ยังไม่มีอารมณ์จะร้อง ..”

จงฮยอนลอยหน้าลอยตาตอบราวกับไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เสียงกีต้าร์ที่อินโทรขึ้นมายังก้องดังอยู่ในหูของคีย์ ‘Hey soul sister’ ที่เขาชอบฟังและตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า เพลงที่เขาพึมพำออกมาบ่อยครั้งตอนที่เผลอหรือนึกขึ้นได้ หรือว่าจงฮยอนจะรู้ว่าเป็นเพลงโปรดของเขาก็เลยไม่อยากร้อง คีย์บอกตัวเองว่าอย่าคิดมากเพราะมันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดมากจนเม้มปากเป็นเส้นตรงแล้วหันไปจับแขนมินโฮ

“ฉันจะกลับ ..” คีย์บอกเสียงเบาขึ้นมาและทันทีที่จงฮยอนหันหลังเดินกลับไปเข้าที่ คีย์ก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วพยายามฉีกยิ้มกว้าง

“ขอตัวกลับก่อนนะครับ เอาไว้วันหลังจะมาฟังเพลงอีก” ประโยคหลังเหล่ไปมองจงฮยอนที่เดินไปหยุดอยู่หน้าไมโครโฟนแล้วก้ม ๆ เงย ๆ เหมือนไม่สนใจเขาเท่าไหร่

“พรุ่งนี้อย่าลืมมานะพี่คีย์”

มินฮวานเอ่ยขึ้นแล้วโบกมือพร้อมไม้กลองให้อยู่ด้านหลัง เหล่าสมาชิกคนอื่นทั้งจงฮุน ยงฮวาและจองชินก็โบกมือให้ คีย์โค้งให้ทุกคนแล้วหันไปยิ้มให้แทมินก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกมาจากห้องซ้อมโดยไม่เหลียวไปมองจงฮยอนเลยแม้แต่นิดเดียว

หายใจไม่ออก ..

คีย์ออกมาจากห้องซ้อมแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอด เขาเกลียดของเหลวร้อน ๆ ที่มาเอ่อคลอตรงเบ้าตาทั้งที่ไม่ต้องการ มือเรียวกระชับสายกระเป๋าแน่นแล้วออกเดินย่ำเท้าออกมาจากหน้าห้องซ้อม ได้ยินเสียงเพลงดังลอดออกมาแต่คีย์เอาแต่ก้มหน้าก้มตาและไม่สนใจ เดินออกมาได้สักพักร่างบางก็ชะงักกึกเพราะมีมือของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่กระเป๋าของเขาแน่น

“พี่อีจุน” คีย์เอ่ยเรียกชื่ออีกคนเสียงเบาแล้วถอนหายใจออกมา

“จะก้มหน้าก้มตารีบเดินไปไหน? พี่เรียกตั้งหลายทีไม่ยอมหัน” อีจุนยื่นขวดน้ำเปล่าไปตรงหน้า คีย์รับมันมาแล้วก้มหน้าก้มตา

“ขอโทษฮะ ..” พูดพึมพำแล้วเงยหน้ายิงคำถามใส่อีกคนต่อ

“พี่ยังไม่กลับอีกเหรอ?”

“รอจินกิ ..” อีจุนบุ้ยหน้าไปทางห้องคณะกรรมการนักเรียนตรงชั้นสองแล้วยิ้มเผล่ให้ ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแล้วเอ่ยพร้อมใบหน้าที่แดงเรื่อออกมา

“พี่ว่าพอมาอยู่ที่นี่คงรู้จักแค่โรงอาหาร ห้องเรียนแล้วก็ห้องกรรมการนักเรียนแน่เลย” พูดแล้วก็ขำออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปตบไหล่คีย์

“ไปดูจงฮยอนซ้อมดนตรีมาเหรอ?” คีย์พยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งสายตาเป็นเชิงถามว่าทำไมรู้

“พี่ถามจินกิมาน่ะ .. แล้วมินโฮกับแทมินก็เล่าให้ฟังด้วย เด็กสองคนนั้นน่ารักดี”

“ชอบยุ่งไม่เข้าเรื่องล่ะสิไม่ว่า” คีย์พรูลมหายใจออกมาเมื่อได้ยินชื่อคู่รักสองมิน อีจุนเดินนำคีย์ไปยังม้านั่งแล้วเอ่ยถาม

“กลับพร้อมกันไหมล่ะ?”

“ไม่เอาหรอก ขืนผมอยู่ด้วยก็เป็นก้างพวกพี่น่ะสิ แล้วเมื่อไหร่จะได้เคลียร์กันซะที” คีย์เอ่ยด้วยท่าทางล้อเลียนแล้วมองหน้าอีจุนที่อยู่ ๆ ก็หม่นวูบลง

“พี่จะพยายามให้มากขึ้น”

“ครับ ๆ พี่อีจุน .. ผมจะเอาใจช่วยนะ” คีย์เอ่ยให้กำลังใจออกมาแล้วนึกย้อนถึงเรื่องของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาออกมา

“พี่อีจุน .. ถ้าเกิดว่าพี่คิดจะตัดใจจากใครสักคนแล้วมันดูจะไม่เป็นผล .. พี่จะยังพยายามตัดใจต่อไปหรือว่าจะกลับมารักเค้าดีล่ะ ..” หลังจากทำหน้าครุ่นคิด อีจุนก็เหล่ไปมองคีย์แล้วเอื้อมมือมาตบไหล่

“ถ้าเป็นพี่ .. รักจงฮยอนต่อไปดีกว่านะคีย์” คีย์ไม่แปลกใจกับคำตอบของอีกคนเท่าไหร่ ได้ยินแล้วก็ได้แค่พยักหน้าหงึกหงัก

“พี่ว่า .. ถ้าผมจะให้ของขวัญเพราะเค้าจะประกวดวงดนตรี มันคงไม่น่าเกลียดใช่ไหม?”

“น่าเกลียดอะไรของคีย์?”

“ก็ .. ไม่รู้สิไม่มั่นใจนี่ไงถึงได้ถาม!” คีย์ทำเสียงดังใส่แล้วใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมา อีจุนบีบที่ไหล่เบา ๆ แล้วยักไหล่ออกมา

“ให้ ๆ ไปเหอะน่า .. เค้าคงไม่ใจร้ายปามันทิ้งหรอก”

คีย์พยักหน้าแล้วห่อไหล่เพราะอากาศหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ร่างบางมองหน้าอีจุนอีกสักพักก็ขอตัวกลับ ระหว่างการย่ำเท้าเดินกลับบ้าน ในหัวก็กำลังคิดว่าเขาจะให้อะไรเป็นของขวัญจงฮยอนดี

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 12

Chapter 12




ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?

จงฮยอนติดจะหงุดหงิดและไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมพอเลิกซ้อมแล้วแขกผู้มาเยือนยังคงนั่งที่ม้าหินอ่อนกับคีย์ มินโฮและแทมินดึงรั้งข้อมือจงฮยอนให้ออกไปหาคีย์ด้วยกัน โดยมีเหล่าสมาชิกในวงดนตรีเป่าหูก่อนออกมาว่า

“แฟนเก่าคีย์รึเปล่า? หรือว่ามาจีบคีย์?”

ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องของคีย์ไม่ได้เกี่ยวกับจงฮยอนเลยสักนิดแต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้โมโหและร้อนรุ่มตรงแผ่นอกด้านซ้ายแบบนี้ เขาเพียงแค่ไม่อยากให้คีย์หัวเราะกับผู้ชายคนนั้นแทนที่จะหัวเราะกับเขา ตอนนี้จงฮยอนและเจ้าคู่รักสองมินมายืนตรงหน้าคีย์แล้ว ร่างบางเหลือบมามองหน้าเขาก่อนจะหลุบตาต่ำลง

“เพื่อนคีย์เหรอ?” คนหน้าไม่คุ้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส คีย์พยักหน้า

“นั่นมินโฮ ส่วนนี่รุ่นน้องชื่อแทมิน นั่นก็ .. จงฮยอน” คีย์แนะนำพวกเขาให้อีกคนรู้จัก

“นี่พี่อีจุน ..” คีย์แนะนำคนแปลกหน้าเสร็จสรรพ แทมินซึ่งเป็นพวกร่าเริงก็เดินลากมินโฮไปนั่งด้วยกันที่ม้าหินอ่อน อีจุนชวนสองคนนั้นคุยเพื่อคลายความอึดอัด คีย์ลงมือเก็บข้าวของบนโต๊ะลงกระเป๋าแล้วกอดเอาไว้แน่น

“เดี๋ยวพี่จินกิก็เลิกประชุมแล้วล่ะ เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะพี่” คีย์หันไปขอความเห็นจากหนุ่มหน้าหล่อคนนั้นซึ่งพยักหน้ารับ

“จินกิจะอยากกินข้าวเย็นกับพี่เหรอคีย์?” อีจุนเอ่ยประโยคนั้นออกมาแล้วหัวเราะเสียงเบา คีย์เอื้อมมือไปหยิกอีกคนให้หยุดพูด เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วจงฮยอนก็รู้สึกเจ็บแผ่นอก

สนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ? .. ผู้ชายคนนี้อยู่ในฐานะอะไรเนี่ย?

แทมินหันไปส่งสายตาให้มินโฮมองจงฮยอนที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้ มินโฮเกือบจะหลุดขำพรืดออกมาเมื่อเห็นว่ามือคนหน้าหล่อและตัวสูงกว่าจงฮยอนจับไหล่คีย์แล้วเอ่ยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเหมือนคนไม่ได้เจอกันนาน เมื่อคีย์ยิ้ม .. ใบหน้าจงฮยอนก็จะยิ่งบึ้งตึงหนัก

หึงชัด ๆ !

แทมินบอกด้วยสายตาให้มินโฮรับรู้ ทั้งคู่ยังจ้องปฎิกิริยาของจงฮยอนต่อไป ในขณะที่คีย์เองเหมือนยังไม่รู้สึกตัวเท่าไหร่ ร่างบางหัวเราะจนตาหยีกับท่าทางตลกของอีกคน จนคีย์อาจจะลืมไปเลยว่าจงฮยอนยังคงนั่งนิ่งเงียบกริบอยู่ร่วมโต๊ะด้วย เสียงโทรศัพท์มือถือของคีย์ดังขึ้นขัดจังหวะ มือเรียวคว้ามาแนบหูแล้วกรอกเสียงสดใสลงไป

“ว่าไงฮะพี่จินกิ .. ได้ครับ .. เดี๋ยวผมไปหาที่หน้าโรงเรียนเลยนะ .. แล้วเจอกันครับ”

คีย์วางสายแล้วเริ่มเก็บสมุดหนังสือตรงหน้าโดยที่อีจุนก็ช่วยเก็บอีกแรง จงฮยอนมองทั้งคู่ตาขวางก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อคีย์เงยหน้าขึ้นมาสบตา ร่างบางอึกอักก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น แทมินเกาขามินโฮแรง ๆ มินโฮพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ ก่อนจะโพล่งถามขึ้นมา

“จะกลับแล้วเหรอ?”

“อื้อ .. พี่จินกิเลิกประชุมแล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” คีย์ยิ้มหวานให้มินโฮอย่างที่ปกติไม่ค่อยทำนัก นั่นเลยยิ่งทำให้จงฮยอนสงสัยเข้าไปหนักกว่าเดิม

“ไปก่อนแล้วกันนะ” อีจุนจัดแจงดึงสายกระเป๋าขึ้นพาดไหล่ให้คีย์ คนหน้าหวานยิ้มขอบคุณแล้วหันไปมองรอบโต๊ะอีกครั้ง

“ฉัน .. กลับก่อนนะจงฮยอน” คีย์บอกเสียงเบาหวิวออกมา จงฮยอนเม้มปากมองอยู่ครู่เดียวก็ตอบเสียงสั้น ๆ ออกไป

“อื้อ”

ร่างหนาลุกขึ้นจากม้าหินอ่อนตัวนั้น สองมือซุกเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินหนีกลับเข้าไปยังห้องซ้อม แทมินกับมินโฮเลยบอกลาแล้วเดินตามหลังจงฮยอนไปบ้าง ดูท่าอาการก็คงหนักหนาพอสมควรและคงคิดเตลิดไปไกลแล้วแน่ ๆ เพราะงั้นแทมินกับมินโฮต้องฉวยโอกาสให้อยู่ด้วยการใส่ไฟเพิ่มซะเลย!

“มองตามเค้าตาละห้อยเชียว” อีจุนเอ่ยขึ้นแล้วเอื้อมมือไปจับไหล่อีกคนให้หันไปอีกทางเพื่อเริ่มออกเดิน

“อะไรเล่า!” คีย์เถียงเสียงเขียวออกมา

“แฟนเหรอ?”

“เปล่าซะหน่อย ..” คีย์บอกเสียงเบาเหมือนไม่มั่นใจออกมาแล้วเดินก้มหน้าก้มตาโดยมีอีจุนเดินอยู่ข้างกาย สนีกเกอร์สีสดเตะหินเตะดินไปเรื่อยเปื่อยเพราะอยากยุติบทสนทนาเรื่องนี้

“งั้นก็ชอบเค้าอ่ะดิ่”

คีย์เกือบหน้าคะมำลงพื้นดีที่ตั้งตัวทัน ใบหน้าหวานหันไปเบ้ปากให้คนรู้ทันที่หัวเราะดังลั่นออกมาอย่างถูกอกถูกใจ แก้มที่ขึ้นสีระเรื่อเป็นเครื่องหมายอย่างดีว่าคีย์คิดยังไงกับผู้ชายตัวไม่สูงแต่หน้าตาหล่อเหลาเอาการคนนั้น

“ไม่จีบล่ะ? หรือว่าเป็นเพื่อนกัน?” อีจุนรุกคำถามต่อ คีย์หันมาถลึงตาใส่แล้วเอ่ยเสียงดังฟังชัดออกมา

“พี่จะอยากรู้ทำไมนักหนา!”

“เอ้า! เผื่อจะช่วยไง” อีจุนหัวเราะร่าเริง คีย์หันมาเหล่ตามองอีกคนแล้วพูดเสียงเย็น

“เอาตัวเองให้รอดเถอะ”

“อะ .. อะไรคีย์ พูดให้มันรู้เรื่องนะเว้ย”

อีจุนเถียงเสียงดังออกมา ทำท่าทาวตกใจโอเวอร์ตามสไตล์ก่อนที่คีย์จะสะกิดแขนเบา ๆ แล้วพยักเพยิดให้มองใครอีกคนที่นั่งรออยู่ตรงใต้อาคาร

ชุดนักเรียนสีขาวสะอาดตาที่มองแค่แผ่นหลังอีจุนก็รู้ว่าเป็นใคร ในมือมีหนังสือ 2-3 เล่มที่หอบเอาไว้ในมือ ดวงตากวาดลอกแลกราวกับหาใครบางคนหรือของบางอย่างอยู่ สายลมพัดวูบพลอยทำให้เส้นผมสีประกายทองพลิ้วไปตามแรง ดวงตายิบหยีคงเพราะแสงแดดที่แยงตา เจ้าของใบหน้าหันกลับมาทางพร้อมกับที่คีย์และอีจุนเดินมาถึงหน้าใครอีกคนพอดิบพอดี

“เซอร์ไพร้ส์!!!”

คีย์บอกเสียงสดใส แล้วบรรยากาศสดใสก็พลันหายไปราวกับถูกความอึดอัดรุกไล่อย่างรวดเร็ว คีย์เคยเห็นจินกิหงุดหงิดและโกรธแต่ไม่บ่อยเท่าไหร่ ปกติแล้วพี่ชายตัวอวบมักจะมีรอยยิ้มแต้มใบหน้าอยู่เสมอ ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกครั้งที่คีย์รู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่จินกิที่เขารู้จัก ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลงจับจ้องคนที่ยืนอยู่ข้างกายคีย์ ในขณะที่คนถูกมองก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแต่ไม่ยอมปริปากเอ่ยอะไรออกมา จินกิหอบหนังสือเข้ากับหน้าอกหันไปมองคีย์แล้วเอ่ยถาม

“พวกจงฮยอนเป็นไงบ้าง?” จินกิหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับคนที่อยู่ข้างคีย์แบบไม่ต้องสังเกตก็รู้ ใบหน้าหวานทำท่าอึกอักแล้วตอบเสียงเบาออกมา

“ผมไม่ได้เข้าไปในห้องซ้อม ก็คงดีล่ะมั้ง .. พี่จินกิวันนี้ไปกินข้าวเย็นกับพี่อีจุนกันนะ” คีย์ทำเสียงอ้อนในประโยคท้าย จินกิเหล่ตาไปมองอีกคนแล้วถอนหายใจออกมา

“ทำไมวันนี้มาที่นี่ได้?” นั่นเป็นประโยคแรกที่จินกิเอ่ยทักทายขึ้น อีจุนผุดยิ้มบางเบาออกมาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้าง ใบหน้าหล่อเหลาที่แอบค่อนไปทางหวานนิด ๆ แต้มไปด้วยความดีใจ

“มาหานายไง”

“มาหาฉันทำไม?” จินกิเอ่ยถามเสียงห้วนแบบไม่ไว้หน้า

“ก็ฉัน .. คิดถึงนาย”

คีย์ห่อปากเป็นตัวโอทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นหลุดจากปากอีจุน ในขณะที่จินกิเองก็คงอึ้ง ๆ ไปเพราะปฏิกิริยาตอบกลับมาก็คือใบหน้าที่แดงเรื่อ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบปรับสีหน้าทันที กระแอมเหมือนจู่ ๆ ก็มีเสมหะติดคอแล้วเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก

“อะ .. เอ่อ .. อือ .. หมายถึงไม่มีเรียนรึไง?”

“ฉันย้ายมาเรียนที่นี่แล้ว”

“หา!” คราวนี้เป็นเสียงของคีย์และจินกิที่ดังขึ้นพร้อมกัน สองพี่น้องมองหน้ากันไปมาแล้วหันไปคาดคั้นเอาคำอธิบายกับอีจุนแทน

“พ่อกับแม่ย้ายกลับมาแล้ว คราวนี้คงกลับมาถาวรเลยล่ะ วันนี้ย้ายกลับเข้าบ้านเก่าแล้ว .. ต่อไปฉันจะได้ไปโรงเรียนตอนเช้าแล้วก็เดินกลับจากโรงเรียนตอนเย็นพร้อม ๆ กับจินกิและน้องคีย์แล้วนะ” อีจุนเงียบไปแล้วเอ่ยพึมพำออกมาอีกหน

“ฉันกลับมาทำตามสัญญาที่ให้จินกิไว้แล้วนะ”

“สัญญาอะไรนั่นมันก็แค่ข้อผูกมัดเท่านั้นแหละ ไม่ต้องไปสนใจหรอก” จินกิเอ่ยตัดบทแล้วหันไปมองหน้าคีย์

“งั้นเย็นนี้ไปทานข้าวบ้านฉันแล้วกัน เดี๋ยวจะโทรบอกแม่ว่านายกลับมา .. แม่ฉันคงดีใจ” จินกิเอ่ยพึมพำแล้วคว้าเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์แล้วเดินนำหน้าอีจุนกับคีย์ไป อีจุนเผลอถอนหายใจเสียงเบาออกมา

“ท่าทางจะโกรธไม่หาย ..”

“ผมเข้าใจเค้านะแต่ผมก็เข้าใจพี่ด้วย” คีย์หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีจุนแล้วเบนสายตาไปมองแผ่นหลังของจินกิ

“การถูกคนที่เราไว้ใจผิดสัญญาน่ะ .. ผมรู้ว่ามันต้องรู้สึกแย่มากแน่ ๆ”

“นั่นน่ะสิ .. พี่ทำให้เค้ารู้สึกแย่ขนาดนั้นจะท้อตอนนี้ก็คงไม่ได้ กว่าจะขอแม่กลับมาเรียนที่นี่ได้ก็โดนด่าเกือบตาย โชคดีที่พ่ออยากกลับมาเปิดร้านดอกไม้ที่นี่ พี่จะพยายามนะคีย์”

“ผมว่าพี่จินกิคงไม่ใจร้ายกับพี่มากนักหรอก”

“พี่ก็ภาวนาแบบนั้นนะ .. พี่ยังอยากเป็นเพื่อนสนิทของเค้าเหมือนเดิม” อีจุนพึมพำออกมาแล้วถอนหายใจยาว คีย์หันไปมองอีจุนด้วยแววตาจริงจังแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม

“แน่ใจเหรอว่าพี่อยากเป็นแค่เพื่อนสนิทน่ะ ..”

อีจุนหันกลับมามองเมื่อได้ยินคำถามนั้นหลุดออกจากปากรุ่นน้องคนสนิท ใบหน้าคมเม้มปากเป็นเส้นตรง ก่อนจะมองไปด้านหน้าที่พวกเขาทำได้แค่เพียงมองแผ่นหลังของจินกิเท่านั้น อีจุนเบนสายตาขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วเอ่ยพึมพำออกมา

“ตอนนี้ .. แค่ได้ใกล้จินกิไม่ว่าฐานะอะไรพี่ก็ยอมนะคีย์”

คำพูดนั้นสะท้อนดังอยู่ในแผ่นอกของคีย์ ดวงตาก้มต่ำลงมองปลายสนีกเกอร์ของตัวเอง จริง ๆ แล้วคีย์ควรจะไม่ขออะไรมากมายกับจงฮยอนจะดีกว่ารึเปล่า? เพราะแค่ตอนนี้ได้เรียนด้วยกัน ได้นั่งดูจงฮยอนซ้อมร้องเพลง ได้ขัดคอกันนิด ๆ หน่อย ๆ คีย์ก็มีความสุขมากพอแล้ว

ไม่ว่าจะฐานะอะไรแต่ถ้าได้ใกล้ชิดจงฮยอน .. คีย์ก็น่าจะพอใจแล้วไม่ใช่เหรอ?



จงฮยอนพาลหัวเสียจนเกือบร้องเพลงไม่ได้ และกลายเป็นยงฮวากับจงฮุนที่ยืนต่อว่าเขาปาว ๆ จนต้องรวบรวมสติกลับมาแล้วซ้อมต่อจนจบรายการเพลงที่คิดไว้ทั้งหมด หลังจากนั้นจงฮยอนก็นั่งแหมะลงบนพื้นเหมือนคนหมดแรง ใบหน้าไม่ได้มีเหงื่อซึมบ่งบอกว่าเหนื่อยกายแต่ดูเหมือนจงฮยอนจะเหนื่อยใจมากกว่า สองสามวันมานี้คีย์เข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจเขามากเกินไป ล้ำเขตแดนซะจนจงฮยอนอดหวั่นใจตามไม่ได้

เขากลัวว่าคีย์จะผิดหวัง ..

จงฮยอนคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายไว้บนหลัง นั่งอยู่ตรงมุมห้องแล้วกลอกตามองคนนู้นคนนี้ทีแต่ไม่คิดจะลุกขึ้นไปช่วย ยงฮวาและจงฮุนที่กำลังเก็บกีต้าร์เข้ากระเป๋าสีดำ จองชินที่เอากระเป๋าใส่เบสไปวางพิงไว้ตรงลำโพง มินฮวานเองก็กำลังเก็บไม้กลองใส่กล่อง แทมินกับมินโฮเก็บกล้องวีดีโอใส่ซองหนังอย่างระมัดระวัง จงฮยอนพรูลมหายใจแล้วมองกระดาษในมือตัวเอง

Your lipstick stains on the front lobe of my left side brains
I knew I wouldn't forget you, and so I went and let you blow my mind

ลิปสติกของเธอยังติดตรึงอยู่บนหู ข้างสมองซีกซ้ายของฉัน
ฉันรู้ว่าคงลืมเธอไม่ได้ ฉันจึงต้องปล่อยให้เธอทำฉันประทับใจอยู่อย่างนี้

จงฮยอนเผลอถอนหายใจออกมาเมื่อมองเห็นเนื้อเพลง Hey soul sister ในมือตัวเอง เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนที่ไปนั่งเลือกเพลงสากลกับยงฮวาและมีลิสต์เพลงเป็นสิบให้เขาเลือก จงฮยอนกลับเลือกหยิบเพลงนี้ขึ้นมาเพราะเขาเคยได้ยินคีย์ฮัมเพลงนี้บ่อยครั้งตอนที่มีคาบว่างแล้วอีกคนหยิบหูฟังมายัดเข้าไปในหู เนื้อเพลงที่เอ่ยถึงความรักอันสดใส จงฮยอนพรูลมหายใจแล้วมองโทรศัพท์มือถือในมือ

เขาอยากร้องเพลงนี้ให้คีย์ในวันที่เขาประกวด ..

แต่ตอนนี้จงฮยอนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคีย์จะยังอยากฟังเพลงที่เขาจะร้องรึเปล่า และเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจตัวเองแล้วว่าที่อยากให้คีย์มาเป็นเพื่อนสนิทจริง ๆ แล้ว .. เขาอาจจะอยากเป็นมากกว่านั้นก็ได้

เงาสีดำทาบทับบดบังแสงไฟจากหลอดนีออนในห้องจนจงฮยอนต้องเงยหน้าขึ้นมอง เขามองเห็นใบหน้าของมินโฮอยู่ตรงหน้า อีกคนส่งยิ้มมาให้พร้อมกันนั้นร่างบางของแทมินก็วิ่งเข้ามาเกาะแขนแฟนหนุ่มตัวสูงของตัวเองทันที

“กลับกันเถอะ”

“อืม ..”

จงฮยอนตอบกลับแล้วลุกขึ้นยืนเต็มไปความสูง และหลังจากลาพวกเพื่อนในวงเรียบร้อยเขาก็เดินย่ำเท้าไปตามหลังคู่รักสองมินที่กำลังคุยกันเสียงเบา เสียงหัวเราะของแทมินและมินโฮดังอยู่ข้างหน้า จงฮยอนเลยคว้าเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ้องมองหน้าจอ ดวงตาคมคายก้มลงมองโทรศัพท์สลับกับมินโฮ ริมฝีปากเม้มแน่นเพราะอยากจะโทรหาใครบางคนแต่ก็กล้า จงฮยอนกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ต้องสะดุดกึกเพราะไปชนกับแผ่นหลังของมินโฮที่อยู่ ๆ ก็หยุดเดิน

"อะไรของมึง!" จงฮยอนหันไปโวยวายเสียงดัง

"มึงนั่นแหละ .. มัวแต่ดูมือถืออยู่ได้" มินโฮว่าเข้าให้

"จะโทรหาพี่คีย์เหรอครับ .." แทมินถามเสียงอยากรู้อยากเห็น จงฮยอนเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วกระชากเสียงดัง

"ทำไมพี่ต้องบอกนาย!"

"พี่จงฮยอนนี่ปากแข็งชะมัด!" แทมินบ่นออกมาเสียงดัง จงฮยอนกำหมัดขึ้นจะฟาดน้องเล็ก คนตัวบางเลยวิ่งไปหลบหลังมินโฮทันที

"เฮ้ย! มึงเป็นอะไรวะจงฮยอน แทมินก็แค่แซวเล่น"

"เรื่องของกูเหอะน่า!" ขาดคำก็เดินย่ำเท้าแซงหน้าอีกสองคนไป

"มึงหึงคีย์กับพี่อีจุนนั่นรึไง!" คราวนี้มินโฮตะโกนเสียงดังไล่หลังมา จงฮยอนเกือบสะดุดก้อนหินหน้าคะมำลงไปจูบพื้นโรงเรียนด้วยรักใคร่ ยังดีที่เบรกไว้ทันเลยหันไปหรี่ตามองมินโฮ

"แล้วเกี่ยวอะไรกับมึง"

"มึงชอบเค้ารึไงวะ!" มินโฮสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถามโดยมีแทมินพ่วงมาด้วยแต่ยืนหลบอยู่หลังคนตัวสูง

"ชอบคีย์เนี่ยนะ .. อยู่ ๆ มาถามอะไร?"

"พี่จงฮยอนก็รู้ว่าพี่คีย์รักนี่ฮะ แล้วจะปล่อยไปแบบนี้เหรอ? ถ้าเกิดว่าพี่อีจุนคนนั้นเข้ามาจีบพี่คีย์จริง ๆ ล่ะ ถ้าเค้ามาทำให้พี่คีย์หวั่นไหว .. แล้วพี่คีย์เลิกรักพี่ ถึงตอนนั้นพี่จะทำยังไง" แทมินถามยาวแล้วกะพริบตาปริบ ๆ รอคำตอบ

"แล้วจะให้ทำยังไง นั่นมันก็สิทธิ์ของคีย์ที่จะรักใคร"

"พี่จงฮยอน .. ไม่ได้รักพี่คีย์เลยเหรอฮะ ..?" แทมินถามเสียงเบาออกมา จงฮยอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วพึมพำคำตอบ

"คงงั้นมั้ง .."

"ใจร้าย! พี่คงเกลียดพี่คีย์จริง ๆ สินะ!"

"พี่ไม่ได้เกลียดเค้า!"

"แต่ก็ไม่ได้รัก!" มินโฮสะกิดให้แทมินหยุดพูด คนตัวบางเลยปิดปากเงียบลงกะทันหันแล้วจ้องมองจงฮยอนด้วยแววตาผิดหวัง

"ไม่ได้รักไม่ได้หมายความว่าเกลียดนะแทมิน" มินโฮเอ่ยขึ้นแล้วหันไปมองจงฮยอน

"มึงเป็นแบบนั้นใช่ไหม?" อีกคนพยักหน้าหงึกหงักตอบรับ

"แค่ไม่แน่ใจ .. ฉัน .. ไม่รู้สิ มันเร็วไปน่ะ" จงฮยอนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นไหวเหมือนประโยคที่บอก

"แต่จะให้พี่คีย์รอ .. ก็ไม่ได้นะครับ มันเจ็บปวดเกินไป"

"พี่ก็ไม่ได้อยากให้เค้าเจ็บ ไม่ได้อยากให้เขารอ!" จงฮยอนบอกเสียงดังลั่นออกมาแล้วหรี่ตามองแทมินก่อนจะพึมพำเสียงเบา

"พี่แค่ไม่อยากให้เค้าเป็นของใคร"

"มึงเห็นแก่ตัวมากเลยจงฮยอน .." มินโฮเอ่ยเสียงเรียบออกมา จงฮยอนเงยหน้าขึ้นมาแล้วพยักหน้ารับเหมือนเจ้าตัวเองก็รู้

"แล้วกูควรทำยังไงวะ?" จงฮยอนเอ่ยถามเสียงเบา ก่อนจะพรูลมหายใจออกมา

"แต่ก็ช่างมันเถอะ .. พรุ่งนี้ฉันอาจจะคิดออกแล้วก็ได้"

จงฮยอนบอกปัดแล้วเดินนำหน้าคู่รักสองคนไป มือซุกเข้าไปในกระเป๋าแล้วเดินครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแบบที่มินโฮและแทมินมองไม่ออกสักนิดว่าจงฮยอนต้องการอะไร พวกเขาได้เพียงแค่เอาใจช่วยว่าจงฮยอนจะรู้ตัวให้เร็ววันว่าสายตาของตัวเองเอาแต่จ้องมองคีย์และสมองก็คิดแต่เรื่องของคีย์ พวกเขาแค่ไม่อยากเห็นคีย์ในสภาพรักข้างเดียวอีกแล้ว



อากาศยามเช้าสดใสจนคีย์อารมณ์ดีจากเรื่องจงฮยอนนิดหน่อย แต่ทันทีที่เจอหน้าจินกิซึ่งยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าบ้านพร้อมข้างกายก็มีอีจุนกำลังยืนนิ่งหันหน้าไปอีกทาง คีย์ก็ลอบถอนหายใจออกมาเพราะเริ่มเป็นห่วงและสงสารอีจุนขึ้นมา และการเดินทางจากบ้านมาถึงโรงเรียนในเช้าวันนั้นก็เต็มไปด้วยความอึดอัด แม้คีย์จะพยายามชวนจินกิคุยอีกคนก็เล่นถามคำตอบคำ สายตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ส่งไปให้อีจุนเป็นครั้งคราว ซึ่งดูเหมือนอีกคนจะทำเหมือนไม่ใส่ใจแล้วยิ้มหน้าซื่อตอบกลับไปแทน

เป็นการเดินทางที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตการเป็นนักเรียนของคีย์ ..

ทันที่ย่างก้าวเข้าสู่เขตรั้วโรงเรียนก็แน่นอนว่าจินกิต้องขอตัวไปทำงานที่ห้องคณะกรรมการเหมือนเช่นทุกวัน ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือเพียงคีย์ที่ต้องแนะนำสถานที่ให้อีจุนว่าอาคารต่าง ๆ ตั้งอยู่ตรงไหน อีจุนหน้าหม่นทันทีตั้งแต่จินกิเดินจากไป ใบหน้าหวานของคีย์เลยมองอย่างเป็นห่วง

“พี่ไหวนะ?” ถามออกไปสั้น ๆ และอีกคนก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มที่พยายามฝืนยิ้มให้คีย์

“พี่อีจุน .. แค่ได้ใกล้ชิดพี่จินกิแบบนี้ก็พอใจเหรอ?” คีย์ถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก อีจุนหันมามองหน้าคีย์แล้วพยักหน้าเป็นการยืนยัน

“พี่เป็นพวกรักษาสัญญาไม่ค่อยได้น่ะ จินกิเองก็เป็นพวกยึดมั่นกับสิ่งที่พูด บางทีพี่คิดว่าอาจจะเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้นแหละ แต่เป็นเพื่อนกันก็สนุกด้วยกันได้นี่นา ได้ยิ้ม ได้หัวเราะด้วยกัน .. สำหรับพี่แค่นั้นก็พอแล้ว”

“งั้นเหรอครับ ..” คีย์เอ่ยออกมาแค่นั้นราวกับพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ก่อนจะบอกลาอีจุนแล้วเดินกลับไปยังห้องเรียนของตัวเองในสมองก็ครุ่นคิดเรื่องของตัวเองกับจงฮยอนไปด้วย

ว่าหรือแท้จริงแล้ว .. เขากับจงฮยอนควรจะเป็นแค่เพื่อนกัน ..
ถ้าเขาขอให้จงฮยอนลืมเรื่องที่เขาบอกรัก .. ทุกอย่างก็อาจจะดีขึ้น ..

คีย์เดินย่ำเท้าไปถึงหน้าห้องเรียนที่เริ่มมีเพื่อนส่งเสียงจอแจกันอยู่ด้านใน ดวงตากวาดไปมองก่อนจะเห็นจงฮยอนที่นั่งหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ที่นั่งของมินโฮยังว่างอยู่และนั่นทำให้คีย์เกิดอาการอึดอัด ร่างบางเดินกลั้นหายใจเข้าไปในห้อง พอเดินใกล้ที่นั่งของตัวเองจงฮยอนก็หันหน้ามามองอย่างเชื่องช้า

“หวัดดี”

คีย์ยกมือขึ้นทักแล้วรีบหย่อนกายนั่งลงมองแผ่นหลังของจงฮยอนที่อยู่ตรงหน้า อีกคนกวาดตาไปทางนู้นทีทางนี้ที ก่อนที่คีย์จะกระแอมเสียงเบาขึ้นมา จงฮยอนหันกลับมามองด้วยท่าทางสนใจ คีย์เลยเอ่ยขึ้นว่า

“ฉัน ..” เอ่ยออกมาแค่นั้นก็จำต้องปิดปากเงียบเพราะจงฮยอนเล่นลุกขึ้นแล้วลากเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าคีย์ เท้าคางขึ้นมองหน้าพลางเอ่ยออกมาว่า

“รู้ไหมว่าที่คีย์บอกฉัน .. มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจนฉันคิดมาก ..” คีย์ทำได้แค่กะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าอีกคนอย่างใจเย็น

“ฉันรักคีย์นะ .. แต่ก็เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกันมานาน การที่อยู่ ๆ จะไปคบกับคีย์แบบแฟน .. ฉันคิดว่า .. มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก ขอโทษนะ ทั้งที่คีย์บอกว่าจะรอแท้ ๆ”

จงฮยอนจ้องหน้าคีย์ด้วยแววตาจริงจัง คีย์ทำท่าอึกอักแล้วเบนสายตาออกไปด้านนอก รู้สึกหัวตามันร้อนผ่าวก่อนที่จะหัวเราะเสียงดังออกมา คีย์ควรจะดีใจสิเพราะสิ่งที่จงฮยอนบอกก็คือสิ่งที่เขาอยากบอกอีกคนเหมือนกัน จงฮยอนขมวดคิ้วอย่างงุนงงแล้วปิดปากเงียบ

“เลิกคิดจริงจังได้แล้วน่า .. ก็ลืม ๆ เรื่องที่ฉันเคยพูดไปหมดเลยก็ได้นะ เรา .. มาเป็นเพื่อนกันแบบเดิมเถอะ”

“คีย์ ..”

“ฉันไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมานะ”

คีย์ฉีกยิ้มกว้างเท่าที่จะทำได้ให้จงฮยอน รอยยิ้มที่ตัวเองคิดมาว่ามันสดใสที่สุดแล้ววิ่งออกมานอกห้องเรียน ทันทีที่ประตูปิดลง คีย์ก็หันหน้าเข้าหาประตูอีกครั้งแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา

จงฮยอนพูดตรงมาก .. ตรงจนเจ็บหัวใจชะมัดเลยล่ะ!

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 11

Chapter 11




“รู้สึกไม่อยากเข้าห้องเรียนเลย”

คีย์บ่นพึมพำแล้วใช้มือสองข้างเกาะหลังจินกิเอาไว้ซะแน่น ทั้งคู่กำลังเดินเข้าไปในเขตรั้วโรงเรียนโดยที่คนตัวบางซึ่งอยู่ข้างหลังเอาแต่กวาดตาล่อกแล่กมองหาใครบางคนไปด้วย จินกิทักทายรุ่นน้องที่เป็นกรรมการนักเรียนก่อนจะเอี้ยวตัวไปมองคีย์ที่กะพริบตาปริบ ๆ แล้วหลบตาลงต่ำ

“คีย์ .. จะกลัวอะไรนักหนา”

“พี่ไม่เข้าใจหรอก”

“ใช่ พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้กลัวขนาดนี้”

คีย์เม้มปากแน่นแล้วปล่อยมือจากไหล่พี่ชาย ทั้งที่ตั้งแต่เดินลงจากรถเมล์ก็เอาแต่เกาะหลังจินกิมาตลอดทาง สองแขนตกลงข้างลำตัวแล้วถอนหายใจเสียงดังออกมา เงยหน้ามองจินกิด้วยแววตาหม่นเศร้าก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมา

“ผมไม่อยากถูกเค้าเกลียด”

“คิดมากไปได้ จงฮยอนควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่มีคนรัก เค้าจะเกลียดคีย์ได้ยังไง” จินกิเอื้อมมือไปตบไหล่คนตรงหน้าเบา ๆ

“เลิกคิดมากได้แล้วนะ ถึงจงฮยอนจะเกลียดเรา แต่พี่ก็ไม่ทิ้งเราหรอกคีย์”

“พี่จินกิ ..”

“พี่ไม่ได้อยากจะมาพูดอะไรซึ้ง ๆ ตอนเช้าหรอกนะ เข้าห้องเรียนได้แล้ว วันนี้พี่จะไปส่งที่ห้อง”

คีย์ฉีกยิ้มออกมาแล้วเกาะแขนพี่ชายตัวอวบซะแน่น เป็นครั้งแรกของวันที่คีย์อารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย แม้ในใจจะหวั่น ๆ ถึงเรื่องในอนาคตแต่ตอนนี้ก็ใจชื้นเพราะคำพูดของจินกิ สองพี่น้องบ้านติดกันจับจูงมือกันไปตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาวโดยมีสายตาหลายคู่ลอบมองและอมยิ้ม

“พี่จินกิ .. ทำไมคนมองเราแปลก ๆ” คีย์ถามพลางบีบมือจินกิแน่นขึ้นอีกนิด

“นั่นสิ แต่ช่างมันเถอะ สงสัยวันนี้ออร่าความหล่อพี่จะพุ่งสูงล่ะมั้ง”

คีย์แอบเบ้ปากกับถ้อยคำหลงตัวเองของพี่ชายแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา มือกำหมัดทุบเข้าที่ต้นแขนอีกคนเบา ๆ แล้วหัวเราะร่าเริงที่แกล้งจินกิได้สำเร็จ ทันทีที่เดินขึ้นบันไดถึงชั้นที่ต้องการ คีย์ก็ต้องชะงักฝีเท้าทันที สายตามองเห็นใครอีกคนที่เขากำลังหนีตลอดเช้ายืนอยู่หน้าห้องเรียน ใบหน้าเรียบเฉยของจงฮยอนเม้มปากแน่น คีย์กำแขนของจินกิแรงขึ้นอีกนิด

“ว่าไงจงฮยอน มาแต่เช้าเชียวนะ”

ฮีโร่จินกิออกโรงช่วยด้วยการยกมือขึ้นทักทายจงฮยอน แล้วลากคีย์ที่คล้องแขนกับตัวเองอยู่ไปหารุ่นน้องหน้าคมโดยไม่ฟังเสียงคีย์ที่ดังลอดไรฟันออกมาพร้อมกับแรงหยิกที่ต้นแขนหนัก ๆ ให้เขาหยุด

“ฮะ พี่จินกิ .. เอ่อ ..”

พอลอบไปมองใบหน้าคีย์ที่กลอกตาไปมาไม่ยอมสบตา จงฮยอนก็ถึงขั้นพูดไม่ออก ร่างบางหันไปโฟกัสอย่างอื่นแทนที่จะมองหน้าเขา แถมยังทำท่าทีไม่สนใจเหมือนเมื่อวานไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก จงฮยอนเผลออดคิดไปไม่ได้ว่าเรื่องเมื่อวานจริง ๆ แล้วคีย์ก็แค่อาจจะพูดเล่น

“งั้นฝากคีย์ด้วยนะ”

จินกิเอ่ยพลางดันหลังน้องชายหน้าหวานไปหาเพื่อนร่วมห้องทันที คีย์หน้าเหวอทันทีทันใด ก่อนจะได้รับรอยหยิกเบา ๆ จากจินกิให้ก่อนจะปล่อยมือแล้วหันไปบ๊ายบายจงฮยอน หลังจากที่ส่งคีย์ไปยืนข้างอีกคนเรียบร้อยแล้ว พี่ชายตัวอวบเดินยิ้มร่าเริงแล้วหันหลังเดินกลับไปยังทางเดิม ในขณะที่คีย์ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพร้อมริมฝีปากที่เม้มแน่นเพราะไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมา

“เอ่อ ..” จงฮยอนเอ่ยได้แค่นั้นคีย์ก็ทำท่าลุกลนแล้วรีบตัดบททันที

“ฉันเข้าห้องเรียนก่อนนะ”

ร่างเล็กเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องเรียนก่อนที่จงฮยอนจะรู้ตัวด้วยซ้ำ ดวงตาสีนิลมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปกับประตูห้องก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา คีย์กำลังหลบหน้าเขา .. จงฮยอนเดินตามหลังคีย์เข้าไป เขาอยากจะเอ่ยเรียกชื่ออีกคนให้หันกลับมาแต่พอเห็นเพื่อนในห้องนั่งคุยกันอยู่ก็เลยต้องปิดปากเงียบ จงฮยอนเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง สายตาเหลือบไปมองคีย์ก่อนจะหย่อนกายลงแล้วมองไปยังกระดานหน้าห้องแบบเหม่อลอย

“คีย์ ..”

ในที่สุดจงฮยอนก็หันหน้ากลับไปพร้อมเอ่ยเรียกอีกคนเสียงเบา ใบหน้าหวานหันกลับมาจากการวางสายตาออกไปนอกห้องเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว ดวงตาที่แฝงแววหม่นเศร้าชวนให้คนมองปวดใจตามไปด้วย คีย์เม้มปากแน่นไม่พูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงจงฮยอนที่เป็นฝ่ายเรียกแล้วถอนหายใจเสียงเบาออกมา

"ขอโทษ ..”

คีย์เอ่ยเสียงแผ่วเครือแล้วยัดหูฟังเข้าไปในหู ก่อนจะตัดตัวเองออกจากห้องเรียนทันที ใบหน้าหวานกะพริบตาถี่ ๆ แล้วเบือนหน้าหนีออกไปอีกทาง รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเหมือนแก้วที่เปราะบางหล่นลงสู่พื้นแล้วแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คีย์ได้ยินเสียงมินโฮทักทายขึ้นแต่ก็ทำเป็นไม่ได้ยินเพราะใส่หูฟัง แท้จริงแล้วเขาไม่ได้เปิดเพลงทิ้งไว้เลยสักนิด สิ่งที่ได้ยินมีเพียงหัวใจของตัวเองที่เต้นช้าลงจนกลัวว่าสักวันมันอาจจะหยุดเต้นไปจริง ๆ



คีย์เกลียดจงฮยอนที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา .. จงฮยอนยังสามารถยิ้มและหัวเราะให้กับเขาได้เหมือนเมื่อวันที่ผ่านมา ยังพูดคุยและหยอกล้อแรง ๆ จะมีก็แต่คีย์ที่เอาแต่เหม่อลอยไปเกือบทั้งวันจนโดนอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์ดุไปแล้ว

ตอนนี้เพื่อน ๆ หลายคนทยอยเดินออกจากห้องไปทีละคนสองคน จงฮยอนออกไปตั้งแต่สัญญาณพักเที่ยงดังขึ้นพร้อมกับจินกิที่โผล่มาดูคีย์ด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวไปจองโต๊ะในโรงอาหารไว้ให้ มีเพียงมินโฮที่ยังนั่งอยู่กับเขาเพราะรอแทมินมารับ

“กูไม่ไปกินข้าวนะ ..” คีย์เอ่ยบอกเสียงห้วนแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

“เฮ้ยได้ไง! เดี๋ยวพี่จินกิหักคอกูพอดี” มินโฮตั้งท่าจะโวยวาย มือหนาหันไปกวักเรียกแทมินที่เดินมาถึงหน้าห้องพอดี ร่างเล็กวิ่งเข้ามาใกล้แล้วฉีกยิ้มให้คีย์

“ไปทานข้าวกันเถอะครับ”

“คีย์ไม่ยอมไปกินข้าวน่ะแทมิน ..” มินโฮฟ้องคนรักเสียงอ่อน แทมินหันไปมองพี่ชายหน้าหวานแล้วยืนกอดอก ทางด้านคีย์ก็เบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียนแล้วพึมพำเสียงเบาออกมา

“พี่ขอโทษแต่พี่คงกินไม่ลงหรอก”

“พี่คีย์ ..” แทมินวางมือลงบนไหล่ของคีย์

“พี่ขอโทษ .. พี่แค่อยากคิดอะไรเพลิน ๆ คนเดียวน่ะ ถ้าเป็นห่วงมากก็ซื้อขนมปังขึ้นมาให้ด้วยแล้วกันมินโฮ”

คีย์บอกออกมาสั้น ๆ แค่นั้นแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก ริมฝีปากเม้มแน่นโดยที่แทมินเองก็จนปัญญาจะถามและซักไซ้ต่อให้มากเรื่อง ได้ยินเพียงเสียงชักชวนกันของคู่รักสองมินค่อย ๆ เดินออกไปจากห้อง พอได้ยินเสียงประตูดังไล่หลัง ทั้งห้องเรียนที่มีเสียงจอแจตลอดกลับเงียบงันจนคีย์ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาหลังห้อง ของเหลวอุ่น ๆ ไหลมาคลอตรงเบ้าตาอีกหนแล้งไหลร่วงออกมา

ไม่ไหวแล้ว ..

คีย์บอกกับตัวเองแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาเพียงแค่คิดว่าตัวเองไม่น่าพูดเลย อย่างน้อยให้มันเป็นความลับอยู่กับตัวเองไม่ต้องปริปากบอกใครออกไปเลยก็คงดีกว่านี้ คีย์ไม่คิดจะโทษแทมินที่คาดคั้นเอาคำตอบและความรู้สึกของตัวเอง เขารู้ว่าแทมินทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงเขา เขาไม่คิดจะโทษพี่จินกิกับมินโฮด้วย มันอาจจะเป็นแค่เรื่องสนุกและทุกคนก็คงหาทางให้เขากับจงฮยอนคุยกันได้เหมือนเพื่อนคนอื่นทั่วไป แต่คีย์ว่าบางทีให้เขาทะเลาะกับจงฮยอนไปทั้งชาติยังดีกว่าต้องมานั่งรู้สึกแบบนี้

คีย์พรูลมหายใจออกมาก่อนจะได้ยินเสียงประตูหลังห้องเปิดออก ร่างรีบเช็ดน้ำตาออกไปลวก ๆ เพราะคิดว่าคงมีเพื่อนกลับเข้ามาในห้องเรียนแล้ว คีย์ปาดน้ำตาหยดสุดท้ายออกจากใบหน้าแล้วไม่หันกลับไปมอง ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ คีย์เลยหันไปมองเพราะสงสัยว่าเป็นเพื่อนคนไหน

“จงฮยอน ..”

น้ำเสียงถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอแล้วรีบหันหลังกลับ คีย์รู้สึกเหมือนยังมีคราบน้ำตาติดอยู่ตรงแก้ม ยกไม้ยกมือขึ้นเช็ดมันออกไปให้หมดเพื่อจะไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ จงฮยอนเดินอ้อมไปดักข้างหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นและดังขึ้นมา

“ร้องไห้เหรอ?”

“มะ .. ไม่ได้ร้อง” คีย์บอกเสียงตะกุกตะกักแล้วยกมือขึ้นถูดวงตาไปมา จงฮยอนเอื้อมไปจับมืออีกคนเอาไว้ ริมฝีปากเม้มแน่นแล้วถามเสียงอ่อน

“ก็เห็นอยู่ตอนนี้ว่าร้องไห้ .. ทำไมนายต้องร้องไห้ ..”

เพราะน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเจือไปด้วยความเป็นห่วงเลยทำให้น้ำตาคีย์ไหลออกมาอีกหน คราวนี้คนที่จับมือคีย์อยู่ถึงกับเบิกตาด้วยความตกใจ ตลอดการเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาและอยู่กลุ่มเดียวกันมาตลอดจงฮยอนไม่เคยเห็นน้ำตาของคีย์เลยแม้แต่หยดเดียว เขารู้ว่าคีย์ไม่ใช่คนเข้มแข็งแต่ว่าคีย์เป็นคนประเภทที่จะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นแน่นอน ดังนั้นตอนนี้ที่คีย์กำลังปล่อยให้น้ำตาไหลออกมามันเลยทำให้จงฮยอนตกใจจนยอมคลายมือที่จับข้อมือคีย์เอาไว้ ร่างบางปาดน้ำตาออกไปอย่างรวดเร็วแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“ใครทำอะไรนาย? หรือว่าเจ็บตรงไหนรึเปล่า?” จงฮยอนยังถามด้วยความเป็นห่วง คีย์ยังเม้มปากไม่ยอมพูดอะไรออกมา จงฮยอนลากเก้าอี้มินโฮมานั่ง วางถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยขนมและขวดน้ำไว้ตรงหน้าคีย์ ก่อนจะเอ่ยถาม

“นายไม่สบายรึเปล่าคีย์? ปวดท้องเหรอ? หรือว่าปวดหัว? ไปห้องพยาบาลดีไหม? หรือใครทำอะไรนาย?” จงฮยอนยังยิงคำถามไม่หยุด

“นายไง ..” คีย์บอกเสียงเบาออกมา จงฮยอนขมวดคิ้ว

“ฉันทำไมเหรอ?”

“ก็เพราะนายไงไอ้บ้า! เพราะนายฉันเลยร้องไห้แบบนี้ไง!” คีย์ตวาดเสียงดังออกมา

“นายร้องไห้ .. เพราะฉันเหรอ?” จงฮยอนถามเสียงสั่น คีย์ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกหนแล้วพยักหน้าสองสามครั้ง

“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะจงฮยอน ..”

คีย์บอกฝนเสียงสะอื้น แล้วยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ เขาเกลียดเสียงน่าอายที่บ่งบอกว่าตัวเองอ่อนแอ ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าร้องไห้ต่อหน้าจงฮยอนแบบนี้ เขาอ่อนแอแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยซ้ำ แถมตอนนี้ยังไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเอง ภาพของจงฮยอนพร่าเบลอเพราะม่านน้ำตาที่บดบังและทำให้ความชัดเจนลดน้อยลง

“ฉันตอบคีย์ไม่ได้หรอกว่าตอนนี้ฉันรักคีย์หรือไม่ได้รักคีย์ ..” จงฮยอนเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“ฉันไม่เคยถามตัวเองมาก่อน ฉันเลยไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคีย์ ถ้าคีย์จะให้เวลาฉันสักนิด .. ให้ฉันได้ถามตัวเองว่าจริง ๆ แล้วฉันคิดยังไง คีย์จะรอได้ไหม? .. แล้วฉันจะบอกคีย์” จงฮยอนนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายรู้สึกยังไงกับฉัน .. แล้วฉันจะบอกความรู้สึกของฉันทีหลังนะคีย์”

พอจบประโยคนั้นพวกเขาต่างก็เงียบกันไปอีกหน เหมือนว่าต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง จงฮยอนจับจ้องใบหน้าของคีย์ที่ตอนนี้น้ำตาเหือดแห้งไปแล้วและเหลือเพียงคราบตามแก้มใส คีย์เม้มปากจนจงอยอนกลัวจะช้ำ แล้วก็ยอมขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาว่า

“สัญญาสิ ..”

“หือ?” จงฮยอนทำหน้างง คีย์เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่ยังแวววาวด้วยน้ำตาใส ๆ

“สัญญาว่านายจะบอกฉันในวันหนึ่ง .. แล้วฉันจะรอจนกว่านายจะบอกฉัน”

“อืม .. สัญญา”

จงฮยอนตอบกลับออกมาเสียงเบาแล้วเขาก็เห็นคีย์ยิ้ม เป็นรอยยิ้มของคีย์ที่จงฮยอนคิดว่ามันดูดีที่สุด อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนที่คีย์ร้องไห้และมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบใส ๆ แน่นอน จงฮยอนผลักถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยของกินซึ่งตัวเองวิ่งแจ้นไปซื้อมาหลังจากที่เห็นแทมินกับมินโฮเดินมาและไร้เงาของคีย์

“งั้นก็กินเยอะ ๆ นะ จะได้มีแรงรอฉัน ..”

จงฮยอนไม่อยากจะพูดคำว่ารอออกมาจากปากเลย ใจจริงเขาไม่อยากให้คีย์รอเขาเลยเพราะเขาก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองว่าจริง ๆ แล้วตัวเองรู้สึกยังไงกับคีย์ เหมือนกับว่าจงฮยอนเป็นแค่คนเห็นแก่ตัวที่บอกให้คีย์รอเพื่อจะได้ถามตัวเองว่ารักคีย์รึเปล่า ในขณะที่ช่วงเวลาที่รอคีย์เองก็ต้องยึดติดอยู่กับเขาเพื่อรอคำตอบที่อาจจะใช่หรือไม่ใช่ คีย์แกะห่อพลาสติกของขนมปังออกในขณะที่จงฮยอนได้แต่เบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่าง

เขาอยากให้คีย์ยิ้ม .. อยากให้คีย์หัวเราะ ..
เขาภาวนาให้เป็นอย่างนั้นเพราะคำว่าเพื่อนหรือคำว่ารักกันแน่ ..



คีย์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมตัวเองถึงได้ถูกมินโฮและแทมินลากมาที่ห้องซ้อมอีกแล้ว แม้จะดึงดันว่าต้องรีบกลับเพื่อไปทำการบ้านให้มินโฮลอก แต่คนตัวสูงก็ส่ายหน้าพัลวันบอกว่ายอมทำการบ้านวิชาคณิตที่เกลียดแสนเกลียดเองก็ได้แต่อยากให้คีย์ไปด้วยกัน ส่วนพี่จินกิที่ดูจะเข้าอกเข้าใจและช่วยคีย์ได้กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากยุยงให้เขามากับเจ้าคู่รักนี่อีก คีย์ถอนหายใจ .. แม่ไม่ควรจะฝากให้พี่จินกิดูแลเขาเลยจริง ๆ

ห้องซ้อมคุ้นตาปรากฏอยู่ตรงหน้า .. ประตูสี่เหลี่ยมแต่วันนี้ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา คีย์พองลมเต็มแก้มแล้วยืนกอดอกอยู่หน้าห้องไม่ยอมให้มินโฮและแทมินลากตัวเองเข้าไปได้สำเร็จ ริมฝีปากบางเม้มแน่นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดออกมาว่า

“ให้ตายก็ไม่เข้าไป!” คีย์เอ่ยเสียงดังลั่นออกมา แทมินทำหน้ามุ่ยแล้วคล้องแขนคีย์ก่อนจะเขย่าไปมาด้วยท่าทางออดอ้อน

“ผมรู้ว่าไม่อยากเจอพี่จงฮยอน .. แต่จะหนีไปแบบนี้ก็ไม่ได้นะฮะ ถึงเค้าจะเลวทรามต่ำช้ายังไงแต่พี่ก็ตกหลุมรักเค้าไปแล้วนะพี่คีย์ ..”

แทมินยังไม่รู้เรื่องเมื่อตอนเที่ยง .. และยังไม่มีใครรู้ทั้งนั้นนอกจากคีย์และจงฮยอน คีย์ตั้งใจจะปิดเรื่องนี้เอาไว้ เขาไม่อยากบอกใคร ดูเหมือนว่าเขาโง่มากที่ไปตกปากรับคำว่าจะรอจงฮยอน บางทีสิ่งที่จงฮยอนจะมาบอกอาจจะตรงข้ามกับที่คิดเอาไว้ แต่คีย์ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้มั่นใจว่าจงฮยอนก็อาจจะคิดตรงกับตัวเอง เขาพรูลมหายใจออกมา มันเป็นเรื่องของอนาคตที่เขาได้แต่ภาวนาให้มันไม่แย่จนเขากับจงฮยอนมองหน้ากันไม่ติดก็พอ ..

“แล้วเค้าก็รู้ไงแทมิน จะให้พี่ไปนั่งหัวโด่ในห้องบีบบังคับให้เค้าตอบตกลงรึไง พี่ไม่เอาหรอก” แน่นอนว่าอีกเหตุผลก็คือถ้าคีย์ไปนั่งในห้องเขาจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังเค้นเอาคำตอบจากจงฮยอนและไปแสดงตัวว่าตนเองรอมากเกินไป

“ไม่หรอกพี่ ..” แทมินเขย่าแขนคีย์ไปมาอีกครั้งแต่คีย์กลับแกะข้อมือเรียวนั่นออกอย่างระมัดระวัง

“พี่คีย์ ..”

ได้ยินเสียงแทมินครางอยู่ด้านหลังเมื่อคีย์เลือกที่จะเดินกอดกระเป๋าเอาไว้แนบอกแล้วเดินออกมาจากประตูห้องซ้อม ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเข้าไป คีย์อยากได้ยินเสียงจงฮยอนร้องเพลงใจจะขาดแต่ถ้าขืนพรวดพราดเข้าไปโผล่หน้าให้อีกคนเห็นตอนนี้ก็คงไม่ใช่การดีทั้งต่อตัวเขาและต่อจงฮยอนเองด้วย คีย์ทรุดกายนั่งลงยังม้าหินอ่อนไม่ไกลจากห้องซ้อมมากนัก แอบเห็นว่ามินโฮและแทมินเดินเข้าไปในห้องแล้วก็ลอบถอนหายใจออกมา

สายลมเย็น ๆ พัดแผ่วเหมือนจะปัดเป่าเอาความทุกข์ใจออกไปจากความคิดของคีย์ด้วยแต่ก็ไม่ มือเรียวหยิบการบ้านมากางตรงหน้าเพื่อจะทำแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอารมณ์สักเท่าไหร่ ยิ่งมองตัวเลขในแบบฝึกหัดยิ่งพาลให้คีย์อยากอ้วกออกมาซะมากกว่า

โทรศัพท์ที่สั่นครืดบนโต๊ะทำให้เขาหันไปสนใจมากกว่า ..

‘ไม่สบายเหรอ?’

ข้อความสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่ดูเป็นห่วงเป็นใยจากใครบางคนซึ่งควรจะอยู่ในห้องซ้อมทำให้คีย์เผลอเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตู แอบหวังว่าอาจจะเห็นใครคนนั้นยืนอยู่แต่คีย์ก็เห็นแค่เพียงประตูสี่เหลี่ยม มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว คีย์มองหน้าจอที่ปรากฏข้อความนั้นแล้วตัดสินใจวางโทรศัพท์ลงโดยไม่ตอบกลับไป หยิบปากกาเตรียมจะทำการบ้านแบบจริงจังฉับพลันมือถือก็สั่นครืดอีก

‘นายไม่ชอบเสียงของฉันจริง ๆ ใช่ไหม?’

คีย์อยากจะฆ่าผู้ชายชื่อคิม จงฮยอนให้ตายคามือ คราวนี้รู้สึกตัวเองหมดแรงจนต้องฟุบหน้าลงกับกระดาษที่มีแต่ตัวเลขกระจายเต็มแผ่น คีย์ครางฮือออกมาด้วยเหตุผลที่ว่าจงฮยอนชอบมาทำตัวน่ารักแบบนี้ เป็นห่วงเป็นใยแบบนี้ จะไม่ให้คีย์หวั่นไหวมันก็เกินไปแล้วล่ะ! ใบหน้าเห่อร้อนจนเจ้าตัวอยากจะเอาหัวมุดอ่างน้ำ ก่อนจะโทรศัพท์จะสั่นครืดขึ้นมาอีก

‘นายไม่คิดจะตอบข้อความฉันรึไง?’

คีย์แทบจะปามือถือลงไปที่พื้นแต่ที่ทำได้ก็คือร้องครางออกมาอีกครั้ง เขากำลังเขินมาก แม้จะรู้ว่าจงฮยอนอาจจะทำเพราะเห็นเป็นแค่เพื่อนหรือเพราะกำลังพิสูจน์ความรู้สึกตัวเอง แต่ตอนนี้คีย์ก็เขินจนอยากจะระเบิดตัวเองกลางม้านั่งใต้ร่มไม้สีเขียวแล้ว คีย์กดข้อความไม่กี่คำลงไปแล้วส่งไปให้จงฮยอน ปิดฝาพับโทรศัพท์อย่างรวดเร็วแล้วมองตัวเลขหน้าตัวเองและพยายามให้จิตใจจดจ่อกับโจทย์คณิตมากกว่าใบหน้าของจงฮยอน



จงฮยอนละมือออกจากไมค์แล้วก็รีบเดินไปฉวยโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอะไรบางอย่างลงไปทันทีที่ยงฮวาบอกให้พักผ่อนก่อน จองชินกระดกน้ำลงคอแล้วส่งต่อให้มินฮวาน ในขณะที่มือของจงฮุนกำลังเกลาสายกีต้าร์ไปมาแล้วเงยหน้าขึ้นมองจงฮยอนที่จ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าคมคายขมวดคิ้วเหมือนกำลังรอข้อความตอบกลับ พอไม่มีเสียงข้อความภายใน 1 นาทีเจ้าตัวก็กดข้อความส่งไปใหม่อีกหน

เหล่าสมาชิกในห้องซ้อมต่างส่งสายตาให้กันไปมากับกิริยาท่าทางลุกลนของนักร้องนำ ในที่สุดมินโฮซึ่งทนดูไม่ไหวเพราะในหัวเต็มไปด้วยคำถามก็เลยเอ่ยเสียงดังขึ้นมาว่า

“ส่งข้อความหาใครวะ?”

“เปล่า”

ตอบกลับเสียงห้วนแล้ววางมือถือลงข้างตัว มินโฮแค่นยิ้มออกมาแล้วตบไหล่แทมินเบา ๆ ร่างบางเลยเดินอ้อมไปด้านหลังของจงฮยอนอย่างไม่ให้อีกคนรู้ตัว ทันใดนั้นจงฮยอนก็หยิบมือถือขึ้นมากดข้อความอีก ก่อนจะวางลงราวของร้อนโดนมือ ทางยงฮวา จงฮุน จองชินและมินฮวานที่มองอยู่ก็เกือบจะหลุดขำพรืดออกมากับท่าทางประหลาด

“ซ้อมต่อดีกว่า”

จงฮยอนเอ่ยขึ้นแล้วลุกขึ้นยืน เหลือบไปมองทางเครื่องมือสื่อสารของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด จงฮุนหัวเราะเบา ๆ แต่พอเห็นแววตาขุ่นเคืองของจงฮยอนก็เงียบไป เสียงกีต้าร์ทุ้มต่ำในมือของยงฮวาถูกดีดขึ้นลง จงฮยอนโยกตัวไปตามจังหวะก่อนจะเริ่มเปิดปากร้องเพลง

Hey ….. Hey ……
Your lipstick stains ….
on the front lobe of my left side brains

ติ๊ด ....

เสียงข้อความจากมือถือของจงฮยอนดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่เพิ่งร้องไปได้แค่สองประโยคปุ๊บปากก็เงียบทันที ยงฮวาและจงฮุนดีดกีต้าร์ค้างเอาไว้แค่นั้น จงฮยอนวางมือจากไมค์แล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้เครื่องมือสื่อสารที่มีแทมินยืนอยู่ใกล้ ๆ และก่อนที่จะเดินไปถึง มือถือก็ตกไปอยู่ในฝ่ามือของแทมินซะแล้ว

“อย่านะแทมิน” ไม่ทันขาดคำด้วยซ้ำ แทมินก็หลบไปอยู่หลังมินโฮด้วยความว่องไว จงฮยอนรีบสาวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นก็ผลักมินโฮออกไปแล้วคว้าตัวแทมินเอาไว้แล้วเสียงใสของแทมินก็ดังขึ้นว่า

“ฉันกำลังทำการบ้าน .. คิบอม” มือถือในมือถูกจงฮยอนกระชากไป เจ้าของเครื่องมองข้อความบนหน้าจอแล้วหันไปมองแทมินตาขุ่น

“อะไร? ที่นั่งกดข้อความนั่นส่งหาคีย์หรอกเหรอ?” จงฮุนดีดกีต้าร์ขึ้นลงเร็ว ๆ หลังตัวเองพูดจบ

“จะสละโสดเหรอไอ้น้อง” เป็นยงฮวาที่เอ่ยขึ้นพร้อมรัวกีต้าร์เป็นอินโทรเพลง Hey! Soul sister

“ยินดีด้วยครับ” คราวนี้ทั้งมินฮวาและจองชินเอ่ยออกมาพร้อมกัน จงฮยอนเม้มปากแน่นแล้วส่ายหน้าออกมาเร็ว ๆ รีบร้อนเดินกลับไปยังไมค์แล้วพูดผ่านไมโครโฟรออกมา

“หยุดคิดเรื่องไร้สาระ ซ้อมต่อได้แล้ว”

“พี่คีย์อยู่หน้าตึกนี่นา .. เดี๋ยวเรียกมาให้กำลังใจพี่จงฮยอนดีกว่าพี่มินโฮ!”

แทมินส่งสัญญาณไปให้แฟนหนุ่ม มินโฮเดินโดยใช้ขายาว ๆ ของตัวเองไปทางหน้าห้อง ในขณะที่จงฮยอนตะโกนโวยวายไม่ได้ศัพท์แล้วพยายามจะพุ่งตัวไปหามินโฮเพื่อห้ามเอาไว้ โดยมีสิ่งกีดขวางเป็นมือของยงฮวาที่คว้าเอาเสื้อนักเรียนเอาไว้ พอพ้นด่านแรกก็ต้องมาเจอจงฮุนที่ยืนขวาและจงฮยอนก็ผลักออกไปอย่างว่องไว ส่วนด่านสุดท้ายก็คงเป็นแทมินที่ยืนจังก้าอยู่ พอเห็นตาเขียว ๆ ของจงฮยอนกลับกลายเป็นว่าก็ยอมเดินถอยห่างแต่โดยดี

ประตูห้องซ้อมถูกเปิดกว้างและมินโฮเองก็เตรียมพร้อมแล้วสำหรับการตะโกนเรียกคีย์เพื่อให้จงฮยอนได้อับอายซะบ้าง หรือบางทีก็อาจจะเขินม้วนต้วนจนมันรู้ตัวซะทีว่าคิดยังไง มินโฮชะงักฝีเท้าค้างเอาไว้ ภาพตรงโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าตึกคือคีย์ที่นั่งหัวเราะอยู่กับผู้ชายที่มินโฮคุ้นหน้าแต่ดันนึกไม่ออก เสื้อกล้ามสีขาวบางเบาถูกทับด้วยเสื้อคลุมสีดำแบบลวก ๆ อีกคนเอื้อมมือมาลูบหัวคีย์แล้วใบหน้าหวานก็หัวเราะและยิ้มกว้างจนมินโฮไม่กล้าเรียก

จงฮยอนโผล่พรวดมาคว้าไหล่มินโฮเอาไว้พร้อมสายตาที่เหลือบไปเห็นภาพเดียวกับที่มินโฮมองอยู่ ฝ่ามือที่แตะบนไหล่เลื่อนหลุดลง ดวงตาของจงฮยอนเต็มไปด้วยความสงสัยในตัวของผู้ชายที่นั่งอยู่กับคีย์ ทั้งสีหน้าและท่าทางของคีย์ที่ดูมีความสุขทำให้เขาเผลอปวดแปลบที่ใจขึ้นมา

เขาอยากให้คีย์ยิ้ม .. อยากให้คีย์หัวเราะ ..
เขาภาวนาให้เป็นอย่างนั้นแต่ทำไมตอนนี้จงฮยอนกลับไม่รู้สึกดีเลยสักนิด ..

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 10

Chapter 10




ในห้องสี่เหลี่ยมเงียบกริบเพราะไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา จะมีก็แค่เพียงมินโฮที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเดินฮัมเพลงพลางลากคอจงฮยอนเข้ามาในห้องไปด้วยกัน คนตัวสูงลากเพื่อนรักมาหยุดอยู่ตรงหน้าคีย์ แล้วกรอกตาไปมาเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอีกสามชีวิตที่เหลือ คีย์ประสานมือเอาไว้ตรงหน้าแล้วประสานนิ้วจนมันแทบพันกัน ในขณะที่แทมินก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลย

“ได้ยินรึเปล่า?” คีย์เอ่ยถามเสียงเบาโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

“อ๋อ กูได้ยิน” มินโฮพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะต้องเงียบเสียงไปเมื่อแทมินเอื้อมมือหยิกท่อนแขนเขาซะแรงจนเกือบจะหลุดร้องโวยวายออกมาถ้าไม่หันไปเห็นแววตาดุ ๆ ของคนรักซะก่อน

“จงฮยอน .. ฉันถามว่านายได้ยินรึเปล่า?”

เสียงนั้นเค้นออกมาทีละคำอย่างลำบาก มินโฮหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จงฮยอนจ้องตรงไปที่คีย์ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตา บรรยากาศน่าอึดอัดแผ่เข้าปกคลุมและแทมินก็บีบมือมินโฮแรงขึ้นนิดหน่อยจนคนตัวสูงต้องหันกลับมามองกลุ่มผมสีดำสนิทของคนรัก

“อยากให้ฉันได้ยินอะไรล่ะ?”

จงฮยอนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น แทมินเงยหน้าพรวดขึ้นมองคนเป็นพี่ จงฮยอนยังคงใช้สายตาจ้องตรงไปที่คีย์ไม่เปลี่ยนจุดโฟกัส คีย์กำมือที่วางตรงหน้าตักแน่นขึ้น จงฮยอนเลยเอื้อนริมฝีปากเอ่ยออกไปเพื่อทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

“ฉันได้ยินหมดนั่นแหละ”

“งะ .. งั้นเหรอ?”

คีย์เอ่ยเสียงตะกุกตะกักออกมาแล้วลุกพรวดขึ้นด้วยความรวดเร็ว เก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มดังโครมจนเกิดเสียงดัง ทุกคนสะดุ้งโหยงไม่เว้นแม้แต่เจ้าตัวเองยังแอบตกใจ แต่ถึงตอนนั้นคีย์ก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา ก้มหน้าลงจนคางแทบชิดอกแล้วพะงาบปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด

“ได้ยินแล้ว .. ได้ยินหมดเลยสินะ”

ร่างบางทวนคำพูดตัวเองอีกครั้งเหมือนคนเหม่อ คีย์เงยหน้าขึ้นมองจงฮยอนแค่ชั่วครู่แต่นั่นก็ทำให้คนที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้วเบิกตากว้าง แม้จะแค่เสี้ยววินาทีแต่จงฮยอนก็เห็นว่าดวงตาสองคู่คลอไปด้วยน้ำใส ๆ พอจะเอื้อมมือไปจับไหล่อีกคนและจะบังคับให้เงยหน้าขึ้นมองคีย์ก็ปัดมือจงฮยอนออกไปไกล

“ฉันขอโทษ”

เสียงนั้นเอ่ยมาแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ ก่อนที่คนหน้าหวานจะหันไปคว้ากระเป๋าบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดออกไปนอกห้องทันที ท่ามกลางความงุนงงของคนสามคนก็เป็นเสียงแทมินที่เอ่ยไล่หลังเพื่อรั้งคีย์เอาไว้

“พี่คีย์! พี่คีย์! พี่คีย์ฮะ!”

มินโฮรั้งข้อมือคนตัวเล็กเอาไว้เมื่อเห็นแทมินทำท่าจะวิ่งตามคนหน้าหวานออกไปด้วย แทมินดิ้นอยู่แค่ไม่กี่ครั้งก็หันมาจ้องมินโฮด้วยแววตาดุ ๆ แต่ก็ยอมอ่อนแรงลง คราวนี้คนตัวเล็กหันไปหาจงฮยอนแทน มือผลักไหล่อีกฝ่ายแรง ๆ แล้วเอ่ยตะคอกออกไปเสียงลั่น

“พี่ทำอะไรลงไป! พี่ทำให้พี่คีย์หนีไปแบบนั้นได้ยังไง!”

“แล้วพี่ทำอะไรผิด?” จงฮยอนหันกลับมาถามเสียงแข็ง แววตาวูบไหวที่แทมินคิดว่าตัวเองคงตาฝาดไปมากกว่า

“พี่ล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นได้ยังไง! ผมก็คิดว่าพี่ชอบพี่คีย์เหมือนที่พี่คีย์ชอบพี่ซะอีก บ้าชะมัด! ผมไม่ควรยุให้พี่คีย์รักพี่จริง ๆ สินะ พี่เป็นคนแบบนี้เองงั้นเหรอ? ถ้าพี่คีย์จะเกลียดพี่ล่ะก็นะ .. บางทีผมอาจจะเป็นอีกคนนึงที่จะเกลียดพี่ด้วยเหมือนกัน!”

แทมินเอ่ยยาวเหยียดแล้วสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของมินโฮ ดวงตาที่เคลือบไปด้วยความโมโหแล่นพล่าน ร่างเล็กกระชากกระเป๋าแล้วก็ข้าวของมาถือไว้ ก่อนจะฉุดข้อมือมินโฮให้เดินออกมาจากห้องเรียนพร้อมกับตัวเองด้วย เสียงปิดประตูดังไล่หลังเมื่อแทมินกับมินโฮเดินออกไปจากห้อง จงฮยอนพรูลมหายใจออกมาแล้วนั่งยอง ๆ ลงกับพื้น ดวงตาเหลือบมองโต๊ะเก้าอี้ที่ว่างเปล่าของคีย์ก่อนจะก้มหน้าลงนิ่งงัน

แล้วจะให้พี่ทำยังไงล่ะแทมิน .. พี่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ



“ดูจะเป็นเรื่องใหญ่แล้วนะ”

จินกิถอนหายใจแล้วพาลเลิกอยากอาหารขึ้นมากะทันหัน วันนี้เขาแปลกใจนิดหน่อยที่คีย์อยากไปโรงเรียนแต่เช้า กว่าจะรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ปามาเกือบเที่ยง ใบหน้าขุ่นเคืองของแทมินและท่าทางวิตกกังวลของมินโฮทำให้เขาพลอยเครียดไปด้วย

“คีย์ไม่เข้าเรียนตั้งแต่เดินออกไปจากห้องด้วย” มินโฮพรูลมหายใจออกมาแล้วผลักจานข้าวออกไปไกล

“ไอ้จงฮยอนเองก็หงอยไปเลย ผมว่ามันก็คงรู้สึกผิดแหละ แทมินอ่า .. ที่พูดกับจงฮยอนวันนี้ก็พูดเกินไปนะรู้ไหม” มินโฮหันไปดุคนรัก แทมินพองลมจนแก้มป่องแล้วเอ่ยเสียงเบาออกมา

“ก็มันโมโหนี่นา”

“ใช่ว่ามันน่าหงุดหงิด แต่ในทางกลับกัน .. ก็อย่างที่จงฮยอนพูดว่าผิดอะไร คีย์เองต่างหากที่วิ่งหนีออกไปเอง แล้วถ้าพี่เป็นจงฮยอนแล้วได้ยินแบบนี้ .. พี่ก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำอะไร พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจงฮยอนมันคิดอะไรอยู่ มันอาจจะชอบหรืออาจจะไม่ได้ชอบคีย์ก็ได้”

“เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะไปขอโทษเค้า” แทมินบอกปัดเพื่อให้คนตัวสูงหยุดสั่งสอนเขา มินโฮเอื้อมมือไปยีผมคนรักเล่นแล้วเอ่ยเสียงพึมพำ

“ไม่มีใครติดต่อคีย์ได้เลยเหรอ?”

“คงจะกลับบ้านนั่นแหละ หนีไปไหนไกลไม่ได้หรอก เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะลองไปคุยด้วย” จินกิพรูลมหายใจแล้วเม้มริมฝีปากแน่น นึกถึงใบหน้าหวาน ๆ ที่อาจจะร้องไห้จนตาบวม หรืออาจจะเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“แล้วเรื่องจงฮยอนล่ะพี่จินกิ” มินโฮเอ่ยถามขึ้น จินกิถึงกับถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

“เฮ้อ .. พี่อยากอ่านใจคนได้จังจะได้รู้ว่าจงฮยอนคิดอะไรอยู่” มินโฮพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย แทมินเอนหัวไปพิงไหล่ของคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างกันก่อนจะขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาว่า

“ถ้าพี่จงฮยอนไม่ได้ชอบพี่คีย์ .. ทำไมต้องทำเหมือนพี่คีย์เป็นคนพิเศษด้วยฮะ ทั้งไปส่งที่บ้าน ทั้งเรื่องเข้าห้องซ้อมอีก หรือจริง ๆ เป็นพวกชอบล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่น อย่างที่ผมว่า” มือหนาเอื้อมไปโยกหัวแทมินเบา ๆ แล้วเอ่ยดุออกมา

“แทมิน ..”

“ผหยุดพูดก็ได้ จะยังไงก็เหอะ .. พี่คีย์อุตส่าห์เปิดใจขนาดนี้แล้ว เป็นพี่จงฮยอนอีกนั่นแหละที่ทำให้เค้าจะปิดใจไปอีกรอบ เฮ้อ .. ความรักนี่มันยากชะมัด” แทมินเบ้ปากแล้วเหลือบไปมองคนข้างกาย

“ไม่เห็นจะยากเลย มีพี่มีแทมินก็เป็นความรักแล้ว”

ฝ่ามือจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามฟาดเข้าให้พี่ไหล่ของมินโฮด้วยความหมั่นไส้เพราะเล่นหวานไม่รู้จักกาลเทศะ แทมินหัวเราะเสียงแห้งออกมาแล้วกอดแขนมินโฮแน่น จินกิได้แต่มองด้วยแววตาปลงตก ถึงยังไงไอ้สองคนนี้ก็หวานกันได้ทุกทีสิน่า ..

แล้วจะมีสักวันที่คีย์กับจงฮยอนจะหวานกันบ้างไหม?



จงฮยอนนั่งอยู่ในห้องซ้อมท่ามกลางเสียงแสดงความเห็นและเสียงของเหล่าสมาชิกคนอื่นที่กำลังลองเสียงเครื่องดนตรี เขาเพียงแค่นั่งอยู่กับพื้นในมือถือกระดาษเนื้อเพลงไว้สามสี่แผ่น ส่วนข้างกายก็ยังมีกระดาษโน้ตเพลงอีกหลายแผ่นวางเกลื่อน เขาเพียงแค่ให้เสียงนั้นเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา เพราะตอนนี้ในหัวมีแต่ใบหน้าของคีย์และคำพูดสั้น ๆ ที่อีกฝ่ายเอ่ยออกไป

‘ฉันขอโทษ’

จงฮยอนไม่ค่อยแน่ใจนักว่าทำไมอีกคนถึงต้องพูดว่าขอโทษ เขาก็แค่บังเอิญได้ยินบทสนทนาน่าสนใจเกี่ยวกับตัวเองแล้วต่อมอยากรู้ก็บอกว่าอย่าเพิ่งไปขัด ไม่คิดด้วยซ้ำว่าเขาจะได้ยินประโยคนั้นจากปากคีย์ แม้จะเป็นเพียงแค่คำตอบรับเอื่อยเฉื่อยแต่จงฮยอนกลับคิดไม่ออกเลยว่าสีหน้าของเขาตอนนั้นจะเป็นแบบไหน

แทมินก็มาบอกขอโทษที่เมื่อเช้าพูดแรงไป จงฮยอนไม่ได้คิดใจอะไรมากนัก เขาคิดด้วยซ้ำว่าจริง ๆ แล้วตัวเองน่าจะโดนแทมินกับคีย์เกลียดเข้าจริง ๆ สักวันเพราะไอ้อาการตอบสนองช้าของตัวเองนี่แหละ จงฮยอนเหม่อมองไปยังที่ตำแหน่งที่คีย์นั่งเมื่อวาน ถ้าเกิดว่าตอนนี้และเวลานี้คีย์นั่งอยู่ตรงนี้ก็ดีสินะ เขาจะได้พูดคำว่าขอโทษออกไปบ้าง

ขอโทษที่ละเลยความรู้สึกของคีย์น่ะ ..

“พี่จงฮยอน! เหม่ออะไรน่ะพี่!” เป็นเสียงของมินฮวานที่ดังขึ้นข้างหูพร้อมเคาะไม้กลองรัว ๆ ให้เขาหลุดจากภวังค์ จงฮยอนหันมาทำตาดุให้แล้วมองยังแผ่นกระดาษมือไปยังงั้นไม่คิดจะใส่ใจ

“จงฮยอน .. แกไหวรึเปล่าวะ?” เป็นเสียงรุ่นพี่ยงฮวาที่เอ่ยถามขึ้น จงฮยอนหันไปพยักหน้าเงียบ ๆ

“ถ้าพยักหน้าแบบนี้แสดงว่าไม่ไหว” จงฮุนเดินมาตบไหล่จงฮยอนแล้วนั่งยอง ๆ ลงใกล้ ดวงตาสดใสมองจงฮยอนอย่างพินิจแล้วพยักหน้าส่งเสียงอื้อออออกมา

“ท่าทางยังกับพวกคนอกหัก”

“เฮ้ย!”

จงฮยอนผลักอีกคนล้มลงไปนั่งแหมะลงกับพื้นทันที ส่วนตัวเองก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกระดาษสองสามแผ่นในมือ เหลือบไปทางแทมินที่กำลังเช็ตเครื่องอยู่กับจองชินก็เห็นว่าน้องชายที่รู้เรื่องดีที่สุดมองเขาด้วยแววตาแปลก ๆ จงฮยอนกรอกตาไปมา ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายก่อนออกไปจากห้องว่า

“จะไปทำสมาธิข้างนอก พร้อมแล้วเรียกแล้วกัน”

จงฮยอนมานั่งหย่อนขาอยู่ตรงม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ ปล่อยให้สายลมพัดผ่านใบหน้าตัวเองแล้วก็เผลอถอนหายใจออกมาเสียงดัง นึกถึงเรื่องคีย์มาเกือบตลอดทั้งวันแถมคนที่เดินหนีไปตั้งแต่ตอนเช้าก็ไม่ยอมมาเข้าเรียนอีก ร่างหนาพรูลมหายใจออกมาแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองเบอร์ที่เพิ่งได้มาจากมินโฮเมื่อตอนก่อนเลิกเรียน

‘เนี่ยเบอร์คีย์ เผื่อมึงอยากพูดอะไรกับเค้าก็โทรไป’

มินโฮว่าพลางกดเบอร์คีย์ลงในมือถือเขาอย่างว่องไว แล้วสะพายกระเป๋าเดินออกมานอกห้องแบบไม่รอให้จงฮยอนเอ่ยทักท้วงอะไรเลยสักคำ ตอนนี้เขาเอาแต่กรอกตามองตัวเลขหลายหลักที่กระจายอยู่หน้าจอเหมือนเป็นร่างเจ้าของเบอร์แล้วก็ดันถอนหายใจออกมา โทรไปก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก ทางที่ดีที่สุดเขาควรโทรหาใครอีกคนมากกว่า กดหาเบอร์ใครอีกคนอย่างรวดเร็วแล้วรอไม่นานนักเสียงปลายสายก็ตอบรับกลับมา จงฮยอนเอ่ยเสียงเบาหวิวออกไปว่า

“พี่จินกิ ..”



เสียงเคาะประตูหน้าห้องแค่สองครั้งแล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นทำให้คีย์รู้ว่าอีกคนเป็นใครโดยไม่ต้องหันกลับไปเลยด้วยซ้ำ เขานอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบ้าน ในขณะที่ได้ยินเสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นในห้องพร้อมกับเสียงที่เอ่ยเรียกให้เขาหันกลับไป

“คีย์ ..”

“พี่มาทำไม”

คีย์ตอบและไม่ยอมหันหน้ากลับไปมองจินกิเลยแม้แต่น้อย เขารู้ว่ามันดูไม่มีมารยาทไปหน่อยแต่ตอนนี้คีย์แค่อยากมองอะไรด้านนอกมากกว่าหันกลับมาเจอบรรยากาศน่าอึดอัดและใบหน้าของจินกินที่คงเต็มไปด้วยความกังวลกับเขา คีย์จะยิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้นไปอีก .. รู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่ควรไปรักจงฮยอนนั่นแหละ

“มาหาแกไง ไอ้คนป่วย”

“ผมไม่ได้ป่วย” คีย์เถียงออกมาเสียงดัง

“งั้นก็อ่อนแอเรื่องหัวใจ”

“เกลียดพี่จริง ๆ ให้ตายสิ!” คีย์ยอมลุกขึ้นแล้วหันกลับมามองหน้าจินกิจนได้ ใบหน้าบูดบึ้งที่นั่งกอดหมอนอยู่บนเตียงทำให้จินกิเบาใจไปเยอะว่าคีย์ไม่ได้สภาพแย่ขนาดเขาทนดูไม่ได้

“อย่าเพิ่งตายสิ แกยังไม่ลงจากคานเลย”

หมอนสีขาวในอ้อมกอดถูกปาไปทางหน้าคนพูดมากทันที จินกิหัวเราะร่วนแล้วคว้าเอาไว้พอดิบพอดี คีย์เอื้อมไปหยิบหมอนอันใหม่มากอดเอาไว้แล้วซุกหน้าลงบนนั้น จินกิถอนหายใจออกมาแล้วลากเก้าอี้ล้อหมุนเข้าไปใกล้ ๆ เตียงคีย์

“คิดมากรึไงเราน่ะ ชอบมากขนาดนั้นเลยเหรอ?” คีย์ส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กแต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง

“มันแค่รู้สึกผิด ..” ตอบเสียงอู้อี้ออกมาแล้วล้มตัวลงไปนอนอีกรอบ ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดโฟกัสไม่มองแม้แต่จินกิ ก่อนจะเอ่ยพึมพำอีกว่า

“ทั้งที่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วแท้ ๆ ผมไม่ควรจะรักจงฮยอน”

“มันห้ามกันได้ซะที่ไหนวะ” จินกิเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากนิ่งเงียบปล่อยให้คีย์พูดอยู่คนเดียว คีย์เบนสายตากลับมามองพี่ชายข้างบ้านแล้วเอาแต่นอนหันข้างมองจินกิพลางเม้มปากแน่น

“ห้ามไม่ให้รักจงฮยอนได้รึไงเราน่ะ” คนถูกถามขมวดคิ้วแน่นก่อนจะส่ายหน้าออกมา

“ไม่ได้หรอก”

“อกหักไม่ได้ทำให้ตายซะหน่อยคีย์ อกหักมาตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ? นี่ก็ยังไม่คบกับจงฮยอนเลยด้วยซ้ำ มันไม่เจ็บปางตายเหมือนตอนที่นายคบกับพวกผู้หญิงคนอื่นมาหลายเดือนแล้วเลิกกันหรอกน่า”

“คงงั้นมั้ง” จินกิผุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นคีย์เริ่มจะตอบสนองกับตัวเองบ้าง

“แต่ว่านะคีย์ .. รู้ได้ไงว่าอกหักทั้งที่ยังไม่ได้ถามจงฮยอนด้วยซ้ำว่าคิดยังไงน่ะ” จินกิเอ่ยถามแทงใจออกมาอีกหน คราวนี้คีย์พลิกตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเกาหัวจนไม่เป็นทรง

“ใครจะไปกล้าถาม ผมควรจะเลิกรักเค้าซะน่าจะดีที่สุด” คีย์เบือนหน้าหนีออกไปทางหน้าต่างอีกหน

“ก็อุตส่าห์ได้เป็นเพื่อนกันแล้วแท้ ๆ นี่นา ผมไม่อยากเสียเค้าไปเร็วขนาดนี้หรอกนะ”

“คิบอม ..”

ไม่บ่อยนักที่จินกิจะเรียกชื่อจริงของคีย์ แม้จะไม่เห็นหรอกว่าคีย์จะทำหน้าตาแบบไหนอยู่แต่จินกิก็รับรู้ว่าน้องชายของเขากำลังอ่อนแอและต้องการคนปลอบใจจริง ๆ คีย์ยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาก่อนจะหันมาพยายามฉีกยิ้มแล้วส่ายหน้าบอกจินกิเสียงเบาว่า

“ผมไม่เป็นไรหรอก”

เสียงโทรศัพท์มือถือแผดเสียงดังจนจินกิสะดุ้งโหยง ล้วงเครื่องมือสื่อสารบางเฉียบขึ้นมามองหน้าจอก่อนจะขมวดคิ้วแน่นเป็นปม คีย์เอียงคอมองก่อนจะเบือนหน้าหนีออกไปอีกทาง แม้จะไม่แน่ใจนักแต่จินกิก็กดรับชื่อที่โชว์อยู่ตรงหน้าจอว่า ‘จงฮยอน’ อย่างไม่ลังเล

“ว่าไง”

“พี่จินกิ ..”

เสียงอ่อนแรงเหมือนคนหมดกำลังเอ่ยขึ้นทันทีที่เขากรอกเสียงลงไป ความเงียบเข้าครอบคลุมไม่กี่อึดใจปลายสายก็ถอนหายใจเสียงดังออกมาราวกับคนทุกข์หนัก

“อยู่กับคีย์ .. รึเปล่าฮะ?”

“อื้อ” จินกิตอบกลับเสียงหนักแน่น จงฮยอนเงียบไปอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาออกมา

“เค้าไม่เป็นไรใช่ไหม? ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ป่วยใช่รึเปล่า?”

“อื้อ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ”

“อย่างงั้นเหรอครับ ขอบคุณมากครับ งั้นผมไม่กวนแล้ว” จงฮยอนทำท่าจะวางสายแต่จินกิชิ่งพูดขึ้นซะก่อนว่า

“มีอะไรจะคุยกับเค้าไหม?” ความเงียบวิ่งผ่านมาอีกหน จงฮยอนกำโทรศัพท์ในมือแน่นก่อนจะส่ายหน้าออกมาเหมือนคนยอมแพ้

“ไม่ดีกว่าครับ .. ผมยังไม่มีอะไรจะบอกเค้า”

สัญญาณถูกตัดไปพร้อมกับจินกิที่เก็บเครื่องมือสื่อสารเข้ากระเป๋าแล้วเหลือบตาขึ้นมองคีย์ที่นั่งกอดหมอนเอาไว้แนบอก สายตาเหม่อมองออกไปด้านนอกด้วยใจจดจ่อ ก่อนจะเอ่ยพึมพำเหมือนถามตัวเองออกมาว่า

“พรุ่งนี้ตอนไปเรียน .. จงฮยอนจะมองหน้าผมรึเปล่านะ”

“คิบอม ..”

“เค้าจะยัง .. มองเห็นผมในสายตารึเปล่า?”

คีย์หันกลับมาพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย จินกิได้แต่พยายามยิ้มแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปลอบออกมา อนาคตเป็นเรื่องที่เขาไม่อาจคาดเดาได้ และจิตใจของจงฮยอนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรกันแน่ ตอนนี้จินกิก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เรื่องมันแย่ยิ่งกว่านี้อีกเลย



“ไม่ไหวเล้ย! เพลงรักนะเว้ยจงฮยอน!”

เสียงยงฮวาเอ่ยตำหนิดังลั่นห้องซ้อม เอากีต้าร์ตัวเก่งของตัวเองไปตั้งวางไว้หลังห้องซ้อม พร้อมกันนั้นเหล่าสมาชิกต่างก็พร้อมใจกันพรูลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เมื่อนักร้องนำของวงเหมือนคนสติหลุดลอยออกไปไกล ร้องเพลงรักเหมือนเพลงอกหักแต่เวลาร้องเพลงอกหักกลับได้อารมณ์จนฟังแล้วอยากจะร้องไห้ตาม แทมินปิดเครื่องอัดวีดีโอแล้วเดินมาหยุดอยู่หน้าจงฮยอน

“มีอะไรก็บอกสิจงฮยอน ถ้าแกมีปัญหาแกจะร้องเพลงได้ไม่ดีนะ” เสียงจงฮุนเอ่ยตักเตือนขึ้น จงฮยอนปล่อยมือจากไมค์แล้วถอนหายใจเสียงดังออกมา

“ขอโทษทุกคนด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก แต่แกน่ะไหวรึเปล่า?” จองชินเอ่ยถามในขณะที่กำลังไล่นิ้วไปบนสายเบสจนเกิดเสียงทุ้มต่ำดังคลอเบา ๆ จงฮยอนส่ายหน้าหวืด

“ไม่เป็นไร”

“พี่จงฮยอนน่ะเป็นมากเลยรู้ตัวไหม” แทมินเอื้อมมือมาจับไหล่พี่ชายตัวไม่สูงเอาไว้ จ้องหน้าจงฮยอนแล้วขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย

“กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่ร้องเพลงฮะ” แทมินกระซิบถามเสียงเบาออกมา จงฮยอนจิ๊ปากคนรู้ทันแล้วผลักมือแทมินออกไปจากไหล่ตัวเอง ร่างโปร่งเดินเลี่ยงออกมาแล้วลากเก้าอี้มานั่งพลางก้มหน้าลง

“ผมล่ะไม่ชอบคนปากแข็งเลยให้ตายสิ” แทมินเอ่ยเสียงดังขึ้นมา ห้องสี่เหลี่ยมเงียบกริบแล้วจงฮยอนก็ยอมเงยหน้าขึ้นมอง แทมินเอามือไขว้หลังแล้วหันมาเลิกคิ้วมองจงฮยอนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“อาจจะยังไม่รู้ใจตัวเอง แต่ก็ไม่น่าพูดให้อีกคนเจ็บปวดนี่ฮะ ถ้าไม่ได้รักก็ต้องบอกเค้าไปตรง ๆ นะ หรือถ้ายังไม่มั่นใจก็น่าจะพูดสักคำ ไม่ใช่พูดจาตัดรอนกันแบบนั้น หรือว่า .. กลัวอะไรอยู่” แทมินฮัมเพลงหงุงหงิงแล้วเดินมาหยุดอยู่หน้าจงฮยอน

“เพราะยังงี้แหละ .. ผมเลยเกลียดคนปากแข็ง”

แทมินเอ่ยจบก็ยิ้มตาหยีให้ เป็นรอยยิ้มที่จงฮยอนนึกกลัวขึ้นมากะทันหัน เขามองเห็นแผ่นหลังของแทมินเดินออกไปจากห้องซ้อมพร้อมเสียงปิดประตู ในขณะที่ทั้งห้องก็ตกมาอยู่ในความวุ่นวายเล็กน้อยอีกครั้งเมื่อยงฮวาปรบมือให้ไปซักซ้อมเรื่องโน้ตเพลงอีกหน จงฮยอนก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง

แล้วจะให้ทำยังไงล่ะแทมิน .. เขาเองก็ยังไม่อยากเสียคีย์ไปนี่นา

ถ้าให้ถามตอนนี้และให้ตอบตอนนี้ว่าจงฮยอนรู้สึกยังไงเขาก็ตอบไม่ได้หรอก เขาไม่รู้ด้วยว่าตัวเองคิดยังไงกับคีย์ เพื่อน .. หรือเกินเพื่อนเขาไม่แน่ใจอะไรเลยสักอย่าง ก็แค่รู้สึกดี ๆ ที่ได้อยู่ใกล้คีย์ เขาชอบเวลาอีกคนยิ้มอย่างมีความสุข ชอบสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของอีกคน จะว่าไปก่อนหน้านี้เขาก็สนุกกับการได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของคีย์นั่นแหละเลยยิ่งชอบแกล้งอีกฝ่ายบ่อย ๆ

จงฮยอนขยี้ผมตัวเองไปมาจนยุ่ง หงุดหงิดจนจะเป็นบ้า วันนี้ทั้งวันเขาเอาแต่คิดเรื่องของคีย์จนพาลไม่ได้ทำอะไรไปหมดเพราะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่ คำพูดของแทมินยังดังก้องอยู่ในหัว เขาเพียงแค่คิดว่าตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากยิ้มให้คีย์เหมือนเดิม จงฮยอนยังตอบคำถามที่ตั้งกับตัวเองไม่ได้หรอกว่าเขารักคีย์รึเปล่า .. แต่ก็ไม่ได้อยากให้อีกคนหายไปเฉย ๆ

อย่างน้อย .. ก็ช่วยทำให้เขาได้มีความสุขกับเรื่องเล็กน้อยของคีย์ด้วยเถอะนะ

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 9

Chapter 9




"จะไปประกวดวงดนตรี?"

มินโฮถามย้ำออกมาแล้วลากเก้าอี้ไปนั่งติดกับจงฮยอน หลังจากที่จงใจถามซ้ำแล้วก็พูดเสียงดังให้คนที่นั่งอยู่ด้านหลังได้ยินแล้ว ดวงตากลมชะโงกไปมองจงฮยอนที่กำลังกรอกใบสมัครอยู่ที่โต๊ะตัวเอง หางตาของมินโฮเหลือบไปมองคีย์ที่นั่งอยู่ทางด้านหลังไม่กี่อึดใจก็หันมามองหน้าจงฮยอน

"อยากได้กำลังใจไหมจ๊ะจงฮยอน"

"ไม่ขอกำลังใจจากมึงแน่นอนมินโฮ"

"แย่นะมึง! ไม่เป็นไรเดี๋ยวจะไปดูการแข่งทุกรอบเลย" มินโฮเอ่ยพร้อมรอยยิ้มก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมาเพื่อจะรายงานให้คนรักฟัง จงฮยอนเลยเอ่ยดักขึ้นมาก่อนว่า

"ไม่ต้องโทรบอกแทมินหรอกนะ รายนั้นรู้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว มินฮวานโทรไปบอก พักนี้ถ้าอยากเดทกับแทมินฉันให้ยืมห้องซ้อมสักพักก็ได้"

"อย่าใช้งานแฟนฉันหนักนะเว้ย" มินโฮบ่นหงุงหงิงไม่สมกับความสูงของร่างกาย แล้วเบ้ปากออกมาให้จงฮยอน

"เย็นนี้ซ้อมป่ะ?" มินโฮเอ่ยถามขึ้น จงฮยอนพยักหน้าทันที เท่านั้นแหละคนตัวสูงก็หันไปหาคีย์ทันที

"เย็นนี้ไปไหนไหมคีย์?" คนหน้าหวานละสายตาจากหน้าจอไอพอดทัชแล้วทำหน้างุนงงพลางส่ายหน้าออกมา

"ดีเลย! เย็นนี้ไปดูจงฮยอนซ้อมดนตรีกัน"

"ไปทำไม?" คีย์ย้อนถามแล้วเหลือบไปมองจงฮยอนที่ทำหูทวนลมไม่ได้ใส่ใจฟังมากนัก คีย์เลยเหมาเอาเองว่าอีกคนไม่ได้ฟังเพราะมัวแต่นั่งกรอกข้อมูลใบสมัคร

"เอ้า! ไปดูจงฮยอนซ้อมดนตรีไง พี่จินกิประชุมนี่ .. แกกลับพร้อมพี่จินกิดิ่ ไปดูจงฮยอนซ้อมกัน"

"ฉันไม่อยากไป" คีย์กระซิบเสียงเบาบอกมินโฮเพราะเกรงใจนักร้องนำ

"อ๋อ .. ฉันร้องเพลงไม่เพราะสินะ" จงฮยอนเอ่ยแทรกขึ้นแล้ววางปากกาลงบนโต๊ะ หันกลับมามองคีย์แล้วยิ้มหยัน

"เปล่าซะหน่อย ก็ไม่อยากไป"

"ป๊อดหรอวะคีย์ มึงกลัวอะไรเนี่ย ชเว มินโฮไปด้วยทั้งคน แกไม่ต้องกลัวไอ้จงฮยอนทำอะไรหรอก" คนตัวสูงตบแผ่นอกตัวเองสองสามทียืนยัน

"มึงน่ะตัวดีเลยมินโฮ จะรีบกลับไปทำการบ้าน"

"ก็นี่ไง .. ระหว่างดูจงฮยอนซ้อมเราก็ทำการบ้านกันไง" มินโฮเสนอทางเลือกแล้วยิ้มปลื้มออกมา คีย์ถอนหายใจแล้วไม่กล้าหันไปสบตาจงฮยอน

"ถ้าไม่กล้าไปไม่ต้องไปก็ได้นะคีย์" จงฮยอนยักไหล่แล้วหันกลับไปกรอกข้อมูลในใบสมัครต่อ และพอได้ยินแค่นั้นแหละคีย์ก็ตบโต๊ะเอ่ยออกมาเสียงดังทันที

"ไปเว้ย! เย็นนี้ฉันไปชเว มินโฮ! ได้ยินไหมจงฮยอน ฉันไป!"

ร่างบางยัดหูฟังใส่หูแล้วเปิดเพลงเสียงดังลั่นก่อนจะตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกทันที มินโฮมองแล้วยกยิ้มเล็กน้อย ถ้าตาไม่ฝาดเขาว่าเขาเห็นจงฮยอนแอบฉีกยิ้มออกมาด้วยนะนั่น แต่มินโฮก็คงอาจจะแค่ตาฝาดไป



มันเป็นการซ้อมดนตรีที่จงฮยอนคิดว่ากดดันที่สุดตั้งแต่เขาฟอร์มวงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะทุกคนตื่นเต้นกับการลงประกวดวงดนตรีจนซ้อมกันไม่เข้าขาหรอก แต่อาจจะเป็นเพราะว่าคีย์มาด้วยต่างหาก ปกติจงฮยอนไม่ใช่คนที่จะตื่นเต้นและคิดว่าจะทำให้ดีที่สุดต่อหน้าใครในการซ้อม น่าแปลกที่ครั้งนี้เขารู้สึกอยากทำให้ดีจนตื่นเต้นแล้วก็พาลเครียดจนร้องได้ไม่ดีเท่าที่ควร แม้กระทั่งยงฮวาและจงฮุนเองยังสังเกตเห็น

“ไม่ต้องเครียดหรอกนะ ทำอย่างที่เคยทำนั่นแหละ”

ยงฮวาตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วลากกีต้าร์ไปยืนประจำที่ของตัวเอง จงฮยอนเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นสายตาของคีย์ที่มองจ้องอยู่เหมือนรอดูผลงานของเขาจงฮยอนก็ต้องก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเอง มือที่จับไมค์สั่นเทาขึ้นมาดื้อ ๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พาลหงุดหงิดตัวเองที่เกิดจะมีอาการบ้าบอขึ้นมาตอนนี้ แทมินที่เตรียมตัวอัดวีดีโอให้ถึงกับชะเง้อคอมองอย่างเป็นห่วง

“พี่ฮะ .. รอบนี้ยังไม่อัดดีไหม แค่ซ้อมกันก่อน” เสียงใครหลายคนเห็นด้วยแต่จงฮยอนไม่อยากให้วงอ่อนเพราะเขาเป็นตัวถ่วงสักเท่าไหร่ เงยหน้าขึ้นมองคีย์อีกครั้ง ยิ่งพอเห็นว่าแววตานั้นเจือไปด้วยความห่วงใย จงฮยอนก็แทบจะล้มลงไปกองกับพื้น

นี่เขากำลังใจเต้นเพราะคีย์งั้นเหรอ?

ร่างโปร่งยิ้มเยาะตัวเองแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอด จงฮยอนพยักหน้าตามคำขอร้องของแทมิน รอบนี้พวกเขาเล่นแบบไม่อัดวีดีโอ ลองซ้อมให้จงฮยอนจับจังหวะดนตรีให้ได้อีกครั้ง แม้จะทุลักทุเลไปบ้างเพราะสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวแต่ก็ดีกว่าสองสามรอบที่ซ้อมมาก่อนหน้านี้

“ไหวรึเปล่าวะ? ไม่เคยเห็นแกเป็นแบบนี้เลย” มินโฮเดินมาหยุดตรงหน้าแล้วเอ่ยถามขึ้น จงฮยอนเม้มปากแน่นแล้วเอ่ยเสียงเบาออกมา

“เหมือนจะไม่ไหว”

“เพราะฉันกับคีย์มากวนรึเปล่าวะ ฉัน .. พาเขาออกไปรอข้างนอกก็ได้นะ คีย์เองก็โทษตัวเองว่าเป็นเพราะมันมาแกเลยอาจจะร้องได้ไม่เต็มที่”

“ไม่เกี่ยวกับคีย์หรอก ..” จงฮยอนบอกปัดออกมา

ถ้าคีย์ออกไปข้างนอก .. จงฮยอนอาจจะร้องเพลงไม่ได้เลยก็ได้

เนื้อเพลงภาษาอังกฤษที่อยู่ตรงหน้าทำให้จงฮยอนเผลอขมวดคิ้วเป็นปมจนหลายคนสังเกตเห็น เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือของมินฮวานดังไปทั่วห้องเป็นเพลงเดียวกับกระดาษตรงหน้าจงฮยอน เขาเผลอพึมพำอ่านชื่อเพลงออกมาเสียงเบา ‘Hey! Soul sister’ เป็นเพลงที่ยงฮวาและจงฮุนเลือกเพราะเห็นว่าจงฮยอนจะได้โชว์เสียงร้องและมีเสียงกีต้าร์คลอเบา ๆ ซึ่งจงฮยอนเองก็เห็นด้วย เขาเองไปหัดออกเสียงร้องเพลงภาษาอังกฤษมาเรียบร้อยและก็เริ่มไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมากะทันหันเมื่อต้องร้องเพลงเนื้อหาหวานแหววแบบนี้

“ผมชอบเพลงนี้!” มินฮวานเอ่ยขึ้นแล้วควงไม้กลองไปมา เหลือบไปมองจงฮยอนที่คลายปมตรงหัวคิ้วก่อนจะหันไปมองความพร้อมด้านหลัง

“เพลงนี้พี่จงฮยอนจะร้องเป็นครั้งแรกเลยนี่ฮะ” แทมินเอ่ยขึ้นพลางชะโงกหน้ามามองดูเนื้อเพลงในมือ

“งั้นก็ร้องแบบไม่มีดนตรีก่อนดีไหม?” ยงฮวาเสนอแล้ววางกีต้าร์ในมือลงกับเก้าอี้ ก่อนจะเดินเข้าไปหาจงฮยอนแล้วแนะนำอะไรกันอยู่ตรงนั้น

คีย์เบือนหน้าหนีออกมาจากภาพนั้นแล้วก้มลงมองการบ้านในมือ มินโฮกำลังทดเลขเต็มกระดาษ ดูเหมือนตอนนี้คนตัวสูงจะสนใจการทำการบ้านมากกว่าจับผิดจงฮยอนกับคีย์หรือแม้แต่จะสนใจคนรักอย่างแทมินไปแล้วด้วยซ้ำ คีย์เหลือบตามองจงฮยอนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะก้มลงขีด ๆ เขียน ๆ ลงบนกระดาษเพื่อช่วยมินโฮทำการบ้าน

“ซ้อมเพลงอื่นก่อนเถอะ เพลงนี้เอาไว้ก่อน”

เนื้อเพลง Hey! Soul Sister ถูกวางลงยังแผ่นหลังสุด ก่อนที่เพลงอื่นจะถูกหยิบยกมาเป็นหัวข้อสนทนาแทน การซ้อมเป็นไปอย่างเอื่อยเฉื่อยอาจเพราะว่าเพิ่งเป็นครั้งแรกที่จะซ้อมกันอย่างจริงจังเนื่องจากการประกวด หลายครั้งที่มีเสียงถกเถียงกันดังขึ้นและเป็นแทมินที่คอยห้ามปราม จงฮยอนพูดมากกว่าที่เคย น้ำเสียงที่ดูจริงจังนั่นฉุดให้คีย์เงยหน้าขึ้นมอง

เสื้อนักเรียนที่ถูกอีกคนม้วนขึ้นที่ต้นแขนเพราะความร้อน ใบหน้าที่มีเหงื่อซึมออกมาและมือที่ถือกระดาษหลายแผ่นเอาไว้ สีหน้ามุ่งมั่นและริมฝีปากที่อธิบายรายละเอียดพร้อมกับเสนอชื่อเพลงต่าง ๆ ในการประกวดทำให้คีย์ลืมไปเลยว่าใครนั่งอยู่ข้างกาย

“แหม .. นั่งอ้าปากค้างมองซะยังกับพวกเด็กสาวหลงพระเอกเลยนะมึง”

เท่านั้นแหละคีย์ก็สะดุ้งโหยงก่อนจะเอื้อมมือไปฟาดท่อนแขนของมินโฮให้หยุดพูด เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นและแววตาล้อเลียนจากมินโฮ คีย์เม้มปากแน่นแล้วก้มหน้าทำการบ้านต่อ ในขณะที่ในห้องดูจะเคร่งเครียดเพราะการประชุมย่อม ๆ ของวงดนตรีโรงเรียน เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น

“ว่าไงเด็ก ๆ”

เสียงสดใสพร้อมร่างเพรียวสวยของเจสสิก้าก็เดินเข้ามา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าแล้วฉับพลันสายตาก็หันมาสะดุดที่คีย์ซึ่งกำลังก้มหน้าทำการบ้าน อีกคนวิ่งเข้ามาใกล้แล้วกอดคอคีย์เอาไว้แน่นเหมือนสนิทสนม มือเอื้อมมาหยิกเบา ๆ ที่แก้มแล้วเอ่ยเสียงดังลั่น

“คิบอม! เดี๋ยวนี้คืบหน้าถึงขั้นมาเฝ้าจงฮยอนที่ห้องซ้อมแล้วเหรอจ๊ะ”

“ไม่ใช่ครับพี่” เป็นเสียงจงฮยอนที่เอ่ยขึ้นจากอีกด้านของห้อง

“คีย์รอพี่จินกิเลิกประชุมน่ะ พี่สิก้ามาทำไม?” เจสสิก้าแอบเบ้ปากแล้วถอนหายใจให้คีย์ได้ยินอย่างชัดเจนก่อนจะหันกลับไปตอบคำถามจงฮยอน

“มาช่วยพวกนายไง! เห็นว่าจะไปประกวดดนตรีกัน ฉันจะมาช่วยดูให้ว่าใครไม่ยอมซ้อมแล้วใครอู้บ้าง ให้แทมินดูคนเดียวไม่ไหวแน่ ๆ จริงไหมจ๊ะ”

แทมินพยักหน้าหงึกหงัก พร้อมกันนั้นเจสสิก้าก็เดินไปหากลุ่มวงดนตรีที่กำลังประชุมกันอยู่ วงแขนเรียวโอบกอดรอบคอจงฮยอนเอาไว้โดยที่คนเป็นน้องทำหน้าบอกบุญไม่รับเพราะเจสสิก้าเล่นดึงหูเขาด้วยเป็นการทำโทษที่พูดจาไม่ดีออกมา คีย์ก้มหน้าลงมองการบ้านตรงหน้าแล้วพาลไม่อยากทำแล้วก็อยากกลับขึ้นมากะทันหัน

“ฉันอยากกลับบ้าน”

“อ้าว? ไม่รอพี่จินกิแล้วเหรอ คีย์ ..”

มินโฮเอ่ยออกมาได้แค่นั้นก็เงียบไปเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของคีย์ สมุดการบ้านถูกกวาดลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ข้อมือพลิกดูเวลาแล้วขมวดคิ้ว อีกไม่นานพี่จินกิก็จะเลิกประชุมแต่ตอนนี้คีย์แค่รู้สึกว่าเขาไม่อยากอยู่ในห้องนี้แล้ว ยิ่งประโยคของจงฮยอนดังวนไปเวียนมาในหัวและภาพที่จงฮยอนกำลังหัวเราะอยู่กับเจสสิก้ายิ่งทำให้คีย์หงุดหงิด

จริง ๆ พี่เจสสิก้าไม่ผิดเลยแต่ผิดที่คิม จงฮยอนนั่นแหละ!

“ไม่ต้องบอกใครนะ พวกเขาประชุมกันอยู่ เจอกันพรุ่งนี้แล้วกันมินโฮ”

คีย์เอื้อมมือมาแตะไหล่มินโฮเบา ๆ แล้วลุกเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบจนไม่มีใครนอกจากเขาที่รู้ คนตัวสูงได้แต่พะงาบปากเหมือนจะเอ่ยรั้งแต่ก็คงไม่ทันแล้ว มินโฮถอนหายใจอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก หรือจะจริงอย่างที่แทมินเคยบอกว่าคีย์หึงจงฮยอนกับพี่เจสสิก้า

“พี่คีย์ไปไหนฮะ?” คราวนี้เป็นเสียงคนรักของเขาเองที่ดังลั่นขึ้นพร้อมใบหน้าสงสัย เดินมาทางมินโฮและทั้งห้องก็ดูเหมือนจะเงียบกริบไปเมื่อใครอีกคนหายไปโดยที่พวกเขาไม่รู้สักนิด

“กระเป๋าก็ไม่อยู่ พี่มินโฮ! ทำพี่คีย์หายได้ไง”

“ไม่ใช่คนดี คีย์อยากกลับบ้านน่ะ อยู่ ๆ ก็เลยลุกออกไปเลย”

“เห ..?” แทมินอ้าปากทวนคำอยู่แค่นั้นก็เม้มปากแน่นแล้วพยักหน้า

“กลับไปแล้ว .. งั้นเหรอ?” จงฮยอนเอ่ยถามเสียงเบา มินโฮพยักหน้ายืนยันอีกครั้งแล้วหันไปสบตากับแทมิน ดวงตาสวยหลบวูบเหมือนไม่อยากเล่าสิ่งที่รู้ มินโฮเลยได้แต่พรูลมหายใจแล้วพับสมุดการบ้านลงไป

จงฮยอนมองบานประตูสี่เหลี่ยมที่ปิดสนิท เสียงเจสสิก้าที่บอกให้ทุกคนประชุมต่อไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด วงแขนเรียวของรุ่นพี่ที่เคยปลื้มนักหนายังกอดคอเขาเอาไว้แน่น แม้เจสสิก้าจะกำลังนำนเรื่องการเลือกเพลงอยู่แต่จงฮยอนก็ไม่ได้สนใจฟังเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวนึกถึงแต่ใบหน้าของคีย์และถามเหตุผลกับตัวเองว่าทำไมคีย์ถึงกลับไปโดยไม่บอกใคร



“โทรหาคีย์ให้หน่อยสิ”

เสียงของจงฮยอนดังขึ้นหลังจากที่เดินออกมาจากห้องซ้อมได้ไม่กี่ก้าว เสียงเก็บของในห้องยังคงดังอยู่แต่จงฮยอนขอตัวกลับพร้อมมินโฮและแทมิน ริมฝีปากเม้มแน่นตอนที่เอ่ยประโยคนั้นกับมินโฮออกมา เล่นเอาคนตัวสูงที่เดินอยู่หัวเกือบทิ่ม แทมินเองก็เกือบจะสำลักนมกล้วยที่กำลังกินอยู่เช่นกัน

“ไม่โทรเองล่ะ”

“ฉันมีเบอร์คีย์ที่ไหนกันวะ” จงฮยอนเอ่ยออกมาแล้วตวัดสายตาขุ่น ๆ ไปให้ แทมินเกือบจะหลุดขำพรวดออกมาแต่พอเห็นสีหน้าจงฮยอนเลยจำต้องเงียบเสียงไป

“เดี๋ยวฉันให้แกโทรคุยกันเองแล้วกัน”

“ไม่เอา! แกแค่โทรไปถามให้หน่อยว่าคีย์ถึงบ้านรึยัง” จงฮยอนบอกปัดเหมือนไม่ใช่เรื่องน่าใส่ใจ มินโฮกับแทมินยิ้มกริ่มออกมา

“พี่จงฮยอนเป็นห่วงพี่คีย์เหรอครับ?”

“เออ .. เฮ้ย! ไม่ใช่ก็ .. ไม่ได้กลับพร้อมพี่จินกินี่หว่า ก็แค่โทรไปถาม พวกแกไม่ .. เออ นั่นแหละ ไม่เป็นห่วงรึไง?” จงฮยอนเหมือนถูกไล่ต้อนแล้วก็จนมุมด้วยคำพูดของตัวเอง

“ก็ได้ ๆ ให้ถามแค่นั้นใช่ไหม? อยากถามอะไรนอกจากนี้รึเปล่า? เช่น .. กินข้าวเย็นรึยังคีย์? อย่าลืมทำการบ้านนะ .. เอาแบบนั้นไหม?” มินโฮเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะแล้วกดเบอร์คีย์ลงไป จงฮยอนเลยกำหมัดตีเข้าให้

“เอาแค่ที่ฉันบอกไม่ต้องทำเกินหน้าที่”

“ฮัลโหลคีย์ .. อ๋อไม่มีอะไร ไอ้จงฮยอนบอกให้โทรมาถามว่าแกถึงบ้านรึยัง?”

หมัดของจงฮยอนชกเข้าที่ต้นแขนของมินโฮอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้ จริง ๆ มินโฮไม่ได้ทำเกินหน้าที่เลยสักนิด เพียงแต่บางทีก็ไม่ต้องอ้างชื่อจงฮยอนก็ได้ บทสนทนาของคีย์กับมินโฮดำเนินไปเกือบสองนาที คนตัวสูงก็วางสายลงพร้อมขมวดคิ้วเป็นปมแน่น

“คีย์แปลก ๆ ว่ะ” มินโฮพึมพำแล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกง

“ฉันเห็นคีย์แปลกตลอดเวลา” จงฮยอนยักไหล่เหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนัก แค่ได้ยินว่าอีกคนถึงบ้านปลอดภัยก็ไม่อยากสนใจอะไรต่อแล้ว

“จริง ๆ นะเว้ย เสียงมันเครียด ๆ ปกติมันจะด่าฉันไม่ก็กวนอะไรกลับมาบ้างแต่รอบนี้รีบวางเหมือน ..” มินโฮถอนหายใจออกมา

“เหมือนอะไร?” จงฮยอนถามเสียงเรียบแต่ก็ไม่ได้หันกลับมามอง

“เหมือนไม่อยากคุย” ฝีเท้าของคนที่เดินนำหน้าชะงักแล้วหัวเราะจนตัวโยนออกมาแล้วจับไหล่ของคนตัวสูงเอาไว้ หันไปมองมินโฮตาพรายแล้วเอ่ยเสียงสั่นออกมาเพราะเอาแต่หัวเราะ

“ใครจะอยากคุยกับมึงวะมินโฮ .. ถ้าไม่ใช่แทมินน่ะ”

“ไอ้เตี้ยเอ๊ย!”

มินโฮสบถพรวดออกมาพร้อมกันนั้นก็ล็อกคอคนตัวเตี้ยกว่าเอาไว้แล้วยีผมอีกคนจนไม่เป็นทรง ในขณะที่คนถูกประทุษร้ายก็ทำได้แต่ร้องโวยวายโหวกเหวกท่ามกลางพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แทมินที่เดินแกว่งกระเป๋าอยู่ด้านหลังขมวดคิ้วแล้วพรูลมหายใจออกมาทันที

ความลับที่ต้องปิดช่วยพี่คีย์เนี่ย .. ทำเขาจะบ้าจริง ๆ ให้ตาย!



ไม่บ่อยนักที่คีย์จะมาโรงเรียนคนเดียวโดยไม่มีพี่จินกิ วันนี้เขาส่งข้อความหาจินกิตั้งแต่เช้าตรู่แล้วก็ชิ่งออกมาจากบ้านก่อนที่ใครอีกคนจะตื่นแล้วก็มาดักรอเขาถามสารพัดเหตุผลที่หน้ารั้วบ้าน ภาพโรงเรียนตอนเจ็ดโมงเช้าเป็นอะไรที่คีย์ไม่ได้เห็นบ่อย เหล่านักกีฬาโรงเรียนที่กำลังวิ่งรอบสนาน เสียงเปียโนจากห้องซ้อมดนตรี เสียงกวาดขยะของภารโรงและแม้แต่เสียงหัวใจของตัวเอง

คีย์เดินเข้ามาในห้องเรียนและแน่นอนว่าในห้องสี่เหลี่ยมยังปิดสนิท ผ้าม่านจากหน้าต่างกระจกใสทุกบานยังไม่ถูกเปิดด้วยซ้ำ คีย์ต้องยืนระลึกชาติว่าต้องทำอะไรก่อนพักหนึ่งจึงค่อยเดินไปเปิดม่านออกกว้าง วางกระเป๋าลงบนโต๊ะของตัวเองแล้วฟุบหน้าลงกับท่อนแขนของตัวเอง พรูลมหายใจออกมาแล้วกะพริบตามองเก้าอี้ตรงหน้า ก่อนจะเตะมันเบา ๆ เหมือนอยากให้ส่งผ่านถึงเจ้าของที่

คีย์หวั่นไหวมาก .. จากตอนแรกแค่คิดว่าเป็นเพราะพี่จินกิ มินโฮกับแทมินหรือแม้แต่คนรอบข้างยุยงให้คบกับจงฮยอนก็เลยเริ่มเอนเอียงแต่คีย์ว่ามันชักจะไม่ใช่เพราะเหตุผลเหล่านั้นแล้ว จริง ๆ เขาอาจจะอ้างให้ตัวเองสบายใจแต่เขาเริ่มจะมั่นใจแล้วว่า .. เขาตกหลุมรักจงฮยอนเข้าแล้ว

เมื่อก่อนเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคิม จงฮยอนจะเป็นตายร้ายดียังไง จะเดินไปไหนไปกับใครเขาก็ไม่เคยสน คำพูดของจงฮยอนสำหรับคีย์อาจจะเหมือนสิ่งที่ควรฟังแค่ผ่านหูไปก็เท่านั้นแต่หลัง ๆ มาคีย์กลับสนใจทุกสิ่งที่จงฮยอนพูด มันคงเริ่มตั้งแต่เขารู้ว่าแท้จริงแล้วจงฮยอนก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายจนไม่น่าคบ ไลฟ์สไตล์ของพวกเขาคล้ายกันเลยทำให้คุยกันได้ง่าย แล้วหลังจากนั้น .. คีย์ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าเขากำลังทำการบ้านคณิตศาสตร์ที่จงฮยอนไม่ชอบเพื่อให้อีกคนลอก เขาไม่ได้เกลียดจงฮยอนแล้ว และท้ายที่สุด .. อยู่ ๆ หัวใจก็ไปเต้นแรงกับจงฮยอนอีกต่างหาก

แล้วจะให้คิบอมทำยังไงล่ะ?

อย่างที่เคยบอกแทมินไป คีย์ไม่อยากบอกว่ารักจงฮยอน ไม่คิดจะบอกแต่จะไม่บอกด้วย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกคนคิดยังไงกับเขา แท้จริงอาจจะแค่เห็นเป็นเพื่อนคนหนึ่ง เป็นใครอีกคนที่คุยกันได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่คีย์ก็ไม่เข้าใจพฤติกรรมของจงฮยอนอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ไปส่งเขาที่บ้าน เรื่องที่ให้เข้าห้องซ้อมดนตรีและทำเหมือนเขาเป็นคนพิเศษนั่นอีก มันยิ่งทำให้คีย์กลัวว่า .. ถ้าเขาพูดไปเขาก็อาจจะเสียจงฮยอนไปจริง ๆ

เสียงถอนหายใจของคีย์ดังขึ้นก่อนทั้งร่าจะชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูหน้าห้องดังขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าใครจะมาเรียนในเวลาเช้าขนาดนี้ถ้าไม่ใช่คนที่คิดมากนอนไม่หลับแบบเขาแล้วก็พาลอยากมาโรงเรียนแต่เช้าเพราะไม่มีอะไรทำ

“พี่คีย์~”

เสียงคุ้นหูทำให้คีย์ต้องเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นใบหน้าของแทมินยิ้มแฉ่งมาแต่ไกล ร่างบางวิ่งเหยาะ ๆ มาหาคีย์พร้อมกับในมือที่ถือนมกล้วยมาด้วยสองขวดและถุงพลาสติกที่คีย์เดาเอาว่าเป็นขนมปัง แทมินลากเก้าอี้ของมินโฮมานั่งแล้ววางของลงบนโต๊ะว่างที่อยู่ข้างคีย์

“มาแต่เช้าเลยนะฮะ”

“แทมินเหมือนกันล่ะน่า มินโฮไปไหนล่ะ?” คีย์กรอกตามองหาเพื่อนตัวสูงแต่แทมินส่ายหน้าหวืดออกมาพร้อมรอยยิ้ม เอ่ยตอบคีย์พร้อมเสียบหลอดสีขาวลงไปในนมกล้วยด้วย

“ยังไม่มาหรอกฮะ แทมินมาก่อนเพราะรู้ว่าพี่คีย์มาโรงเรียนแล้วน่ะ มีเรื่องอยากคุยด้วย”

“หือ .. คุยกับพี่” คีย์ชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วเลิกคิ้วมองอีกคน แทมินอ้าปากงับหลอดแล้วพยักหน้าหงึก ๆ หันไปหยิบนมกล้วยอีกขวดให้แต่คีย์ส่ายหน้าปฏิเสธ แทมินหลับตาปี๋แล้วทำหน้าสดใสออกมา

“ใช่คุยกับพี่คีย์เรื่องพี่จงฮยอนไง”

ใบหน้าหวานหม่นวูบลงเมื่อแทมินเอ่ยชื่อใครอีกคนขึ้นมา คีย์หลบตาไปอีกทางแล้วเม้มริมฝีปากแน่น แทมินเห็นแบบนั้นเลยไม่รู้จะพูดอะไร มือประคองขวดนมกล้วยในมือแล้วดื่มมันจนหมด ปล่อยให้ความเงียบที่ไหลผ่านรอบตัวตอนที่เขากำลังดื่มนมมันอาจจะทำให้คีย์คิดได้ว่าอยากจะพูดอะไรกับเขาบ้าง

“ก็ชอบเค้าไม่ใช่เหรอพี่”

“เลิกพูดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้เหอะน่าแทมิน”

คีย์เลี่ยงการสบตาแล้วพยายามฟุบหน้าลงกับท่อนแขนตัวเองแต่ก็ถูกแทมินที่รู้ทันขืนดึงเอาไว้ก่อน น้องเล็กหัวเราะร่าเมื่อเห็นแก้มของคีย์ที่แดงแปร๊ดขึ้นมาจนเห็นได้ชัด คีย์ปัดมืออีกฝ่ายออกแล้วเม้มปากแน่น ก่อนจะมองแทมินด้วยแววตาวิงวอน

“อย่าแกล้งพี่ได้ไหมเล่า!”

“ก็ชอบเค้าใช่ไหมล่ะ? พี่จงฮยอนน่ะ .. พี่คีย์ชอบเค้าใช่ไหม?”

“มันเป็นไปได้ที่ไหนกันล่ะแทมิน” คีย์เอ่ยเสียงแผ่วออกมา ยกสองมือขึ้นเท้าคางแล้วมองออกไปข้างนอกด้วยแววตาที่ไร้จุดหมายปลายทาง

“ยังไม่ได้บอกเค้าเลยนี่ฮะ พี่คีย์อย่าคิดเองเออเองสิ”

“จงฮยอนจะมาชอบพี่ได้ยังไงกัน .. พวกเราทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้ากันเลยนะ” คีย์พรูลมหายใจออกมา บางทีประโยคที่บอกแทมินออกไปนั่นเขาก็ควรเอามาบอกและเตือนตัวเองด้วย

“พี่ยังไม่ลองบอกเค้าเลย”

“พี่ถึงได้บอกแทมินไง .. ว่าพี่ไม่อยากเสียเค้าไป”

คีย์ตอบเสียงเบาหวิวแล้ววางแบนซ้อนกันก่อนจะเกยคางลงบนท่อนแขนตัวเอง ริมฝีปากสีสวยขยับเอ่ยประโยคนั้นพึมพำจนแทมินเกือบจะไม่ได้ยินออกมา ดวงตาคู่สวยฉายแววหม่นหมองจนแทมินอดไม่ได้ที่จะเครียดตามไปด้วย แทมินกอดอกแล้วเอ่ยถามเสียงเบาออกไป

“สรุปว่ารักเค้าใช่ไหม?”

“อืม ..”

เสียงตอบรับสั้น ๆ พร้อมกับการพยักหน้ายืนยันจากคีย์ แก้มที่แดงใสขึ้นสีเรื่อแบบที่แทมินไม่ค่อยได้เห็น แววตาวูบไหวเหมือนจะร้องไห้ออกมา เขาอ้าปากหมายจะพูดอะไรกับคีย์สักหน่อยแต่ก็ต้องชะงักค้างไปทั้งเขาและรุ่นพี่หน้าหวานตรงหน้า เสียงคุ้นหูพร้อมประตูห้องเรียนที่ถูกกระชากเปิดออกราวกับแช่แข็งคีย์เอาไว้ตรงนั้น

“อ้าวจงฮยอน! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่เข้าห้องวะ .. โอ๊ะ! แทมินกับคีย์ก็อยู่ในห้องนี่นา วันนี้ทุกคนมาแต่เช้ากันดีเนอะ!”

เสียงสดใสที่แทมินจำได้ดีว่าคือเสียงคนรักตัวเองดังขึ้น เขาเหลือบไปมองหน้าคีย์ที่ตอนนี้ซีดเผือดแล้วหันมามองหน้าเขา พะงาบปากแต่ไม่มีเสียงออกมาก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วก้มหน้าลง ในขณะที่พี่จงฮยอนเองก็หน้าเจื่อนจนแทมินสังเกตเห็น

นั่นเป็นครั้งแรกที่แทมินเกิดอยากถีบแฟนตัวเองขึ้นมา!

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 8

Chapter 8




“พี่จงฮยอน ~”

จงฮยอนจำไม่ได้ว่าเขาได้ยินเสียงแบบนี้มากี่ครั้งกี่หนแล้วตั้งแต่ยอมให้แทมินมาซ้อมกับวงดนตรีของพวกเขาด้วย เสียงออดอ้อนที่แทมินคิดว่าได้ผลเพราะทุกคนต้องใจอ่อนแต่ไม่ใช่กับจงฮยอน ตอนนี้น้องเล็กหน้าหวานกำลังเกาะแขนเขาเขย่าไปมาด้วยท่าทางน่ารัก และจงฮยอนก็ภาวนาไม่ให้มินโฮมันโผล่พรวดมาห้องซ้อมตอนนี้เพราะถ้าเห็นภาพนี้ไป .. ไม่ใช่แทมินหรอกที่จะต้องตายแต่เป็นเขามากกว่า

“ไม่เอา! ชักจะแก่แดดขึ้นทุกวันแล้วนะ!” จงฮยอนบอกปัดเสียงแข็งออกไปจำไม่ได้ว่ารอบที่เท่าไหร่ของวัน คนร่างเพรียวลมเบะปากคว่ำที่เห็นแล้วจงฮยอนก็อยากจะปาไมค์ใส่หน้า

“พี่ไม่ช่วยผมเลย”

“ปัญหาของแก แก้เอาเอง!” จงฮยอนวางไมค์ลงบนขาตั้งแล้วหันไปคุยกับจองชินและยงฮวาอีกสองสามคำ ก่อนที่จองชินจะชี้มาที่แทมินแล้วเอ่ยอย่างเป็นห่วงออกมา

“น้องไหวรึเปล่าพี่จงฮยอน?”

“พี่จงฮยอนใจร้ายว่ะ!” แทมินทำแก้มป่องใส่อีก จงฮยอนอยากจะตะโกนออกมาเหลือเกินว่ากูไม่ใช่มินโฮ มึงไม่ต้องมาทำกิริยาแบบนี้ใส่กูคร้าบ ~ แต่ในความเป็นจริงก็ทำได้แค่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา

“ไปติดนิสัยไอ้มินโฮมาใช่ไหม? บอกแล้วว่าเย็นนี้ไม่ว่าง”

“ผมก็ไม่ว่างเหมือนกันนี่นา พี่ไม่ได้ไปไหนไม่ใช่เหรอฮะ ผมไม่อยากให้พี่คีย์ด่านี่นา แถมนัดกันไปกินข้าวร้านนี้นานแล้วด้วย พี่คีย์เองก็อยากจะไปตั้งนาน ถ้าเกิดอยู่ ๆ ผมเบี้ยวนัดก็แย่สิ แถมใจจริงพี่เค้าเองก็ไม่ได้อยากไปกินกับผมหรอกแค่อยากไปกินอาหารร้านนั้น ในฐานะที่พี่จงฮยอนโคตรจะหล่อ .. ไปเป็นเพื่อนพี่คีย์แทนผมทีนะฮะ!”

“ไปอัดวีดีโอได้แล้วแทมิน”

จงฮยอนชี้ไปที่อุปกรณ์ด้านหลังและกล้องวีดีโอตัวเก่งของวง แทมินเบ้ปากแล้วกะพริบตาปริบ ๆ แต่พอเห็นจงฮยอนไม่สนใจเลยต้องเดินคอตกกลับไปยังที่ทำงานของตัวเองแทน แม้จะแอบสงสารอยู่บ้างแต่จงฮยอนก็แค่เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องไปแทนแทมิน อีกอย่างคีย์อาจจะกินข้าวไม่ลงเลยก็ได้ถ้าเห็นหน้าเขา อย่างหลายวันก่อนคนหน้าหวานก็ลุกหนีทันทีที่เจอหน้าเขาในโรงอาหาร

ถึงกับกินข้าวไม่ลงแบบนี้ .. จงฮยอนเลยยิ่งรู้สึกแย่ ..

“พี่จงฮยอนจะไม่ไปจริง ๆ เหรอฮะ” แทมินถามก่อนจะกดอัดอีกรอบ พอเห็นจงฮยอนกำหมัดจะเหวี่ยงมาใส่เลยรีบหลบแล้วให้สัญญาณเริ่มต้นการซ้อมเพื่อช่วยตัวเองทันทีทันใด

สามเพลงผ่านไปกับการซ้อมติดต่อกันยาวนาน แทมินกดหยุดวีดีโอแล้วรีบปรบมืออย่างว่องไว ขาเรียววิ่งเข้าไปหาจงฮยอนที่ยังมีเหงื่อซึมจากการซ้อม ยื่นผ้าขนหนูสีขาวให้จงฮยอนที่รับมาแบบไม่คิดอะไร แทมินยิ้มตาหยีแล้วหัวเราะเจ้าเล่ห์ออกมา

“ใช้ผ้าขนหนูผมแล้ว อย่าลืมไปทานข้าวกับพี่คีย์นะครับ”

“แทมิน!” จงฮยอนกำผ้าขนหนูในมือแน่น จนได้สินะ .. แทมินไปหาทางบังคับเขาจนได้

“อะไรพี่จงฮยอน! ใช้ผ้าขนหนูผมแล้วก็ต้องทำอะไรตอบแทนรู้ไหม? ไปกินข้าวกับพี่คีย์ซะ” แทมินหัวเราะเริงร่าออกมาลั่นห้องสี่เหลี่ยม

“นายดูรังเกียจเค้ามากเลยนะจงฮยอน” เป็นเสียงจงฮุนเอ่ยถามขึ้น จงฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธออกมา แทมินหันไปฉีกยิ้มกว้างให้แล้วเอ่ยตอบแทน

“พี่จงฮยอนไม่ได้รังเกียจพี่คีย์นะรุ่นพี่จงฮุน แค่รักแต่ไม่กล้าแสดงออก”

“แทมิน! ไอ้เด็กนี่!” จงฮยอนตะโกนลั่นห้องออกมาพร้อมสายตาแปลก ๆ ของเหล่าเมมเบอร์ในวงคนอื่นที่แอบสบตากันเงียบ ๆ และเริ่มบทสนทนากันทันที และมันเรียกได้ว่าการนินทาระยะเผาขน

“มิน่าล่ะ .. คีย์ได้เข้าห้องซ้อม” เสียงยงฮวาเริ่มต้นขึ้นก่อนคนแรก

“นั่นสิพี่ แถมจงฮยอนดูเป็นห่วงเป็นใยอีก” จงฮุนนั่นก็เสริมเข้าให้

“พี่คีย์ก็หน้าหวานดีนี่ฮะ .. ท่าทางก็คงจะมีใจให้ด้วย” มินฮวานที่ถือไม้กลองในมือเอ่ยบ้าง

“อ๋อ .. ตอนนี้พี่จงฮยอนเลยหน้าแดงแบบนี้สินะ” พอจองชินเอ่ยจบ ทุกสายตาก็หันมามองจงฮยอนให้เป็นเป้าสายตาอีกรอบ นักร้องนำของวงเริ่มเหงื่อตกทันที

“ถ้าเย็นนี้ไม่ไปแสดงว่าพี่ชอบเขาจริง ๆ แล้วไม่กล้าไปหาพี่คีย์สินะ” มินฮวานวิเคราะห์ออกมาเสร็จสรรพและดูทุกคนจะเห็นดีเห็นงามด้วยอีกต่างหาก

“เพราะงั้นพี่จงฮยอนต้องไปนะ!” แทมินว่าพลางยิ้มกว้าง ชี้ไปที่ผ้าขนหนูในมือ จงฮยอนจิ๊ปากอย่างขัดใจ ปาผ้าขนหนูลงพื้นอย่างไม่ใยดีแล้วเดินไปคว้าเป้มาพาดไหล่ ก่อนจะกระแทกส้นเท้าด้วยท่าทางหงุดหงิดจะเดินออกไปนอกห้อง แต่พอมือแตะลูกบิดประตูก็เอี้ยวตัวหันกลับมามองแทมินแล้วถามเสียงห้วนออกมาว่า

“แกนัดคีย์ไว้ที่ไหน?”



บางทีจงฮยอนก็รู้สึกว่าเขาโดนหลอก ..

หลอกให้มาหาคีย์ตามนัดกับแทมิน มันก็ไม่ใช่ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้อยากมาสักเท่าไหร่แต่เขาก็แค่ไม่มั่นใจว่าคีย์ยังอยากเจอหน้าเขาอยู่รึเปล่า จงฮยอนแค่มองอารมณ์คีย์ไม่ค่อยออกก็เท่านั้นเอง ดังนั้นพอไม่อยากเสี่ยงเขาเลยเลือกที่จะหลบหน้าและถอยออกมาเองซะมากกว่า

เรียวตาสีนิลกวาดไปรอบบริเวณเพื่อมองหาคนที่แทมินบอกว่าอาจจะมารออยู่ก่อนแล้ว แต่จนแล้วจนรอดจงฮยอนก็ยังไม่เห็นร่างของคีย์เลย มือยกนาฬิกาข้อมือขึ้นพลิกดูเวลาก็ถึงเวลานัดหมาย จงฮยอนไม่คิดว่าคีย์จะเป็นพวกมาสาย อย่างน้อยอีกคนก็ชอบไปรอคนอื่นก่อนเวลาอยู่เสมอ คราวนี้แปลกไปสักหน่อยแต่จงฮยอนคิดว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดไปเอง แล้วจงฮยอนก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังบอบบางคุ้นตาที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับตู้เกม

“โว้ย!”

สบถเสียงดังพรืดออกมาเมื่อจงฮยอนเดินเข้าไปใกล้แล้วชะโงกหน้าไปมองเห็นคำว่า ‘OVER’ เด่นหราตรงหน้าจอ คีย์หันหน้ากลับมาพร้อมคิ้วขมวดเป็นปมก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าจงฮยอนยืนมองอยู่ด้านหลังตัวเอง

“ทำอะไรอยู่เหรอ?”

“ร้องคาราโอเกะล่ะมั้ง” คีย์ยักไหล่แล้วเดินเบี่ยงตัวออกมา จงฮยอนเดินตามหลังคีย์จนคนถูกเดินตามต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมอง

“ตามมาทำไม”

“เปล่า” จงฮยอนตอบเสียงเรียบ นึกอยากจะแกล้งอีกคนขึ้นมากะทันหัน

“จะไปที่ไหนก็ไปเลยไป”

“จะไปกับคีย์” จงฮยอนชี้ตรงไปที่คีย์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“กับฉัน?” อีกคนทวนคำแล้วหัวเราะเสียงแผ่วออกมา ยกยิ้มที่มุมปากแล้วกอดอกปานผู้ชนะก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัดออกมาว่า

“ฉันมีนัดกับแทมินแล้ว!” จงฮยอนเขยิบเข้าไปใกล้ก่อนจะชะโงกหน้าไปจนเกือบชิดคนหน้าหวาน แล้วเอ่ยเสียงต่ำออกมาอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“แทมินบอกให้ฉันมากินข้าวกับนายเพราะแทมินติดธุระน่ะคีย์”

“โกหก ฉันจะโทรหาแทมิน!”

ไม่พูดเปล่าเพราะคีย์คว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมากดเบอร์ลงไปแล้วยกมันแนบหูทันที เดินเลี่ยงไปอีกทางแล้วคุยโทรศัพท์กับแทมิน ก่อนจะส่งสายตามาทางเขา แล้วใบหน้าก็เริ่มซีดลงเมื่อได้ยินคำอธิบายจากปากน้องชายตัวเล็กที่เอ่ยขอโทษขอโพยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดจนคีย์ใจอ่อนบอกปัดว่าไม่เป็นไรออกมา ใบหน้าหวานหันมามองจงฮยอนแล้วกัดริมฝีปากแน่น

“ไม่อยากกินก็ไม่เป็นไรนะ จะกลับไปก่อนก็ได้” คีย์บอกปัดแล้วหันไปกระชับสายกระเป๋าที่พาดลงบนไหล่ของตัวเอง หันไปมองร้านอาหารเกาหลีที่จัดร้านสไตล์ยุโรปด้วยแววตาอ้อยอิ่ง

จงฮยอนก็เลยใจอ่อนจนได้ ..

“ฉันหิว” บอกสั้น ๆ แล้วเดินนำหน้าคีย์ไปที่ประตูหน้าร้าน

“ดะ .. เดี๋ยวสิจงฮยอน นายจะทานข้าวเย็นกับฉันเหรอ?”

“ก็ใช่สิ ท้องร้องแล้วเนี่ย มาได้แล้วคีย์”

จงฮยอนผลักบานประตูเข้าไปด้านในร้าน ในขณะที่คีย์ทำได้แค่สาวเท้าเข้าไปตามด้วยรอยยิ้มพราย ไม่ได้หวังว่าจงฮยอนจะมาทานข้าวด้วยกันหรอก แต่จะให้ไปนั่งทานข้าวคนเดียวในร้านที่เพิ่งมาครั้งแรกคีย์ก็ไม่กล้าเท่าไหร่ คีย์มองจงฮยอนที่หย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะชะเง้อคอมองคีย์แล้วโบกมือให้พัลวัน

จงฮยอนทำตัวแบบนี้ .. คีย์ก็ยิ่งแย่น่ะสิ ..

ใบหน้าหวานเม้มปากแน่นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าจงฮยอนอาจจะกำลังจีบพี่เจสสิก้าอยู่ รู้สึกเหมือนอารมณ์จะพาลหงุดหงิดขึ้นมาแบบไร้สาเหตุ หย่อนกายลงบนเก้าอี้ตัวนุ่มแล้วหันไปสั่งอาหารกับพนักงานแล้วนั่งเอนหลังรออาหารมาเสิร์ฟ

"ที่นี่สวยดีเนอะ" จงฮยอนกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถามความเห็น คีย์กอดอกแล้วพยักหน้ารับด้วยท่าทางไม่ใส่ใจนัก คนมองเลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะออกมา

"นายดูไม่ค่อยอยากให้ฉันมาสักเท่าไหร่นะคีย์ หรือฉันมาแล้วต่อมอยากอาหารมันจะลดลง"

"พูดอะไรของนาย?" คีย์ถามกลับแล้วหันมามองหน้าคนพูด จงฮยอนแค่นยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"เหมือนวันนั้นไง .. พอเห็นฉันเดินไปนายถึงขั้นกินข้าวไม่ลงต้องลุกหนีขึ้นห้องไปเลยเหรอ?"

คีย์นึกตามก่อนจะร้องอ๋อในใจ ก็วันที่เขาบอกกับแทมินเรื่องที่ไม่อยากเสียจงฮยอนไปสินะ ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองแล้วไม่ยอมตอบอะไรออกมา พอดีกับที่น้ำเปล่าถูกวางไว้ตรงหน้า จงฮยอนมองแก้วน้ำเปล่าแล้วถอนหายใจออกมา กรอกตาขึ้นมองคีย์แล้วเอ่ยเสียงเครียด

"นายรังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"จะชวนทะเลาะรึไงวะ?" คีย์สบตาแล้วถามออกไปตรง ๆ

"เปล่า .. ไม่ได้ชวนทะเลาะแค่ถาม"

"ฉันไม่ได้กินข้าวไม่ลงเพราะนาย ฉันแค่กินไม่ลง ไม่อยากกิน สาเหตุไม่ใช่เพราะนาย เข้าใจไหม?"

"งั้นเพราะพี่สิก้ารึไง?" จงฮยอนเอ่ยชื่อใครอีกคนที่เดินเข้าไปพร้อมกับเขา คีย์ชะงักกึกแต่จงฮยอนก็จับปฏิกิริยาได้ทัน พอเห็นแบบนั้นก็เลยเผลออ้าปากหวอออกมา

"นายหึงฉันรึไงวะ?"

"ไอ้บ้าเอ๊ย!"

น้ำในแก้วที่คีย์ถืออยู่แทบจะสาดใส่หน้าอีกคนทันที จงฮยอนหัวเราะเสียงดังออกมาแบบไม่อายคนอื่นในร้าน หน้าแดงจนลามไปถึงหู ในขณะที่คีย์กัดฟันกรอดและหน้าแดงไม่ต่างกัน แก้มร้อนผ่าวแบบที่เจ้าตัวก็รู้ว่าเขินแต่หลอกตัวเองว่าโมโหมากกว่า

"ที่แท้ก็หึงฉันสินะคิบอมคนสวย"

"อย่าหลงตัวเองหน่อยเลยไอ้จงฮยอนตัวเตี้ย!"

"นายนี่ .. หยุดคิดก่อนด่าฉันสักวิก็ได้นะ" จงฮยอนเอ่ยอย่างหัวเสีย ก่อนที่ทั้งคู่จะต้องปิดปากเงียบเพราะอาหารมาเสิร์ฟตรงหน้า

"กินก่อนแล้วกัน"

คีย์เอ่ยเหมือนจะบอกพักรบ และจงฮยอนก็พยักหน้ารับ บนโต๊ะเลยตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เมื่อต่างฝ่ายก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอาหารบนโต๊ะ ใบหน้าหวานเหลือบมองจงฮยอนแล้วอยากจะเอาส้อมจิ้มโทษฐานทำเขินก่อนทานอาหารเลยกินไม่ค่อยลงเท่าไหร่ ในขณะที่จงฮยอนเองก็พยายามกลั้นขำเต็มที่จนเกือบกลืนข้าวไม่ลงคอ



จงฮยอนเป็นผู้ชายที่ใจดีเกินไป .. และบางทีก็ทำให้หัวใจคีย์เต้นถี่ไปด้วย!

คีย์สารภาพเลยว่าเขาไม่เคยมองจงฮยอนในแง่ดีมาก่อน จนกระทั่งเกิดเรื่องเมื่อคราวนัดบอดครั้งนั้นน่ะแหละ คีย์แค่คิดว่าจงฮยอนก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรแต่อยู่ ๆ จะให้ไปคบกันเขาก็ยังไม่พร้อม เขาแค่คิดว่าตัวเองมองจงฮยอนแค่เพื่อนแต่ตอนนี้คีย์เองก็เริ่มไม่แน่ใจในตัวเองแล้ว

จงฮยอนบอกจะมาส่งที่บ้าน คีย์ไม่รู้ว่าเขาคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่า แต่ดูจงฮยอนจะเป็นห่วงเป็นเขาแม้จะไม่ค่อยพูดอะไรออกมาให้รื่นหูนัก การกระทำของอีกคนบ่งบอกด้วยดี ทั้งตอนที่อยู่หน้าร้านอาหาร คีย์มองออกว่าจงฮยอนไม่ได้หิวมากขนาดนั้นแต่ก็คงไม่อยากปล่อยเขาไว้คนเดียว แถมพอบอกลาว่าจะกลับคนเดียว จงฮยอนก็อาสามาส่งอีก ถึงคีย์จะบอกปัดจนเหนื่อยแต่จงฮยอนก็ยังยืนยันคำเดิม เหตุการณ์เหมือนครั้งที่พวกเขาไปช้อปด้วยกันครั้งแรก คีย์และจงฮยอนนั่งอยู่ข้างกันบนรถเมล์ที่เงียบกริบได้ยินแค่เพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นเอง

“อาหารที่นั่นอร่อยดีนะ” จงฮยอนเอ่ยทำลายความเงียบน่าอึดอัดขึ้นมา คีย์ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพยักหน้าหงึกหงักรับ

"ใช่อร่อยมากเลย ราคาไม่แพงด้วย ร้านก็จัดซะสวย ฉันอยากไปนั่งหลายทีแล้วแต่พี่จินกิไม่ค่อยว่างเท่าไหร่เลยไปชวนแทมิน" คีย์เงียบเสียงลงแล้วก้มหน้ามองตักตัวเอง

"ยังไงก็ขอบคุณแล้วกันที่มาแทนแทมิน"

"ไม่เป็นไร แลกกับที่นายให้ฉันลอกการบ้านเลข" จงฮยอนตอบแล้วหันมายิ้มบางให้ หัวใจของคีย์แทบหยุดเต้นหลังจากสบตาเข้ากับดวงตาสีนิลของอีกคนที่ราวกับจะดูดกลืนเขาเข้าไปด้วยทันทีที่ได้จ้องมอง หัวใจเต้นแรงจนคีย์รู้สึกร้อนขึ้นมากะทันหัน พรูลมหายใจออกมาแล้วถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น

"เป็นอะไรรึเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยโทนเสียงอ่อนโยน คีย์เหมือนจะขาดอากาศหายใจ พะงาบปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็หยุดพูดแล้วส่ายหน้าออกมาแทน

"ปะ .. เปล่า"

"ไม่สบายเปล่าวะ?" จงฮยอนเอ่ยถาม คีย์ส่าหน้ารัวออกมาแล้วหันไปมองถนนด้านหน้าแทน

"นายเหมือนจะไม่สบายจริง ๆ นะ กลับถึงบ้านอย่าลืมกินยาล่ะ"

"ฉันไม่เป็นไร"

คีย์ยังอดเถียงออกมาไม่ได้ แม้ตอนนี้ร่างกายจะวูบวาบเหมือนจะเป็นลมลงไป ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงมาจากรถเมล์ทันทีเพราะต้องลงพอดี จงฮยอนเดินตามลงมาก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนขายาวสีดำมองคีย์ที่เอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้า แก้มใสของคนหน้าหวานแดงเรื่อ จงฮยอนไม่อยากเข้าข้างตัวเองว่าคีย์กำลังเขิน เขาว่าคีย์ป่วยมากกว่าและตอนนี้ก็คงป่วยหนักด้วยที่ดันเขินต่อหน้าคนแบบเขา

"ฉันเดินไปส่งนายที่หน้าบ้านได้ไหม?" จงฮยอนเอ่ยถาม ด้วยสัตย์จริงว่าจงฮยอนก็แค่เป็นห่วงกลัวคีย์จะเป็นล้มเป็นแล้งกลางทาง เขาไม่ได้อยากไปเป็นรั้วบ้านคีย์เลยสักนิดเดียว!

"ไม่เป็นไร"

"อย่าดื้อได้ไหม? เกิดเป็นลมกลางทางใครจะรู้ บ้านนายไปทางไหน?"

แล้วจงฮยอนก็เผด็จการด้วยการบอกปัดแบบไร้เยื่อใย ให้ตายยังไงวันนี้ก็ต้องเห็นรั้วบ้านคีย์ก่อนกลับบ้านให้ได้ คีย์ชี้ไปทางขวาของป้ายรถเมล์ จงฮยอนยิ้มกริ่มแล้วเดินตามหลังอีกฝ่ายไป ถนนที่ทอดยาวเข้าไปมีแสงไฟส่องข้างทางไม่ให้มืดจนเกินไป จงฮยอนเอามือประสานกันแล้ววางตรงท้ายทอยของตัวเอง ก่อนจะย่ำเท้าเดินตามหลังเจ้าของบ้านโดยไม่พูดอะไรออกมา สายลมเย็นพัดมาพอให้เหงื่อที่เริ่มซึมเลือนหายไปด้วย

"นายเดินไปที่ป้ายรถเมล์แบบนี้ทุกวันเลยเหรอ?"

"ก็ใช่น่ะสิ เดินกับพี่จินกิไง"

"แล้วถ้าพี่จินกิเรียนจบล่ะ?"

"ก็เดินคนเดียวสิ"

"จะไม่เหงาเหรอคีย์?" จงฮยอนเอ่ยถามเล่นเอาคนที่เดินอยู่ข้างหน้าแทบจะสะดุดขาตัวเองล้มพรืดลงไป ดีที่ตั้งตัวทันก็เลยแค่ชะงักไปชั่วครู่

"ถามอะไรของแก เหงาแล้วได้อะไรขึ้นมา ยังไงก็ต้องเดินคนเดียวอยู่ดี"

"ก็ถ้าเหงาจะมาเดินเป็นเพื่อนไง"

"บ้านนายอยู่แถวนี้รึไง จะได้มาเดินเป็นเพื่อนฉันทุกวี่ทุกวัน" คีย์กระแทกเสียงถามแต่ใบหน้ากลับร้อนเห่อ อยากจะหันไปกระชากปกเสื้อไอ้คนตัวเตี้ยแล้วถามมากออกไปมากว่ารู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา คีย์เม้มปากแน่นแล้วก้มหน้าก้มตา บางทีก็อยากจะให้บ้านตัวเองไม่อยู่ลึกขนาดนั้น

"เปล่า .. ลองถามไปงั้นแหละ นายจะได้มีแรงเถียงไม่เป็นลมไปซะก่อน"

"ก็บอกว่าฉันไม่ได้ป่วยไง!" คีย์หันไปจิกตาในความมืดหนึ่งทีแล้วหันกลับมา บางทีก็ดีใจที่ตอนนี้เป็นตอนกลางคืนเพราะจงฮยอนจะได้เห็นไม่ชัดว่าตอนนี้หน้าเขาอาจจะแดงอยู่แน่ ๆ

ฮืออออออออ ... หวั่นไหวเว้ยกูหวั่นไหว!

"ถึงแล้ว กลับไปได้แล้ว" คีย์หยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง รั้วเหล็กสีขาวสะอาดตาและป้ายชื่อนามสกุลคิมตรงหน้าบ้านบืนยันว่าอีกคนไม่ได้หลอกเขา คีย์ชี้ไปที่รั้วด้านข้างแล้วเอ่ยแนะนำออกมา

"นั่นบ้านพี่จินกิ" จงฮยอนเบนสายตาไปมองตามแล้วพยักหน้ารับรู้

"จะเข้าไปดื่มอะไรก่อนไหม?" คีย์ลองถาม เป็นคำถามที่ถามไปแบบนั้นและไม่อยากให้อีกคนตอบรับด้วย แค่เดินไม่กี่นาทีนี่คีย์ก็แทบบ้าแล้ว ขืนจงฮยอนเข้าไปดื่มน้ำในบ้านอีกคีย์อาจจะเป็นลมต่อหน้าแม่ตัวเองก็ได้

"ไม่ดีกว่า" จงฮยอนตอบเสียงแผ่วแล้วส่ายหน้าออกมา เอาตามตรงก็อยากเข้าไปหรอกนะแต่ดูอีกคนคงถามไปงั้น ๆ แถมนี่ก็ปาไปสองทุ่มแล้ว จงฮยอนควรรีบกลับก่อนที่แม่เขาเองจะด่าบ้านแตก

"งั้นเจอกันพรุ่งนี้" ทันทีที่คีย์เอ่ยจบก็มีเสียงตรงประตูรั้วเล็ก ๆ สีขาวพร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดออกและใบหน้าคุ้นตาที่โผล่ออกมาแล้วเบิกตาตี่ ๆ มอง

"อ้าว? กลับมาแล้วเหรอคีย์ .. อ้าวเฮ้ย! จงฮยอน" จินกิหันไปมองใครอีกคนที่ดูจะทำให้เขาประหลาดใจมากกว่า รอยยิ้มกรุ่มกริ่มปรากฏบนใบหน้าแล้วมองหน้าคีย์สลับกับจงฮยอน

"นี่ไม่ต้องคิดอะไรไปไกลเลยนะ" คีย์เอ่ยดักแล้วทำท่าหงุดหงิด

"งั้นไปไหนกันมา?" จินกิหันไปถามจงฮยอน

"ไปทานข้าวเย็นกันฮะ คีย์ทำท่าเหมือนจะไม่สบายก็เลยเดินมาส่ง" คีย์หันไปทำปากขมุบขมิบเหมือนจะด่าจงฮยอนว่าตอบทำไม แต่จินกิกลับทำตาวาวขึ้นมาทันทีที่ฟังจบ

"งั้นไปดื่มน้ำกันจงฮยอน"

"จงฮยอนจะกลับแล้ว!" คีย์เอ่ยเสียงดังขึ้นมา จินกิที่กำลังจะเดินไปจับข้อมือจงฮยอนให้เดินเข้ามาในบ้านที่ไม่ใช่บ้านตัวเองเลยชะงัก

"ใช่ไหม..?" คีย์หันไปถามจงฮยอนซึ่งพยักหน้าหงึกหงัก

"ดึกแล้วฮะพี่จินกิ เดี๋ยวแม่ผมว่า"

"งั้นวันหลังมาแถวนี้บอกพี่นะ ถ้าไม่อยากเข้าบ้านไอ้คีย์ไปนอนฟังเพลงบ้านพี่ก็ได้" คนตัวอวบยิ้มร่าแล้วหันไปมองคีย์

"เอ้า! บอกลาเพื่อนสิ"

"อะไรของพี่วะ" คีย์หันไปกระแทกเสียงใส่อย่างหงุดหงิด จินกิหันไปทำตาดุใส่คนเป็นน้องแล้วชี้ไปทางจงฮยอน

"เพื่อนมาส่งด้วยความเป็นห่วงนะเว้ย" เน้นสองสามคำสุดท้ายแล้วทำปากบุ้ยใบ้ไปทางจงฮยอน คีย์พรูลมหายใจออกมา เบนสายตาไปหาจงฮยอนแล้วเอ่ยเสียงเรียบออกมา

"กลับดี ๆ นะ เจอกันพรุ่งนี้"

"ดีมากน้องรัก เอาล่ะแกเข้าบ้านได้แล้ว" จินกิดันหลังคีย์ให้เข้าไปในบ้าน ส่วนตัวเองก็ออกมายืนข้าง ๆ จงฮยอน โบกมือลาคีย์ที่แลบลิ้นให้ก่อนจะปิดประตูรั้วสีขาวแล้วเดินหายเข้าไปในตัวบ้าน จินกิหันมายิ้มตาหยีให้จงฮยอนแล้วเอื้อมมือมาตบบ่า

"ขอบคุณนะจงฮยอนที่มาส่งคีย์"

"พี่จินกิคงไม่ได้คิดอะไรมากใช่ไหม?"

จงฮยอนถามย้ำอยากให้แน่ใจ คนตัวอวบหัวเราะกลบเกลื่อนออกมาไม่ยอมตอบคำถาม ก่อนจะเดินไปส่งจงฮยอนที่หน้าบ้านของตัวเองแล้วบอกให้จงฮยอนเดินทางดี ๆ ร่างโปร่งเดินย่ำเท้าออกมายังทางเดิมที่เพิ่งผ่านมา แอบเหลือบไปมองรั้วเหล็กสีขาวแล้วถอนหายใจออกมากับตัวเอง ส่ายหน้ากับความบ้าบอของตัวเองแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงใบหน้าคีย์ตอนที่โดนจินกิสั่งให้บอกลาเขา จงฮยอนเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

บ้านคีย์เนี่ยนะ .. น่ารักเหมือนคนอยู่เลยแฮะ

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 7

Chapter 7




“เมื่อวานเห็นนะ ..”

เสียงใสเอ่ยขึ้นทันทีที่เจอหน้าคีย์ตรงหน้าบ้าน ใบหน้าหวานหันมาขมวดคิ้วมองจินกิอย่างสงสัย พอเห็นสายตากรุ่มกริ่มที่มองมาอย่างมีความหมายแฝง คีย์เลยยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม

“อะไรพี่?”

“ก็อะไร .. เมื่อวานเห็นนะ”

“เห็นอะไร?” คีย์ชะลอฝีเท้าแล้วหันไปหรี่ตามองพี่ชายข้างบ้านที่เอาแต่อมยิ้ม ท่าทางมีความสุขเต็มที่จนเขาอดหมั่นไส้ไม่ได้ ก็เล่นอ้ำอึ้งไม่ยอมบอกเขาซะทีเนี่ยแหละ

“เห็นว่าใครมาส่งที่หน้าบ้านตอนทุ่มนึง”

ร้อน ..

ไม่ใช่ว่าอากาศยามเช้าวันนี้มันเกิดร้อนผิดปกติ ไม่ใช่ว่าพระอาทิตย์กลั่นแกล้งจินกิกับคีย์แต่เช้า แต่ที่ร้อนคือแก้มคีย์ที่อยู่ ๆ ก็ออกอาการแบบนั้น พร้อมกับใบหน้าที่เงยขึ้นมองท้องฟ้าทั้งที่ปกติไม่คิดจะมอง อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องหันไปมองหน้าพี่จินกิในสภาพที่หน้าแดงเรื่อแบบนี้

“อ๋อ .. ก็ไม่มีอะไรนี่”

“เหรอ ...........? กลับมาช้ากว่าพี่ประชุมอีกแน่ะ ไปรอจงฮยอนอยู่รึไง?” จินกิทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่แล้วหันมาหัวเราะเบา ๆ ใส่คีย์

“ไปรอเค้าทำไมคีย์ ..”

“ผมเปล่ารอนะ เมื่อวานแค่เอาสมุดไปคืนจงฮยอนที่ห้องซ้อมแล้ว .. เค้าบอกว่าจะมาส่งก็เลยอยู่จนซ้อมเสร็จแค่นั้นเอง” คีย์หันมาเถียงกลับทันทีทันใด ก่อนจะท้ายประโยคจะบอกเสียงแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน

“พี่อย่าคิดอะไรนะ”

“คิดอะไรล่ะคีย์? จริง ๆ แล้วคีย์ต่างหากอยากให้พี่คิดอะไร?” จินกิทำเสียงเจ้าเล่ห์แล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้ จนคีย์พาลหงุดหงิด

“วันนี้พี่กินยาผิดซองป่ะ? อาการแปลก ๆ”

“คีย์แหละแปลก .. ถามจริงเหอะ คิดอะไรกับจงฮยอนป่ะเนี่ย?”

จินกิเล่นถามตรง ๆ เอาซะคนฟังเกือบเดินสะดุดขาตัวเองหกล้มกลางถนนให้หัวลงไปฟาดพื้นเล่น คนเป็นน้องไม่กล้าหันหน้าไปมองเมื่อจินกิเล่นเอ่ยแซวแบบที่ไม่รู้ว่าถามจริงหรือถามเล่นออกมา คีย์เลยเลือกที่จะปิดปากเงียบแทนการตอบคำถามเพราะนั่นคือหนทางที่ดีที่สุด

“ไม่ตอบแสดงว่าไม่ปฏิเสธ แสดงว่าใช่สินะ”

“เฮ้ย! ไม่ใช่แล้วพี่!”

คีย์หันไปเบิกตามองแล้วถลึงตาใส่พี่ชายข้างบ้านแถมให้อีก จินกินี่คงอยู่กับเจ้าสองมินมากเกินไปจนไปได้นิสัยมาด้วย คีย์เม้มปากแน่นเมื่อเห็นแววตาอยากรู้อยากเห็นของจินกิที่ส่งมาให้ด้วยการใช้ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสนั่นปกปิดแต่ .. ไม่มิดเท่าไหร่

“พี่ว่าใช่แน่ ๆ .. จงฮยอนต้องใช่แน่ ๆ”

“ใช่อะไรเล่า!”

“มีขึ้นเสียงสูงด้วย”

“ก็พี่จะยัดเยียดให้ผมกับมันเป็นแฟนกันทำไมล่ะ?”

“ไม่ได้ยัดเยียดแค่เสนอทางเลือก”

ฆ่าคนข้างบ้านนี่ผิดกฎหมายข้อไหนไหม?

คีย์พรูลมหายใจออกมาแล้วขี้เกียจเถียงจินกิเอาซะดื้อ ๆ เพราะจินกิเป็นผู้ชายคนเดียวที่ตามไล่เขาทันทุกอย่าง แม้หน้าตาจะซื่อ ๆ แบบนั้นก็เหอะ เห็นแบบนี้เพราะรู้จักกันมากนานนั่นแหละทำให้จินกิเหมือนมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าคีย์จะทำอะไร นั่นเลยทำให้เขาไม่ชอบจะเถียงกับพี่ชายคนนี้เพราะ .. แพ้ทาง

“เงียบอีกแล้วนะคีย์”

“เถียงพี่ไปก็แพ้จะให้ผมพูดอะไร ปฏิเสธก็บอกว่าเขิน พอไม่บอกปัดก็หาว่าชอบ นี่สรุปทุกคนอยากให้ผมกับจงฮยอนเป็นอะไรกัน” คีย์หันไปงอแงด้วยความหงุดหงิด แล้วพี่ชายข้างบ้านก็ตอบเต็มปากเต็มคำออกมาพร้อมรอยยิ้มหวานว่า

“เป็นแฟนกัน!”

“ไม่มีทางงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”

คีย์ลากเสียงยาวด้วยน้ำเสียงโมโหออกมา คร้านจะหันไปมองคนที่คงกำลังทำหน้ากรุ่มกริ่มอยู่ข้างกาย คีย์กอดอกแล้วเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง พยายามตั้งหน้าตั้งตาเดินให้รีบถึงป้ายรถเมล์โดยเร็ว อย่างน้อยจินกิคงไม่พูดเรื่องนี้บนรถ

“จงฮยอนร้องเพลงเพราะออกนะคีย์”

“แต่เตี้ย”

“จงฮยอนหาคีย์ไปช้อปด้วยนิ่นา”

“แต่เตี้ย”

“จงฮยอนชอบแฟชั่นเหมือนคีย์ด้วยนะเออ”

“แต่เตี้ย”

“ทำไมคีย์โลกแคบงี้วะ!” คนเป็นพี่ซึ่งเริ่มจะทนไม่ไหวหันไปถามด้วยความข้องใจ คีย์ขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วเอาสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนขายาวสีดำของตัวเอง

“แล้วทำไมพี่ต้องมาบังคับผมด้วยเนี่ย?”

“พี่เสนอตัวเลือกไง จงฮยอนก็เป็นคนดีออก”

“เค้าก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกนะแต่ ..” คีย์ก้มหน้าแล้วเงียบไปอีกครั้ง

“จะว่าจงฮยอนเตี้ยอีกล่ะสิ พี่ล่ะสงสารจงฮยอนจริง ๆ”

จินกิเอ่ยขึ้นแต่คีย์กลับส่ายหน้าออกมาเบา ๆ ก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าจงฮยอนเป็นผู้ชายที่ดีคนนึงเลยทีเดียว แล้วคีย์เองก็ไม่ค่อยเกี่ยวเรื่องเพศหากว่าจะรักใครชอบใคร เพราะเขาถือคติว่า ‘ความรักไม่ได้จำกัดเพศ แต่คนเราต่างหากที่เป็นคนจำกัดมัน’ แต่กับจงฮยอนที่เคยทะเลาะกันแทบทุกวัน เถียงกันแทบทุกครั้งที่เห็นหน้า อยู่ ๆ จะให้ไปคบกันเป็นแฟนมันก็ออกจะแปลกไปแถมยังไม่น่าเชื่ออีกต่างหาก พวกเขาที่มีปมกันทั้งคู่ถ้ามาคบกันจริง ๆ น่ะ .. มันจะแก้เคล็ดได้อย่างที่มินโฮว่าเหรอ

แล้วถ้าเกิดว่าไปไม่รอดแล้วเลิกกัน .. คีย์ก็ต้องเสียจงฮยอนไปสินะ

“ถ้าไม่ใช่เพราะจงฮยอนเตี้ยเพราะอะไรล่ะคีย์”

จินกิเอ่ยถามย้ำออกมา เงยหน้ามองรถเมล์ที่ค่อย ๆ เข้าเทียบฟุตบาทตรงหน้า ประตูรถเปิดออกพร้อมกับคีย์ที่เอื้อมมือไปจับราวโลหะสีเงินวาวแล้วก้าวขาขึ้นไป พร้อมเอ่ยทิ้งท้ายเสียงแผ่วแบบที่ถ้าจินกิไม่ตั้งใจฟังก็อาจจะไม่ได้ยินออกมาว่า

“ผมแค่ ..”

คีย์ลากเสียงยาวค้างเอาไว้จนเกือบจะหลุดคำตอบออกไป ยังดีที่มีสติมองเห็นแววตาอยากรู้อยากเห็นจากพี่ชายข้างบ้าน คนหน้าสวยเลยฉีกยิ้มหวานก่อนจะยักไหล่แล้วไม่ยอมตอบออกมาเอาซะดื้อ ๆ จินกิโวยวายขอคำตอบดังทั่วถนนแคบ ๆ ในขณะที่คีย์เก็บคำว่า ‘ไม่อยากเสียจงฮยอนไป’ เอาไว้รับรู้แค่คนเดียวก็เพียงพอ



“นั่นไง ๆ ๆ ผมว่าแล้วพี่จินกิ! ไอ้คีย์มันมีซัมติงรอง!”

เสียงมินโฮเอ่ยขึ้นพร้อมตบเข่าฉาด ยื่นแก้วน้ำที่เพิ่งซื้อมาไปให้แทมินซึ่งนั่งอยู่ข้างจินกิ หลังจากฟังเรื่องที่จินกิเล่าจบ ทั้งสองคนดูจะตื่นเต้นพิเศษและคนที่ดีใจออกนอกหน้าก็คงหนีไม่พ้นมินโฮ แทมิอ้าปากงับหลอดแล้วเหลือบตาขึ้นมองเพดานพลางเอ่ยพึมพำออกมา

“แล้วเที่ยงนี้พี่สองคนนั้นหายไปไหนฮะ?”

“ไอ้จงฮยอนไปแก้คณิตศาสตร์เพราะสอบตกรอบที่แล้ว ส่วนคีย์เดี๋ยวก็มาล่ะ เห็นบอกว่าจะไปส่งงาน นั่นไง .. พูดถึงก็มาพอดี!” มินโฮชี้ไปทางด้านหลัง ยังไม่ทันที่แทมินจะหันกลับไปมอง คีย์ก็เดินมาวางมือบนหัวแล้วขยี้เส้นผมไปมาด้วยท่าทางหมั่นเขี้ยว
“แก้มบวมขึ้นนะแทมิน”

คีย์ทักแบบไม่ค่อยจะเกรงใจเท่าไหร่ ร่างบางหย่อนกายนั่งลงตรงข้ามกับแทมิน แล้วเป้าหมายของมือก็เปลี่ยนเป็นแก้มนิ่มของแทมินแทนเรือนผมนิ่ม หยิกหมับเข้าที่ส่วนอ่อนนุ่มแล้วดึงไปทางนู้นทีทางนี้ทีจนหน้าคนเป็นน้องหันไปตามเหมือนกำลังบังคับหุ่นยนต์ตัวขนาดพอเหมาะ

“ก็ฉันเลี้ยงดีไง” มินโฮยักคิ้วให้แล้วยื่นมือมาตีแขนคีย์เบา ๆ

“เฮ้ย ๆ! ขนาดฉันยังไม่เคยทำแบบนี้เลย หวงน่ะหวง .. เอาไว้ไปทำกับจงฮยอนไป!” คีย์ชักมือกลับแล้วหันไปจ้องมินโฮด้วยแววตาดุ ๆ แทน

“ไอ้เชี่ยมินโฮ!”

สั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ครบถ้อยความ มือเรียวหันไปคว้าเอาขวดน้ำเปล่าของจินกิมาดื่มแบบไม่ได้ขอแล้วเม้มปากแน่น แววตาของอีกสามคนที่เหลือมองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนที่จินกิจะส่งสัญญาณให้แทมินเป็นคนเริ่มต้นถามหาใครอีกคนที่หายไป ร่างเล็กกระเถิบออกห่างจากมินโฮแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง

“พี่คีย์ไปไหนมาเหรอฮะ แล้วทานข้าวรึยัง?” น้ำเสียงออดอ้อนดังขึ้น คีย์ยังจ้องมองขวดน้ำอยู่แล้วตอบออกมาอย่างไม่ค่อยสนใจว่า

“ไปส่งงานอาจารย์น่ะ ข้าวยังไม่กินหรอก”

“รอจงอยอนเหรอ?” เป็นเสียงมินโฮที่แทรกขึ้นมาทันทีที่มีช่องว่าง คีย์จิ๊ปากขัดอกขัดใจ ถือขวดน้ำไว้ในมือแล้วฉีกยิ้มน่ากลัวออกมา

“พูดอีกทีขวดน้ำหลุดมือกูไปทางมึงแน่เลยมินโฮ”

คนตัวสูงแอบเขยิบไปใกล้แทมินเพื่อใช้เป็นเกราะกำบัง มือเกาะไหล่คนรักเอาไว้แล้วหลบสายตาที่มีแต่จิตสังหารของคีย์ไว้ แทมินหัวเราะเสียงแห้งออกมาแล้วหันไปยิ้มให้คีย์ คนเป็นพี่ถอนหายใจออกมาแล้วเบือนหน้าออกไปอีกทาง ไม่ใช่เพราะไม่อยากมองหน้าแทมินแต่รังเกียจไอ้คนตัวใหญ่ใจปลาซิวหลบหลังน้องเล็กคนนั้นมากกว่า

ตัวโตซะเปล่า .. โธ่! ก็แค่เสาไฟฟ้าที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากตัวสูงล่ะวะ!

“ไม่ไปซื้อข้าวกินล่ะฮะ เดี๋ยวจะเที่ยงครึ่งแล้วนะ” แทมินยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองแล้วเอ่ยถาม อยากจะดูปฏิกิริยาของคีย์ด้วย เพราะจงฮยอนเองก็ยังไม่ทานข้าวเที่ยง ดวงตาคู่สวยกรอกตาไปมาแล้วทำท่าอ้ำอึ้ง

“ยังดีกว่า ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” คีย์ตอบเสียงเบาแล้วเปิดขวดน้ำจินกิดื่มอีกรอบเหมือนใช้น้ำลูบท้องเพื่อคลายความหิว

“หิวก็ลุกไปซื้อดิ่มึง นั่งทนทำไมเนี่ย?” มินโฮว่าเข้าให้บ้าง จินกิเองก็หรี่ตามองท่าทางประหลาด ๆ ของน้องชายอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

“คีย์ .. เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะพี่จะด่าซ้ำนะ”

ร่างบางกรอกตามองจินกิสลับกับมินโฮไปมาแล้วถอนหายใจ ส่วนน้องเล็กก็มองเลยไปทางด้านหลัง แววตาสะดุดกับจงฮยอนที่เดินเข้ามากับรุ่นพี่เจสสิก้าคนสวย ท่าทางหัวร่อต่อกระซิกกับความสนิทสนมนั่นทำให้แทมินอดขมวดคิ้วเพราะหึงหวงแทนพี่คีย์ของตัวเองไม่ได้ ในขณะที่ทั้งมินโฮและจินกิกำลังจ้องคีย์แบบดุ ๆ และคนร่างบางก็ได้แต่นั่งห่อไหล่หงออยู่แบบนั้น ทั้งจงฮยอนและเจสสิก้าก็เดินตรงมาทางโต๊ะพวกเขาแล้ว

“ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ!” เสียงใสทักทายพลางโปรยยิ้มหวาน ทั้งโต๊ะเลยต้องเงยหน้าขึ้นไปมองคนทักทายอย่างพร้อมเพรียง ยกเว้นก็แต่แทมินที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว

“อ้าว? สิก้านี่เอง ทำไมมากับจงฮยอนได้ล่ะ” จินกิตั้งคำถามที่ทุกคนอยากรู้ขึ้นมา

“เจอเด็กนี่หน้าห้องพักครูน่ะ เห็นหน้าซีดเซียวเพราะอาจจะสอบซ่อมไม่ผ่านอีกรอบเลยลากมาที่นี่เพราะบอกว่ายังไม่ได้กินข้าวเที่ยง” เจสสิก้าหัวเราะคิกคักแล้วยกมือขึ้นฟาดไหล่จงฮยอนเบา ๆ อย่างหยอกล้อ

“เด็กมันหลอกง่ายน่ะ พอบอกจะเลี้ยงข้าวก็ตามมาต้อย ๆ เลย” เจสสิก้าเปิดปากแล้วก็ยากที่จะหยุดพูด สาวน้อยคนเดียวในกลุ่มยิ้มตาหวานแล้วจับข้อมือจงฮยอนเอาไว้หลวม ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงใสขึ้นว่า

“งั้นวันนี้ขอตัวจงฮยอนวันนึงนะ .. ต้องเลี้ยงข้าวซักมื้อ ไม่งั้นเด็กจะเคือง”

หันไปมองหน้าจงฮยอนที่กำลังถอนหายใจแล้วส่ายหน้ากับท่าทางเหมือนเด็กของรุ่นพี่สาวคนสวย จินกิ มินโฮพยักหน้ารับหงึกหงักยินยอม ในขณะที่แทมินไม่ได้มองเจสสิก้ากับจงฮยอนด้วยซ้ำ ส่วนคีย์ก็เหมือนคนนั่งสติหลุดออกไปไกลแล้ว เสียงฝีเท้าของจงฮยอนและเจสสิก้าดังห่างออกไป คีย์เหลือบตามองตามก่อนจะหลบวูบเมื่อเห็นจงฮยอนนั่งหันหน้ามาทางเขาจากโต๊ะที่ห่างกันไปแค่ไม่กี่ตัว

“สรุปจะกินไหมข้าวน่ะ? เดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้กิน” จินกิถามย้ำเรื่องที่คุยค้างกันอยู่ สะบัดเรื่องจงฮยอนออกไปจากหัวเรียบร้อยโรงเรียนเต้าหู้แล้วด้วย แต่ดูเหมือนน้องชายข้างบ้านจะยังนั่งเอ๋อไม่พูดไม่จา

“คีย์ .. คีย์ .. ไอ้คีย์!” คราวนี้เป็นมินโฮที่เรียกชื่อจนแทบจะตะโกนออกมา ร่างบางสะดุ้งเฮือกก่อนจะวัดสายตาเข้ม ๆ ไปมองมินโฮ

“เรียกอะไรนักหนา”

“อะโหย .. เรียกหลายทีแล้วไม่หันนี่ เหม่ออะไร จะกินข้าวรึเปล่า?” มินโฮบ่นหงุงหงิงแล้วตบด้วยประโยคคำถามก่อนจะหันไปทำหน้าออดอ้อนแทมินคล้าย ๆ จะฟ้องว่าคีย์ผิด

“ไม่หิวแล้ว” คีย์ตอบเสียงเบาออกมา

“ขึ้นห้องก่อนแล้วกัน”

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันหลังเดินออกไปแบบไม่ฟังเสียงทักท้วงของจินกิและมินโฮ หรือแม้แต่เสียงตะโกนเรียกชื่อของแทมินเลยสักนิด อีกสามชีวิตที่เหลือมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ จะมีก็เพียงแทมินที่แอบหันไปมองโต๊ะด้านหลัง มองจงฮยอนที่ชะเง้อคอมองตามร่างคีย์ก่อนจะสะดุ้งแล้วหันไปยิ้มให้เจสสิก้าเพราะพี่สาวคนสวยสะกิด แทมินหันหน้ากลับมาแล้วทำปากยื่นออกมา

“เป็นอะไรอ่ะแทมิน” มินโฮหันไปมองคนรักแล้วเอ่ยถามออกมา คนน่ารักส่ายหน้าหวืดแล้วพองลมจนแก้มป่อง

“มีอะไรครับ?” มินโฮจิ้มแก้มคนข้างกายเบา ๆ จินกิได้แต่หัวเราะในลำคอมองคู่รักหวานเลี่ยนตรงหน้ากำลังถามไถ่กันด้วยความเป็นห่วง

“พี่คีย์หึงพี่จงฮยอนแน่เลย ..”

“เห ..?”

คราวนี้จินกิเลยต้องหันกลับมามองด้วยความสนใจ แทมินทำปากบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลังพร้อมสายตาของคู่ของจินกิและมินโฮที่เหลือบไปมองตามแล้วเบนกลับมาสนใจแทมินที่กำลังยกมือขึ้นเท้าคาง เสียงพรูลมหายใจดังขึ้นพร้อมประโยคพึมพำแทบฟังไม่ได้ศัพท์ว่า

“พี่คีย์หึงพี่จงฮยอนกับพี่เจสสิก้าแน่เลย”

จินกิหัวเราะออกมาเสียงเบาและไม่ต่างกับมินโฮที่ผุดยิ้มออกมา มือหนาเอื้อมไปยีเรือนผมคนรักจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แทมินชักสีหน้าแล้วปัดมือคนรักออกเบา ๆ พร้อมเบะปากคว่ำเพราะไม่ค่อยมีใครเห็นด้วย จินกิยิ้มตาหยีก่อนจะเอ่ยเสียงใสออกไปด้วยท่าทางอารมณ์ดีว่า

“อย่าลืมสิแทมินว่าสิก้าเป็นซัพพอร์ตเตอร์สองคนนั้นน่ะ”

“อีกอย่างน่ะแทมิน .. ถ้าไอ้คีย์มันหึงจงฮยอนเพราะพี่สิก้า ไอ้บ้านั่นคือคนโง่ง่าวแล้วล่ะ”

ประโยคที่สองมินโฮเอ่ยขึ้นให้แทมินมั่นอกมั่นใจ แต่คนเป็นน้องก็ยังเท้าคางพองลมที่แก้มเหมือนไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ เขาเชื่อสายตาตัวเองมากกว่าว่าคีย์กำลังหึง .. หรือไม่แน่อาจจะหวงก็ได้

แค่หึงและหวงพี่จงฮยอน .. พี่คีย์รู้สึกแบบนั้นล่ะ!



“ฮัดชิ้ว!”

คีย์จามออกมาทันทีที่หย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องเรียน อยู่ ๆ จมูกก็คันฟุดฟิดจนต้องจามพรวดออกมา มือเรียวยกขึ้นขยี้จมูกจนเป็นสีแดงจาง ฟุบหน้าลงกับกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะเรียนแล้วก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกระเพาะที่ร้องโครกครากถามหาความยุติธรรม

“แย่ชะมัด ..”

คีย์กะพริบตาปริบ ๆ แล้วมองออกไปด้านนอกห้อง แสงแดดในยามเที่ยงกว่าสว่างจ้าจนรู้สึกร้อนนิดหน่อย ร่างบางพรูลมออกจากปาก นึกถึงใบหน้าเรียบเฉยของจงฮยอนที่ติดจะเขิน ๆ ตอนเดินเข้ามากับพี่เจสสิก้าแล้วก็เผลอเบ้ปากออกมา คนหน้าหวานใช้มือดันก่อนจะเท้าคางแล้วคิดนู้นนั่นนี่เรื่อยเปื่อยพร้อมท้องที่ยังร้องอยู่เกือบตลอดเวลา

ไม่ใช่ว่าคีย์คิดไปเองหรอกนะ แต่ก็มีเพื่อนซุบซิบกันบ่อยว่าจงฮยอนแอบชอบเจสสิก้า คีย์จำได้ว่าทั้งคู่สนิทกันเพราะเป็นนักร้องของโรงเรียนด้วยกัน จงฮยอนเองก็ดูเหมือนจะปลื้มพี่สาวเสียงดีคนนั้นเอาซะมาก ๆ ด้วย คีย์จำได้ว่าช่วงที่มีงานโรงเรียนแล้วจงฮยอนต้องร้องเพลงคู่กับเจสสิก้า อีกคนก็หมั่นไปซ้อมซะคนอื่นแซวกันจนเป็นประเด็นแต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากนั้นไม่กี่เดือนจงฮยอนก็ไปคบกับคนอื่นแทน แถมยังโดนบอกเลิกภายในเวลาแค่ 2 อาทิตย์เพราะเหตุผลเจ็บช้ำที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีน่ะแหละ

“พี่คีย์ ~”

เสียงหวานใสของแทมินดังขึ้นจากทางด้านหลัง คีย์เลยสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมองคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มแป้นเข้ามาในห้องเรียนที่ยังไม่ค่อยมีใครแค่คนเดียวโดยไร้เหงาไอ้คนตัวสูงที่มักจะทำตัวเป็นขี้ปลาทองคอยตามติดแทมินเช่นทุกวัน น้องเล็กถือวิสาสะนั่งลงยังเก้าอี้ของมินโฮที่วางอยู่ด้านหน้าคีย์แล้ววางมือลงบนโต๊ะของคนหน้าหวานก่อนจะเกยคางลงบนฝ่ามือของตัวเอง

“ไม่หิวเหรอฮะ?” คีย์ส่ายหน้าพรืดออกมา

“แต่ผมซื้อมาฝาก ไม่หิวแต่กินอะไรรองท้องหน่อยนะฮะ พี่จินกิเป็นห่วง แทมินกับพี่มินโฮด้วย” วางถุงขนมปังลงบนโต๊ะของคีย์แล้วยิ้มตาหยี คีย์ผุดยิ้มออกมาแล้วเอ่ยพึมพำออกมา

“ขอบคุณนะ”

“พี่คีย์เป็นอะไรรึเปล่าฮะ ท่าทางเครียด ๆ” คีย์หันมาเลิกคิ้วมองคนถามแล้วส่ายหน้าออกมาโดยไม่พูดอะไร แต่กลับหลบสายตาทันทีที่เอ่ยจบ แทมินพรูลมหายใจออกมาแล้วหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างพลางพูดออกมาว่า

“หึงพี่จงฮยอนกับพี่สิก้าเหรอฮะ”

“หา?!” คีย์หันกลับมาเบิกตาโตมองแล้วถามเสียงดังลั่น แทมินยกหลังมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะจนตาหยี ก่อนจะยิ้มกรุ่มกริ่มออกมา

“ใช่ไหมล่ะฮะ”

“เปล่า ..” คีย์ตอบเสียงแผ่ว

“พี่โกหกไม่ค่อยเก่งเลยนะ” แทมินเอ่ยดักออกมาแล้วเท้าคางมองหน้าคีย์

“ผมมองออกนะ เพราะตอนหึงพี่มินโฮผมก็เป็นแบบนี้” ยื่นมือมาจิ้มแก้มคีย์แล้วหัวเราะคิกคักออกมาเหมือนคนรู้ทัน คีย์กอดอกเอนกายลงพิงเก้าอี้แล้วจ้องหน้าแทมินนิ่งแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา

“ชอบพี่จงฮยอนใช่ไหมฮะ”

“แทมิน!”

“บอกผมคนเดียวก็ได้นะ ผมสัญญาว่าจะไม่บอกใครหรอก ..” คนเป็นน้องเอียงคอมองเหมือนกำลังรอคำตอบ คีย์เบือนหน้าหนีออกไปอีกทางไม่ยอมสบตาแล้วเอาแต่เม้มปากแน่น

“พี่คีย์ฮะ ~” แทมินเอ่ยเสียงออดอ้อนออกมาอีก

“แทมิน .. อย่าทำตัวแก่แดดไปมากกว่านี้เลย เพราะมันจะทำให้พี่อยากฆ่าไอ้มินโฮเพิ่มขึ้น” คีย์เอ่ยเสียงเรียบออกมาแล้วหันมาจ้องแทมินเขม็ง

“แต่พี่คีย์น่ะปากแข็ง!” แทมินพองลมจนแก้มป่องแล้วเอ่ยออกมา

“ทั้งที่ชอบพี่จงฮยอนแท้ ๆ ใช่ไหมฮะ? เพราะถ้าไม่ชอบพี่จงฮยอนน่ะ .. พี่คีย์ทำไมต้องทำท่าเหมือนโกรธแล้วเดินมาจากโรงอาหารทั้งที่ยังไม่กินข้าวด้วย จริง ๆ ก็รู้สึกดีไม่ใช่รึไงฮะ”

คีย์วางมือลงบนโต๊ะแล้วฟุบหน้าลงกับท่อนแขน ปิดเปลือกตาแล้วหลบตาแทมิน คนร่างเล็กพรูลมหายใจออกมาพลางพึมพำเสียงเบา

“พี่ไม่อยากเสียคนแบบนั้นไปน่ะแทมิน ..”

คีย์ยกแขนขึ้นเท้าคางตัวเองแล้วกรอกตาไปมาเหมือนไม่อยากสบตากับคนที่นั่งจ้องอยู่ตรงหน้า แทมินได้แต่ปิดปากเงียบไม่ถามอะไรออกมาอีกแล้วรอให้พี่ชายหน้าหวานเป็นฝ่ายพูด แก้มร้อนผ่าวจนคีย์เองก็รู้สึกตัว สักพักก็หลุบตาลงต่ำมองออกไปด้านนอกสนาม

“จงฮยอนเป็นคนดี .. จนบางทีพี่ก็คิดว่าถ้าเราคบกันจริง ๆ .. พี่อาจจะเสียเค้าไป”

คีย์สารภาพออกมาเสียงเบาหวิว ใบหน้าหวานแดงเรื่อจนแทมินเห็น แก้มที่มีสีเลือดฝาดทำให้คนเป็นน้องค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา เอื้อมมือไปจิ้มแก้มคีย์เบา ๆ คล้ายจะหยอกล้อแล้วเอ่ยเสียงใสออกมา

“ไม่ต้องกลัวหรอกฮะ พี่จงฮยอนเค้าไม่กล้าทิ้งพี่ไปไหนหรอก”

คีย์เหลือบตามองคนพูดอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ และแทมินเองก็ไม่คิดจะขยายความอะไรต่อให้ยืดยาว แต่เขามั่นใจว่าสักวัน .. คีย์จะรู้เองว่าประโยคที่แทมินพูดไม่ได้โกหกเลยสักนิด

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
2012
05.19

[Complicated Love] Chapter 6

Chapter 6



“เอาจริง ๆ ผมว่าสองคนนี้มีซัมติงกันแน่นอนพี่จินกิ!”

มินโฮว่าพลางดูดน้ำจากหลอดไปอึกใหญ่ ยกกระดาษมาพัดให้แทมินเมื่อเห็นคนรักเริ่มมีเหงื่อซึมตรงหน้าผาก จินกิอ้าปากกว้างงับเอาช้อนโลหะสีเงินเข้าไป เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยพลางทำท่าครุ่นคิด เที่ยงนี้เป็นอีกวันที่จงฮยอนกับคีย์ไม่ได้มากินข้าวด้วย เหลือเพียงมนุษย์สามคนที่มานั่งกินอาหารและปรึกษาเรื่องของอีกสองคนที่หายไปอย่างเคร่งเครียด

“คิดมากไปเปล่า?” จินกิยังไม่อยากปักใจเชื่อนัก ยกช้อนยัดเข้าปากไปอีกหนแล้วเอียงคอมองมินโฮที่กำหมัดแน่นอย่างมั่นใจ

“ปกติคีย์มันเคยคิดจะทำการบ้านเองที่ไหน นี่ขนาดขอทำเองเพื่อให้จงฮยอนลอกเชียวนะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าจงฮยอนน่ะเกลียดคณิตศาสตร์จะตาย!”

“ก็อยากจะขอบคุณมั้ง” จินกิออกความเห็นแล้วกลืนข้าวลงคอ

“แต่ว่าพี่จินกิฮะ .. เมื่อวันเสาร์ตอนที่มารอพี่จงฮยอนซ้อมน่ะ พี่คีย์ได้เข้าไปในห้องซ้อมด้วยนะ” จินกิเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ก็แค่คีย์เข้าห้องซ้อมน่ะมันแปลกตรงไหนกันล่ะ?

“นี่พี่ไม่รู้เหรอว่าปกติไอ้จงฮยอนมันไม่ให้คนอื่นเข้าห้องตอนซ้อมหรอก ยกเว้นคนในวงหรือไม่ก็แทมินที่ต้องไปอัดวีดีโอ ขนาดผมอยากเข้าฟังมันยังไม่ให้เลย! แล้วถ้าจงฮยอนไม่คิดอะไรกับคีย์จริง ๆ ทำไมคีย์ถึงเข้าไปได้ล่ะ? อย่ามาอ้างว่าเพื่อนนะ .. เพราะขนาดผมขอแทบตายยังไม่ได้เข้าไป!” มินโฮเริ่มใส่อารมณ์ลงไป คิ้วขมวดมุ่นเป็นปมด้วยท่าทางเครียดหนัก

“ที่พูดมานี่ไม่ได้โกหกพี่กันใช่ไหม?”

“ใครจะโกหกพี่จินกิล่ะครับ เรื่องแบบนี้เรียกว่าเล่าสู่กันฟังดีกว่า ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชายผมสองคนมีซัมติงอะไรกัน?” แทมินยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนตัวสูง ก่อนที่แฟนหนุ่มจะเช็ดเหงื่อให้อย่างเบามือ

“แต่พี่ลองถามคีย์ .. เจ้าตัวก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ”

“เรื่องแบบนี้ใครจะไปบอกคนอื่นล่ะพี่!” มินโฮบอกเหมือนเริ่มหัวเสียนิด ๆ ที่จินกิไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากนอกจากตั้งคำถามและกินอาหารตรงหน้า

“แล้ววันนี้ยังมีส่งกระดาษให้กันในห้องเรียนด้วยนะ” มินโฮกอดอกแล้วเอ่ยพึมพำเหมือนบ่นกับตัวเอง แทมินกับจินกิหันขวับไปมองด้วยความอยากรู้ทันที

“กระดาษอะไร?” จินกิเอ่ยถามอย่างว่องไว

“ไม่รู้อ่ะ ผมไม่ได้เปิดอ่าน เห็นจงฮยอนส่งให้คีย์ตอนอาจารย์เดินเข้ามา พอจะถามเจ้าของกระดาษ มันก็ดักว่าไม่ต้องมาอยากรู้ ส่วนคีย์น่ะ .. พี่ก็รู้ว่าผมถามจะเป็นยังไง” มินโฮถอนหายใจออกมาเสียงดัง

“ผมล่ะอยากรู้จริง ๆ .. คีย์น่ะมันคงเริ่มหวั่นไหวแล้วล่ะ ผมว่าถ้าสองคนนี้คบกันจริง ๆ มันก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ผมก็อยากให้ลองคบกันดู .. ทั้งที่มีอะไรเข้ากันได้ตั้งหลายอย่างแต่ก็มัวด่ากันอยู่ได้ น่าโมโหจริง ๆ!” มินโฮทุบกำปั้นลงโต๊ะเสียงไม่ดังมากนักแล้วหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยท่าทางอินจัด แทมินยกมือขึ้นเกาะไหล่อีกฝ่ายแล้วบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ

“เราต้องทำให้สองคนนั้นได้อยู่ด้วยกันสองคนอีก” มินโฮเอ่ยอย่างมาดมั่นออกมา

“ของแบบนี้มันต้องค่อยเป็นค่อยไป”

จินกิเอ่ยดักขึ้นเมื่อเห็นความใจร้อนของอีกคน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเห็นสองคนนั้นแฮปปี้ชาลัลล่ากันหรอกนะ แต่ถ้าขืนไปบังคับหรือพยายามมากไปมันจะกลายเป็นว่าพวกเขาซึ่งควรจะยืนดูห่าง ๆ ยื่นมือเข้าไปแทรกมากไป

“ไปห้องซ้อมไงฮะ” แทมินเอ่ยพึมพำขึ้นมาแล้วยิ้มตาเป็นประกาย รุ่นพี่สองคนเลยต้องหันกลับไปมอง แทมินนั่งลงข้างกายมินโฮแล้วอธิบายออกมา

“ให้พี่คีย์ไปหาพี่จงฮยอนที่ห้องซ้อมบ่อย ๆ ไงฮะ จะได้ใกล้ชิดกัน หรือไม่พี่มินโฮก็ควรจะเปลี่ยนที่นั่งกับพี่คีย์นะ” แทมินหันไปมองหน้าคนตัวสูง

“เปลี่ยนที่นั่งนี่ท่าจะยาก คีย์มันชอบนั่งคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ” มินโฮพรูลมหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาจินกิ

“งั้นก็เหลือทางเดียว ..”

จินกิสรุปออกมาแล้วทั้งสามคนก็พยักหน้าให้กันด้วยความเข้าอกเข้าใจ ดูเหมือนแผนเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ระดับการจับคนสองคนมารักกันจะเริ่มต้นแล้ว!



“อ้าว? ไอ้จงฮยอนลืมสมุด”

มินโฮเอ่ยขึ้นแล้วหยิบสมุดการบ้านที่มีชื่อจงฮยอนเอาไว้ในมือ สายตาเหลือบไปมองคีย์ที่ไม่แม้แต่จะปรายตามองว่า มือกำลังสาละวนกับการเก็บหนังสือเข้าไปในกระเป๋าแล้วพาดมันลงบนไหล่ ก่อนจะหันไปมองมินโฮ

“ไปแล้วนะ”

“แกรีบไปไหนวะ?” มินโฮเอ่ยดักขึ้น คีย์หันมามองแล้วส่ายหน้า

“ปกติฉันก็ทำแบบนี้ของฉันทุกวัน” คีย์หันมาตอบแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง มินโฮเลยรีบเรียกเอาไว้เสียงดัง

“เฮ้ยเดี๋ยวสิ!”

“มีอะไรอีกวะ?” หันมาด้วยใบหน้าสงสัย มินโฮชูสมุดในมือไปมาแล้วยิ้มให้

“เอาสมุดไปให้จงฮยอนหน่อยดิ่”

“เอาไปให้เองสิ” คีย์กระแทกเสียงกลับแล้วมองหน้ามินโฮ

“ฉันมีธุระนี่หว่า จริง ๆ ก็ไม่อยากรบกวนแกหรอกอยากฝากแทมินไปเหมือนกัน แต่วันนี้มีนัดไปซื้อของกับแทมิน .. แล้วสมุดวิชาภาษาเกาหลีนี่ก็ต้องทำการบ้านส่งพรุ่งนี้ด้วย แกไม่ได้รีบไปไหนก็เอาไปให้เค้าหน่อยสิ” มินโฮเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นสมุดให้ตรงหน้า

“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน แกก็แวะเอาให้จงฮยอนแล้วค่อยไปทำธุระสิ ฉันจะกลับบ้าน!” คีย์บอกเสียงดังฟังชัด ทำท่าจะเดินหนีออกไปจากห้องแต่มินโฮก็รีบฉวยข้อมือไว้

“แกกลัวอะไรวะ? แค่เอาไปให้จงฮยอนที่ห้องซ้อมเอง”

“ฉันไม่ได้กลัว แต่ขี้เกียจเดินเข้าใจไหม?” คีย์พูดช้า ๆ ออกมาอีกครั้ง เน้นย้ำแต่ละคำให้มินโฮเข้าใจแต่ดูเหมือนคนตัวสูงจะทำหูทวนลมมากกว่า

“แกกลัวหลงจงฮยอนรึงายยยยย”

ไอ้เสาไฟ! ไอ้โย่ง! ไอ้สัตว์ประหลาด! ไอ้ ... _)()*@#)$($*

คีย์เข่นเขี้ยวในใจแล้วหันไปกระชากสมุดในมือมินโฮมาไว้กับตัวเอง คิ้วขมวดเป็นปมมองมินโฮที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ก่อนที่คนหน้าหวานจะถามออกไปเสียงเรียบว่า

“แค่เอาไปให้แล้วก็จบใช่ไหม? แกน่ะเลิกพูดเรื่องฉันกับจงฮยอนได้แล้ว รำคาญ!” คีย์กระแทกเสียงแล้วจ้องหน้าไอ้คนพูดมาเขม็ง มินโฮยักไหล่แล้วเอ่ยพึมพำ

“โอเควันนี้เลิกพูด เดี๋ยวพูดต่อพรุ่งนี้แล้วกัน”

มินโฮหัวเราะเสียงต่ำก่อนจะโดนคีย์เหวี่ยงกระเป๋าเข้าให้เป็นการทำร้ายร่างกาย ก่อนที่แทมินจะโผล่เข้ามาที่ห้องพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม และต้องเดินมาห้ามทัพก่อนที่ร่างกายของมินโฮจะช้ำเพราะโดนกระเป๋าฟาดแบบไม่ยั้งมือซะก่อน

“พี่มินโฮไปส่ง ...”

ยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยคมินโฮก็ส่งสายตาให้เงียบออกมาซะก่อน แทมินเหลือบไปมองคีย์ที่ยืนอยู่ทางด้านหลังและพอเห็นว่าในมือมีสมุดที่มีชื่อของจงฮยอนแปะอยู่ก็พอจะเข้าใจ

“ดูแลแฟนนายบ้างนะแทมิน แล้วก็อย่าไปเอานิสัยมันมาใช้ให้มาก เมื่อก่อนนายเคยเป็นเด็กน่ารักนะ แต่พี่คิดผิดจริง ๆ ที่ให้นายรู้จักกับไอ้เสาไฟนี่”

คีย์พูดจบก็หัวเราะเสียงต่ำพร้อมแสยะยิ้มให้มินโฮ มือเรียวโบกลาคู่รักน่าหมั่นไส้ สองขาก้าวออกมานอกห้องเรียนโดยมีสายตาของมินโฮและแทมินมองตาม ทันทีที่แผ่นหลังของคีย์หายไปกลับขอบประตูห้อง ทั้งคู่ก็หันไปมองหน้ากันแล้วหลุดหัวเราะออกมาทันที

“พี่มินโฮหลอกพี่คีย์เหรอฮะ!” ทั้งน้ำเสียงและท่าทางของแทมินดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที มินโฮเอื้อมมือไปยีผมคนรักแล้วพยักหน้า

“ก็แอบหยิบสมุดออกจากระเป๋าจงฮยอนแล้วก็บอกว่าวันนี้พี่กับแทมินต้องรีบไปซื้อของด้วยกัน ท้านิด ๆ ว่าคีย์กลัวไม่ยอมไปเจอหน้าจงฮยอน แค่นี้ก็ยอมไปแล้ว!” มินโฮหัวเราะเสียงทุ้มแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้แทมิน

“พี่เก่งใช่ไหมครับ?”

“แฟนแทมินเก่งที่สุดเลยล่ะฮะ!”

คนตัวเล็กเกาะท่อนแขนแข็งแรงของอีกคนเอาไว้แล้วถูหน้าไปมา มินโฮเอื้อมมือไปยีผมอีกคนเล่นอย่างสนุกมือ มองแทมินที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาว่า

“งั้น .. พวกเราชวนพี่จินกิไปส่องหน่อยเป็นไงฮะ”

เงยหน้ามองมินโฮเหมือนจะขอความเห็น แน่นอนว่าผู้ชายที่ชื่อชเว มินโฮที่ไม่เคยปฏิเสธแฟนเด็กที่แสนน่ารักอย่างอี แทมินได้เลยก็แค่พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย มือหนาคว้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องบางออกมาจากกระเป๋ากางเกงต่อสายตรงหากรรมการนักเรียนชื่ออี จินกิทันที



คีย์กำลังหงุดหงิด ..

มือกำสมุดการบ้านสีเหลืองของจงฮยอนเอาไว้แล้วย่ำเท้าตรงไปยังห้องซ้อมดนตรีด้วยความขุ่นเคือง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนมินโฮหลอกใช้ อย่างน้อยเขาคิดว่าตอนนี้ควรลดไอ้นิสัยที่มีคนท้าแล้วยอมแพ้ไม่ได้ของตัวเองออกไป เขาอาจจะอยู่ใกล้มินโฮมากไปจนได้นิสัยแบบนี้มาจากไอ้สูงนั่น คีย์แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้เขาต้องมาเดินไปตามอาคารเรียนให้หูแว่วเสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนที่ยังไม่กลับบ้าน แล้วจะยังพวกนักกีฬาที่กำลังซ้อมอยู่ตรงสนามฝั่งนู้นอีก แทนที่เขาจะได้ไปนอนกลิ้งบนเตียงในห้องนอนหรือเล่นเกมส์ให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

ชเว มินโฮแม่งหาแต่เรื่องมาให้!

คีย์เกิดอยากจะโทรไปขอความช่วยเหลือให้พี่จินกิมาเดินเป็นเพื่อนเพราะเพิ่งนึกได้ว่าถ้ามินโฮไปกับแทมินก็แสดงว่าจะไม่มีคนที่คีย์คุ้นเคยด้วยอยู่ในห้องซ้อมเลยสักคน แต่พอหยิบมือถือกำลังจะโทรหาพี่ชายข้างบ้าน กลับกลายเป็นว่าเขาต้องหน้าหงิกกว่าเดิมเพราะจินกิดันส่งข้อความทำร้ายจิตใจมาซะก่อน

‘เย็นนี้พี่มีประชุม กลับไปก่อนได้เลยนะ’

เหมือนเหตุการณ์ต่าง ๆ มันจะพอดิบพอดีเกินไปจนคีย์หงุดหงิดและพาลไปลงกับมินโฮซะหมด เพราะถ้าไอ้บ้านั่นเกิดมองไม่เห็นสมุดจงฮยอนหรือไม่วานเขา ตอนนี้คีย์ก็คงไม่ต้องมาคิดให้ปวดสมองหรอกจริงไหม? แต่คิดไปก็เท่านั้น เพราะสองขามาหยุดอยู่หน้าห้องซ้อมที่ได้ยินเสียงดนตรีเบา ๆ แว่วออกมาให้ได้ยินแล้ว

จะเข้าไปยังไงล่ะ?

วิธีที่ 1 ...
คีย์เอาสมุดวางไว้ที่หน้าห้องซ้อมดนตรีแล้วก็เดินหนีไป ไม่สนใจใยดีว่าจงฮยอนจะเห็นหรือไม่เห็น ถือซะว่าเอามาให้แล้ว ไม่ต้องสนใจจงฮยอนว่าจะมีการบ้านส่งพรุ่งนี้รึเปล่า ไม่ใช่เรื่องของคีย์แล้ว ป๊อดไปไม่เอา!

วิธีที่ 2 …
คีย์เอาสมุดไปวางไว้หน้าห้องซ้อมดนตรีแล้วเดินหนีไป โทรศัพท์หาจงฮยอนบอกว่าเอาสมุดมาวางไว้หน้าห้องให้แล้วเพราะไอ้มินโฮมันฝากมา ถ้าจงฮยอนถามว่าทำไมไม่รอเจอก็บอกว่ารีบกลับบ้าน ไม่เวิร์ค!

วิธีที่ 3 …
คีย์รอจนกว่าวงของจงฮยอนจะซ้อมดนตรีเสร็จแล้วจะกลับบ้าน จงฮยอนเปิดประตูออกมาเจอคีย์นั่งรออยู่พร้อมกับคนอื่นในวงอีก คีย์ยื่นสมุดให้แล้วก็กลับบ้าน วิธีนี้เสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับคนอื่นไม่เอา!

วิธีที่ 4 …
คีย์เคาะประตูห้องซ้อมตั้งแต่ตอนนี้เลย บอกจงฮยอนว่าเอาสมุดการบ้านที่ลืมไว้มาให้แล้วก็ขอตัวกลับบ้านไปเลย ไม่ต้องสนทนาอะไรกันอีก คีย์ไม่ต้องทนอึดอัดอีก แค่นี้จบ .. วิธีนี้แหละ!

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองแล้วยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตูห้องซ้อมดนตรีเพื่อขอเข้าไป แม้มันจะดูขัดจังหวะการซ้อมดนตรีไปหน่อยแต่คีย์ก็คงไม่รอจนซ้อมเสร็จแน่นอน ในขณะที่กำปั้นกำลังจะสัมผัสกับประตูห้อง เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้น

“อ้าว? คีย์นี่นา”

ร่างบางหันไปตามเสียง มองเห็นใบหน้าคุ้นตาของเพื่อนร่วมวงจงฮยอนอยู่ตรงหน้า คิดทบทวนไปมาก็จำได้ว่านี่คือจงฮุนห้องสอง คีย์ยิ้มน้อย ๆ ให้อีกคนแล้วก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจงฮุนยังไม่ได้เข้าไปในห้อง แล้วเสียงดนตรีที่ดังอยู่นี่ใครซ้อม?

“มาหาจงฮยอนเหรอ?” คีย์พยักหน้าหงึกหงัก ดูเหมือนมีเรื่องที่อยากถามหลายอย่างแต่ก็ต้องทำสิ่งที่ต้องทำก่อนนั่นก็คือเอาสมุดการบ้านให้จงฮยอน

“ฝากสมุดให้เขาด้วยแล้วกัน ฉันจะกลับแล้ว” คีย์ยื่นสมุดไปตรงหน้าจงฮุน แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มมุมปากกลับมาให้ เอื้อมมือมาตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะบอกว่า

“ไหน ๆ ก็มาทั้งที เข้าไปข้างในก็ได้นะ เอาไปให้กับมือเจ้าตัวเองดีกว่าด้วย”

ยังไม่ทันรอคีย์ตอบรับ จงฮุนก็ผลักบานประตูเข้าไปด้านใน อุณหภูมิเย็นฉ่ำลอยมาปะทะใบหน้า ทันทีที่มองเข้าไปด้านใน สายตาของคีย์ก็ประสานเข้ากับดวงตาคมของจงฮยอนที่เงยหน้าขึ้นจากกระดาษเอสี่หลายใบในมือทันที จงฮุนปิดประตูไล่หลังแล้วเอ่ยเสียงสดใสออกมา

“คีย์มาหาน่ะจงฮยอน”

จงฮุนแยกตัวไปนั่งข้าง ๆ มินฮวาน ในขณะที่จงฮยอนก็ลุกขึ้นเดินมาหาคีย์ที่ยังถือสมุดการบ้านเอาไว้ สายตาของหลายคนจ้องมองมาที่พวกเขา จงฮยอนเหลือบไปมองเพื่อน ๆ ด้านหลังเหมือนจะดุว่าทำไมต้องจ้องขนาดนั้นแล้วหันกลับมาหาคีย์

“นายลืมสมุดภาษาเกาหลีเอาไว้ ไอ้มินโฮบอกให้เอามาคืน”

“ฉันลืมเหรอเนี่ย? ขอบคุณนะ”

“ไม่เป็นไร งั้นกลับล่ะ”

คีย์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยิบสมุดไปไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว เขาจะได้ออกไปจากห้องนี้ซะที หนีเสียงที่เหมือนตรึงคนฟังแบบเขาเอาไว้ด้วย ยังไม่ทันจะได้เดินออกไป จงฮยอนก็เอ่ยถามออกมาเสียงเบา

“นายกลับยังไง?”

“รถเมล์”

“กับพี่จินกิเหรอ?” จงฮยอนถามต่อ คีย์ส่ายหน้าหวืดออกมา

“วันนี้พี่จินกิมีประชุม คงกลับคนเดียว”

“งั้นก็รอฉันก่อนสิ”

“หา?”

คีย์เผลออุทานเสียงดังเหมือนไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเขาได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า ใบหน้าหวานขมวดคิ้วอย่างงุนงงแล้วถามจงฮยอนย้ำออกไปอีกครั้งเหมือนอยากให้มันชัดเจน

“ให้ฉันรอเหรอ?”

“ใช่ .. วันนี้ซ้อมไม่นานหรอก ดีกว่าต้องกลับบ้านคนเดียว เดี๋ยวฉันไปส่ง” จงฮยอนบอกแล้วหันกลับไปมองด้านหลัง มินฮวานลากเก้าอี้มาวางไว้ให้ จงฮยอนจัดแจงส่งมันต่อให้คีย์อีกทอด

“แต่บ้านนายกับบ้านฉันมันอยู่คนละทางกันนะ”

“เหอะน่า .. หรือนายไม่อยากฟังฉันร้องเพลง” จงฮยอนงัดไม้ตายออกมาอีกหน เขารู้ว่ายังไงคีย์ก็ไม่ทำร้ายจิตใจเขาด้วยการบอกเออแน่นอน

“เปล่า แต่ทำไมฉันจะต้องรอไง ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องกลับบ้านกับนาย” คีย์ตั้งคำถามให้อีกคนตอบ จงฮยอนทำท่าอึกอักออกมา ก่อนยงฮวาจะเอ่ยแทรกแทนว่า

“ก็ไอ้จงฮยอนมันอยากไปส่งก็ยอมมันหน่อยแล้วกันนะน้องคีย์”

ยงฮวาเดินไปหยิบกีต้าร์มาเกลาสายเล่นพอให้ห้องไม่เงียบจนเกินไป คีย์เองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แค่รู้สึกเหมือนว่าตอนนี้กำลังโดนวงดนตรีของโรงเรียนไล่ต้อนให้เขานั่งฟังอยู่ในห้องซ้อมก็เท่านั้นเอง จะเอาเหตุผลมาอ้างว่าจงฮยอนอยากจะไปส่งหรืออะไรก็ตามแต่ แท้จริงแล้วคีย์ก็แค่คิดว่าคงอยากให้เขานั่งฟังตัวเองซ้อมเพลงก็แค่นั้นแหละ

ถึงจงฮยอนจะคอยหลบตาอยู่ก็เหอะ .. เขาอาจจะคิดมากไปเอง ..

คีย์หย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่ง แอบมองเห็นว่าสมาชิกในวงไม่ว่าจะเป็นยงฮวา จองชิน จงฮุนหรือแม้แต่น้องเล็กอย่างมินฮวานต่างหันมามองเขาแล้วก็ต้องหลบสายตาไปทุกครั้งที่คีย์เงยหน้าขึ้นมอง ร่างบางเลิกสนใจเพราะเห็นจงฮยอนยืนจับไมค์แล้วมองกระดาษเอสี่ที่คีย์คิดเอาไว้ว่าเป็นเนื้อเพลงเหมือนทบทวนอีกรอบ

“พร้อมกันรึยัง?”

จงฮยอนพูดใส่ไมค์ที่เปิดอยู่ น้ำเสียงทุ้มที่พอดังผ่านไมโครโฟนแล้วให้ความรู้สึกว่ามีเสน่ห์จนคีย์อยากจะลองหลับหูหลับตาให้ตัวเองไม่ได้ยินเสียง มินฮวานควงไม้กลองแล้วเคาะเป็นจังหวะ ก่อนที่เสียงดนตรีจะดังกระหึ่มขึ้นเหมือนวันนั้น เสียงกีต้าร์ที่เหมือนจะบาดไปถึงใจ เสียงทุ้มของเบส เสียงกลองที่ทำให้หัวใจคีย์เต้นไปตามจังหวะ แต่จะเสียงอะไรก็ตามคงไม่เท่าเสียงของจงฮยอนที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากสีสวย

น้ำเสียงที่ฟังแล้วคีย์อยากจะหนีไปไกล ๆ ทั้งที่ตอนคุยกันปกติเขาก็ไม่ได้มีอาการแบบนี้แต่น้ำเสียงทรงเสน่ห์เหมือนอย่างที่พี่จินกิบอกนั่นแหละที่ทำให้หัวใจของคีย์เต้นผิดจังหวะ พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าอีกคนกำลังจับขาตั้งไมโครโฟนแล้วมองมาทางเขาอยู่ คีย์เลยรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางทันที

เกือบครึ่งชั่วโมงที่คีย์นั่งเกร็งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม แล้วเพลงสุดท้ายก็จบลงพร้อมด้วยเสียงกลองของมินฮวานที่ดังเป็นจังหวะปิด ทุกคนลุกขึ้นเก็บอุปกรณ์และข้าวของในห้องซ้อม คีย์ลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปช่วยเก็บบ้าง จะให้เขานั่งอยู่เฉย ๆ มองทุกคนเก็บของล่ะคงไม่เป็นการดีเท่าไหร่

“จะกลับไปก่อนก็ได้นะจงฮยอน”

ยงฮวาเอ่ยขึ้นแล้วหันไปยักคิ้วให้รุ่นน้องเสียงดี จงฮยอนทำท่าอึกอักในขณะที่คีย์เงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของยงฮวา จงฮยอนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธออกมา ร่างหนาเดินไปเอาขาไมค์ไปเก็บในขณะที่เดินไปแตะไหล่คีย์ซึ่งกำลังจะเดินไปช่วยจงฮุนเก็บสายไฟ

“ไปนั่งเฉย ๆ เถอะ พวกฉันทำเองได้”

“ก็ฉันเบื่อ”

คีย์บอกออกมาสั้น ๆ แล้วหันไปม้วนสายไฟช่วยจงฮุนที่ทำท่าอึกอัก เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้จงฮยอนรู้สึกยังไง นักร้องนำของวงได้แต่ตีหน้าเรียบแล้วเก็บของต่อ ก่อนจะบอกเสียงห้วนออกมาว่า

“งั้นอยากทำอะไรก็ทำเถอะ”

คีย์ยักไหล่แล้วหันไปคุยกับจงฮุน อาจะเป็นเพราะพวกเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน นั่นเลยทำให้คีย์คุยกับจงฮุนและจองชินได้ง่าย แน่นอนว่าเริ่มรวมไปถึงมินฮวานที่คีย์รู้สึกเอ็นดูเหมือนแทมินนั่นด้วย

“มันเย็นแล้วล่ะคีย์ กลับไปก่อนเถอะ พวกพี่เก็บกันเองได้ ของนิดหน่อยเอง” ยงฮวาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ใช่ .. จงฮยอนไปส่งคีย์เหอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน” เป็นจองชินที่เสริมต่อ มือหยิบเบสตัวโปรดใส่กระเป๋าแล้วรูดซิปให้เรียบร้อย

“อืม .. งั้นลานะครับทุกคน ถ้าว่าง ๆ จะมา”

“แวะมาบ่อย ๆ ก็ได้นะ” จงฮุนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้

“นั่นสิฮะ มาอยู่เป็นเพื่อนแทมินตอนอัดวีดีโอด้วย รายนั้นถ้ามีพี่คีย์อยู่ด้วยจะได้ไม่เหงา” มินฮวานยิ้มตาหายเหมือนพี่จินกิออกมาและคีย์ก็ทำได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเพราะไม่อยากรับปากให้ตัวเองอึดอัดใจ

ที่จริงคือไม่อยากมานั่งหลงเสียงจงฮยอนมากกว่า
กลัวว่าสักวันจะไม่ใช่แค่เสียง ..... แต่อาจจะมากกว่าเสียง !

จงฮยอนเดินออกมาจากห้องซ้อมพร้อม ๆ กับคีย์ที่เดินก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลัง พอไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยคีย์เลยไม่รู้จะชวนจงฮยอนคุยอะไร แล้วอีกอย่างตอนนี้คีย์ก็เริ่มกลับมาสงสัยอีกแล้วว่าทำไมจงฮยอนถึงอยากจะไปส่งเขานักหนา

หรือว่าแอบรักสาวแถวนั้น?
หรือเกิดอยากจะสำรวจเส้นทางจราจร?

จะเพราะเหตุผลใดก็แล้วแต่ที่จงฮยอนอยากจะไปส่ง แน่นอนว่าคีย์ไม่อยากให้ใครเห็นจงฮยอนไปกับเขา ไม่ว่าจะเป็นพี่จินกิหรือใครก็ตาม ไม่ใช่ว่าคีย์รังเกียจจงฮยอนแต่เขาไม่ชอบที่ทุกคนดูจะจับคู่เขาจนมันทำให้เวลาเขาอยู่กับจงฮยอนแล้วอึดอัด

“นายไม่ต้องไปส่งฉันถึงบ้านก็ได้นะ แค่ตรงป้ายรถเมล์ก็พอ” คีย์จับสายกระเป๋าแน่นแล้วเอ่ยขึ้นพลางก้มหน้าก้มตามองหัวสนีกเกอร์สีสดของตัวเองตัดกับพื้นถนนคอนกรีต

“ฉันอยากไปส่งนาย” จงฮยอนเอ่ยออกมาสั้น ๆ แล้วตอนนี้ทั้งคู่ก็ยืนเคียงข้างกันอยู่ริมฟุตบาท คีย์เหลือบตาไปมองคนที่ยืนข้างกาย แล้วเอ่ยถามออกมาอีกหน

“ฉันไม่เข้าใจ ทำไมนายอยากไปส่งฉัน”

“ก็ฉันแค่อยากไปส่ง ไม่มีเหตุผล แค่อยากไปส่งคีย์กลับบ้านน่ะเข้าใจไหม?”

พอได้ยินน้ำเสียงจริงจังของอีกคนดังขึ้น คีย์เลยจำต้องหุบปากเงียบเสียงลงกะทันหัน พอดีกับที่รถเมล์สายที่ต้องการมาจอดเทียบ เขาก้าวขึ้นไปบนรถแล้วหย่อนกายนั่งลงริมหน้าต่าง โดยมีจงฮยอนนั่งตามมาติด ๆ หลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากป้ายหน้าโรงเรียน จงฮยอนก็หันไปมองหน้าคีย์แล้วเอ่ยเสียงเบาแบบที่ได้ยินกันแค่สองคนออกมาว่า

“บางทีมันก็ไม่มีเหตุผลน่ะคีย์ .. บางทีฉันก็แค่อยากไปส่งนาย”

ความคิดเห็น:0  Trackback:0
back-to-top